"ดูท่าทาง... สวนของเธอจะขายดิบขายดีจนลืมหูลืมตาไม่ขึ้นเลยสินะ ยัยตัวซวย"
เสียงแหบห้าวที่แฝงไว้ด้วยความอิจฉาริษยาอย่างไม่ปิดบังดังแทรกเข้ามาท่ามกลางความเงียบงันของผืนดิน รินรดาชะืองมือที่กำลังถือตะกร้าไม้มะฮอกกานีบรรืจุผลมะยงชิตสีส้มอมเหลืองสุกปลั่ง เธอยังไม่ทันได้หันไปมอง เจ้าของเสียงแหลมสูงก็ตามมาด้วยกิริยาเหวี่ยงกระเป๋าแบรนด์เนมลงบนโต๊ะไม้ไผ่ใต้ร่มเงาต้นชมพู่—คุณหญิงนภา แม่สามีเก่าผู้เคยเหยียดหยามเธอว่าไม่มีหัวนอนปลายเท้า และเป็นตัวกาลกิณีที่ทำให้ธุรกิจตระกูลสั่นคลอน
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นไอความสดชื่นของดินหลังรดน้ำและกลิ่นหอมหวานจากผลไม้ในสวนช่วยชำระล้างความหงุดหงิดในอกได้อย่างชะงัด เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้า
"อุ๊ย... นึกว่าใครที่ไหน เสียงแหลมๆ แบบนี้ ต่อให้เอาโคลนมาพอกหน้าหนาๆ ฉันก็ยังจำได้แม่นค่ะคุณแม่" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองสภาพของอดีตแม่สามีที่ดูโรยราลงไปถนัดตา เสื้อผ้าแบรนด์ดังเริ่มมีรอยยับย่น สะท้อนสถานะการเงินที่ดิ่งเหวหลังจากไม่มีเธอกุมบังเหียนบัญชีร้านอาหารและรีสอร์ตให้
"แก! ปากคอเราะร้ายขึ้นนะนังริน! ตั้งแต่หย่ากับลูกชายฉันไป แกคงได้ดิบได้ดีจากเงินชดเชยสินะ ถึงได้มาทำตัวระรื่นเปิดสวนผักบ้านนอกนี่ได้ แถมผักพวกนี้... ฉันได้ยินพวกชาวบ้านเขาพูดกันหนาหูว่ามันรสชาติดีจนน่าประหลาด ผักบ้านๆ แบบนี้ แกไปแอบใส่สารเร่งอะไรโตไวผิดปกติหรือเปล่า หึ! ระวังจะโดนข้อหาขายของเป็นพิษให้ผู้บริโภคนะยะ!" คุณหญิงนภากอดอกเชิดหน้าขึ้นสูง พยายามหาเรื่องดิสเครดิตเพื่อหวังจะเข้ามาฮุบส่วนแบ่งหรือหาทางกอบกู้หน้าตา
รินรดาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและเย้ยหยัน "สารเร่งอะไรกันคะ? พูดจาระวังปากหน่อยนะคะคุณแม่ ถ้าไม่มีหลักฐาน ระวังฉันจะฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทจนกระเป๋าแบรนด์เนมใบนั้นต้องเอาไปขายทอดตลาดใช้หนี้ไม่พอนะคะ... อ้อ แล้วก็กรุณาเรียกฉันว่า 'คุณริน' หรือไม่ก็ 'เจ้าของสวน' จะเหมาะสมกว่าค่ะ เราไม่ได้เป็นแม่ลูกกันมานานแล้ว อย่ามาทำเนียนตีซี้เลยค่ะ ขนลุก"
"แก... นังเด็กอกตัญญู!" คุณหญิงนภาหน้าดำคร่ำเครียด กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือด้วยความแค้นเคือง หมายจะพุ่งเข้ามาปัดตะกร้าผลไม้ในมือรินรดาให้เสียหาย
ทว่า—
"ถ้าไม่อยากให้มือข้างนั้นพิการไปตลอดชีวิต... ก็ลองขยับเข้ามาอีกสักก้าวสิครับ"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจแต่แฝงไว้ด้วยความเย็นเยือกดังขึ้นจากทางประตูรั้วไม้ระแนง ร่างสูงโปรดในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคเข้ารูปก้าวเข้ามาด้วยฝ่ามั่นคง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองอดีตคุณหญิงด้วยแววตาดุจดั่งพญายมที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่กล้ามาขวางทาง รัศมีกดดันระดับมหาเศรษฐีแผ่ซ่านจนคุณหญิงนภาถึงกับผอยหลังกรูด หน้าถอดสีด้วยความหวาดกลัวทันทีที่จำได้ว่าผู้ชายคนนี้คือ ธามัน เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ผู้ทรงอิทธิพลที่ข่าวซุบซิบวงการไฮโซต่างบอกว่าเขาคือแบ็กอัพคนสำคัญของรินรดา!
