"ถ้าคุณกรภัทรยังมองด้วยสายตาคู่นั้นอีกเพียงครั้งเดียว ฉันเกรงว่ากาแฟแก้วโปรดของคุณ อาจจะเปลี่ยนรสชาติเป็นน้ำล้างแปลงผักไร้อินทรีย์ไปตลอดกาลนะคะ"
รินรดากล่าวด้วยรอยยิ้มหวานหยด แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งลับผ่านหินเจียร มือเรียวบางที่เปื้อนคราบดินจางๆ วางกรรไกรตัดแต่งกิ่งลงบนโต๊ะไม้สักอย่างไม่ใส่ใจนัก แม้แขกผู้ไม่ได้รับเชิญในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงจะยืนยันยิ้มย่องอยู่ตรงซุ้มประตูทางเข้าสวน แต่เธอกลับไม่มีแม้แต่ความคิดจะลุกขึ้นต้อนรับอย่างเป็นทางการ
กรภัทร ชายหนุ่มผู้พ่วงตำแหน่งทายาทตระกูลใหญ่และอดีตคู่หมั้นจอมปลอมที่เคยเหยียดหยามเธอว่าไม่มีวันเงยหน้าอ้าปากได้ หัวเราะในลำคอเบาๆ กวาดสายตามองไปรอบอาณาจักรสีเขียวขจีที่ตอนนี้กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ของเหล่านักชิมระดับไฮโซ เขาก้าวเข้ามาใกล้โดยไม่สนสายตาคมปลาบของธามันที่ยืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่ริมแปลงสตรอว์เบอร์รี่ ธามันในยามนี้ไม่ได้สวมมาดนักธุรกิจผู้เย็นชา แต่เป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองที่พร้อมจะกระชากคอเสื้อใครก็ตามที่กล้าเข้ามาทำลายบรรยากาศอันสงบสุขของภรรยา
"ไม่คิดเลยนะครับ ว่าคุณรินรดาจะสร้างปาฏิหาริย์จากที่ดินรกร้างนี่ได้... แถมสามีคนใหม่ของคุณดูเหมือนจะทุ่มงบไม่อั้นเสียด้วย" กรภัทรจงใจเน้นเสียงคำว่า 'สามีใหม่' พร้อมกับยื่นนามบัตรหรูหราเข้ามาใกล้ แต่รินรดาไม่แม้แต่จะปรายตาแล
"ปาฏิหาริย์เหรอคะ? น่าขันเสียจริง สิ่งที่คุณเห็นนี่เกิดจากหยาดเหงื่อและมันสมอง ไม่ใช่เงินสกปรกจากการยักยอกทรัพย์สินในบริษัทเหมือนที่คุณพ่อของคุณกำลังดิ้นรนแก้ตัวอยู่ไม่ใช่หรือคะ?" เสียงหวานใสเอ่ยออกมาอย่างไร้ความปรานี จนรอยยิ้มบนใบหน้าของกรภัทรแข็งค้างไปชั่วขณะ
ธามันเดินเข้ามาโอบไหล่บางของภรรยาอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ ดวงตาคมกราบกวาดมองผู้มาเยือนด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง "สวนของเราต้อนรับเฉพาะแขกที่มีมารยาทและรู้คุณค่าของผักออร์แกนิกนะคะคุณกรภัทร ถ้าคุณแค่แวะมาเพื่อสอดส่องและสร้างความน่ารำคาญ ฉันเกรงว่าคุณควรจะใช้เวลาอันมีค่าของคุณไปประกันตัวคนในครอบครัวน่าจะดีกว่าค่ะ"
บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงทันที ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วแปลงผักสลัดไฮโดรโปนิกส์และแปลงดินออร์แกนิกที่อุดมสมบูรณ์ กรภัทรขบกรามแน่นจนสันนัดนูนขึ้น ก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วหันหลังเดินกลับออกไปอย่างเสียหน้า ทิ้งให้สองสามีภรรยายืนอยู่ท่ามกลางกลิ่นหอมกรุ่นของดินและใบไม้ยามบ่าย
ทว่า ความวุ่นวายจากแขกไม่ได้รับเชิญเพิ่งเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
เมื่อคล้อยหลังกรภัทรไปไม่นาน เสียงเครื่องยนต์รถยนต์ยุโรปราคาแพงนับสิบคันก็แล่นเข้ามาจอดเรียงรายบริเวณลานจอดรถด้านหน้าสวนที่ถูกขยายออกไปเพื่อรองรับแขกวีไอพี เหล่านักชิมชื่อดัง เชฟมิชลินสตาร์ และบล็อกเกอร์สายอาหารทรงอิทธิพลต่างทยอยก้าวลงมาจากรถด้วยความตื่นตาตื่นใจ สวน "ปลายฟ้า" ในยามนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งปลูกผักธรรมดาอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่ทุกคนต่างดิ้นรนหาทางเข้ามาสัมผัสด้วยตาตนเอง
"โอ้โห! กลิ่นนี่มัน... หอมอะไรขนาดนี้คะคุณธามัน!" เสียงอุทานด้วยความตื่นเต้นของเซฟสาวชื่อดังระดับประเทศดังขึ้น เมื่อเธอเดินลัดเลาะผ่านซุ้มดอกไม้เข้ามาสู่โซนห้องอาหารกลางแจ้งที่รินรดาจัดเตรียมไว้
บนโต๊ะไม้ยาวกลางสวน ถูกประดับประดาด้วยวัตถุดิบสดใหม่ที่เพิ่งเก็บเกี่ยวจากแปลงสดๆ ร้อนๆ มิติลับ 'สวนป่าหิมพานต์จำลอง' ที่รินรดาครอบครอง ไม่เพียงแต่ทำให้พืชผลโตเร็วและมีรสชาติหวานกรอบเหนือธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังอุดมไปด้วยสารอาหารและพลังงานบริสุทธิ์ที่ทำให้ใครก็ตามที่ได้ลิ้มลองต่างต้องติดใจจนถอนตัวไม่ขึ้น
ธามันแย้มยิ้มต้อนรับแขกด้วยท่าทางสง่างามสมเป็นนักธุรกิจมืออาชีพ "ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่สวนปลายฟ้าครับ วันนี้ภรรยาของผมตั้งใจรังสรรค์เมนูพิเศษจากผักและผลไม้ที่สดที่สุดในรอบปี เพื่อเป็นการขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนเราด้วยดีเสมอมาเชิญนั่งได้เลยครับ"
รินรดาสวมผ้ากันเปื้อนสีครีมสะอาดตา เดินออกมาจากห้องครัวกึ่งกลางแจ้งพร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจ เธอกวาดสายตามองแขกเหรื่อระดับแนวหน้าที่นั่งรออยู่เต็มโต๊ะยาว ทุกคนต่างจดจ่ออยู่กับความคาดหวังสูงสุด วันนี้เธอไม่ได้เพียงแค่ทำอาหารเพื่อธุรกิจ แต่เธอกำลังจะใช้รสชาติอาหารเหล่านี้ตบหน้าพวกที่เคยดูถูกเธอให้ราบคาบด้