"คุณ... คุณธามัน..." เสียงของคุณหญิงนภาสั่นพร่าโดยอัตโนมัติ
ธามันไม่สนใจไยดีแม้แต่จะปรายตาแล เขาเดินตรงดิ่งเข้ามาหารินรดา รัศมีความดุดันเมื่อครู่ละลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงแววตาอ่อนโยนแกมเอาอกเอาใจเมื่อทอดมองภรรยา (ในมโนของเขา) รินรดาแอบถอนหายใจเบาๆ กับความเนียนของเจ้าพ่อหนุ่มที่ขยันมาป้วนเปี้ยนในสวนของเธอทุกวี่ทุกวันจนชาวบ้านแถวนี้เริ่มแซวกันสนั่น
"เหนื่อยไหมครับคนเก่ง วันนี้แดดค่อนข้างแรงนะ ทำไมไม่ไปนั่งพักในร่มก่อน เดี๋ยวผมจัดการตรงนี้เอง" ธามันเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ชนิดที่คนนอกฟังแล้วแทบสำลักความหวาน ตรงกันข้ามกับรินรดาที่เลิกคิ้วมองเขาอย่างรู้ทัน
"คุณธามันว่างมากนักหรือคะ ถึงได้มาเดินเตร็ดเตร่อยู่ในสวนผักชาวบ้านแบบนี้ งานการที่บริษัทไม่มีให้ทำหรือไงคะ?" รินรดาแกล้งเอ่ยแซะพลางยื่นตะกร้าผลไม้หนีมือเขาเล็กน้อย แต่มีหรือที่คนอย่างธามันจะยอมแพ้
"งานที่บริษัทน่ะเคลียร์หมดแล้วครับ แต่ 'งานหัวใจ' ตรงนี้ต่างหากที่ยังไม่คืบหน้าเลยสักนิด..." ธามันกระซิบเสียงพร่า พร้อมกับยื่นมือหนาไปหยิบกิ่งไม้แห้งที่ติดอยู่บนกลุ่มผมสลวยของรินรดาออกให้อย่างเบามือ อากัปกิริยาที่แสดงออกถึงความทะนุถนอมนั้นทำเอาคุณหญิงนภาที่ยืนแข็งทื่ออยู่ข้างๆ ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความอิจฉาริษยาและตกตะลึง
"เอ่อ... คือ... คุณธามันคะ นัง... เอ๊ย! คุณรินรดาเขาก็แค่..." คุณหญิงนภาพยายามจะหาทางพูดจาหว่านล้อมเผื่อฟลุกจะได้ผลประโยชน์ แต่ธามันกลับหันขวับมามองด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"ถ้าไม่อยากให้ตระกูลของคุณต้องล้มละลายชั่วข้ามคืน... ก็ไสหัวออกไปจากสวนของภรรยาผมซะ ก่อนที่ผมจะสั่งให้คนกว้านซื้อหนี้สินทั้งหมดของคุณมาบริหารเอง"
คำพูดราบเรียบแต่เฉียบขาดดั่งประกาศิตทำให้คุณหญิงนภารีบคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งแจ้นออกไปจากสวนแทบไม่ทัน สภาพทุลักทุเลจนรินรดาเผลอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
"คุณนี่นะ... ไล่คนอื่นเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะคะ" รินรดาปรายตามองชายหนุ่มที่ตอนนี้ตีหน้ามึน ทำเป็นมองนั่นมองนี่ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ก็ใครใช้ให้มันมาทำลายบรรยากาศอันแสนสงบของเราล่ะครับ" ธามันยิ้มกริ่ม ขยับเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนโต๊ะไม้ไผ่ "อีกอย่าง... ผมไม่ได้มามือเปล่านะครับ วันนี้ผมตื่นตั้งแต่ตีห้าเพื่อไปตกปลาแม่น้ำสายธรรมชาติมาให้คุณเลยนะ"
ว่าแล้วธามันก็ชูกล่องโฟมเก็บความเย็นที่ลูกน้องหอบตามหลังมาให้ดู รินรดาปรายตามอง ปลากะพงขาวตัวเขื่องเนื้อแน่นสดใหม่สะท้อนแสงแดดประกายวาววับ บ่งบอกว่าเป็นปลาที่เพิ่งขึ้นจากน้ำสดๆ ร้อนๆ
"แล้วคุณจะเอาปลามาให้ฉันทำไมคะ? ฉันไม่ใช่แม่ครัวส่วนตัวของคุณสักหน่อย" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แม้ในใจจะแอบตื่นเต้นกับวัตถุดิบชั้นเลิศนี้ไม่น้อย
"ก็เพราะว่าผมอยากกินฝีมือคุณ... นานแค่ไหนแล้วที่คุณไม่ยอมทำให้ผมกินเป็นมื้อเย็น? นะครับคนดี ช่วยเมตตาชายหนุ่มตาดำๆ ที่ยอมทิ้งประชุมหมื่นล้านมาช่วยคุณถอนหญ้าเมื่อเช้าหน่อยเถอะ" ธามันเริ่มใช้ลูกอ้อนผสมสายตาเว้าวอนที่ทำเอาหัวใจของเชฟสาวผู้แข็งกระด้างต้องสั่นไหว เขาถือวิสาสะวางกล่องปลาลงบนโต๊ะ ก่อนจะยื่นมือมาดึงชายเสื้อของเธอเบาๆ เหมือนเด็กๆ ขอขนม
รินรดาถอนหายใจออกมาอย่างจำยอม เธอย่อมรู้ฤทธิ์เดชของความตื๊อระดับร้อยเต็มร้อยของชายหนุ่มคนนี้ดี "ก็ได้ค่ะ! แต่บอกไว้ก่อนนะคะว่าฉันไม่ทำเมนูธรรมดาๆ ให้คุณกินหรอกนะ ถ้าจะกินปลาสดๆ ระดับนี้ มันต้องมีทีเด็ด"
ดวงตาของธามันเป็นประกายวิบวับทันทีเมื่อได้ยินคำอนุญาต รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ผมก็กินเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่ก้างแน่ครับ..."
รินรดาหันหลังกลับเพื่อหยิบมีดทำครัวและเครื่องสมุนไพรสดๆ จากแปลงผักออร์แกนิกหลังบ้าน ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังก้มลงเลือกเด็ดใบขมิ้นขาวและตะไคร้หอมกรุ่น ธามันกลับโน้มตัวลงมาใกล้กระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำชวนสยิว
"แต่ถ้าทำเสร็จแล้ว... ผมขอชิม 'ของหวาน' เป็นอย่างอื่นแทนข้าวด้วยจะได้ไหมครับ?"
รินรดาชะงักค้าง ใบงดงามขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่เมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอ
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธามันก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศ ธามันขมวดคิ้วอย่างขัดใจ ควักโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏชื่อของเลขาคนสนิทที่โทรเข้ามาด้วยน้ำร้อนรน
"ท่านครับ! แย่แล้วครับ! มีคนแอบปล่อยข่าวในโลกออนไลน์ว่าผลผลิตออร์แกนิกในสวนของคุณรินรดาปนเปื้อนสารเคมีอันตราย ตอนนี้ลูกค้ารายใหญ่เริ่มทยอยยกเลิกออร์เดอร์ล็อตใหญ่แล้วครับ!"
ธามันหน้าตึงเครียดขึ้นทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด รินรดาที่ยืนอยู่ข้างๆ หันขวับมามองหน้าเขา รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นที่มุมปากของหญิงสาวทันทีโดยไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
"หึ... คิดจะเล่นสกปรกกับสวนของฉันงั้นเหรอคะ?"
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานและร่วมปลูกผักทำสวนไปกับรินรดานะคะ ❤️ — สวนส้มปลายฟ้า
เกษตรกรสาวมือทองกับเจ้าพ่ออสังหาฯ สายรุก•ตอนที่ 10
รุกหนักแบบคุณชาย
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกษตรกรสาวมือทองกับเจ้าพ่ออสังหาฯ สายรุก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!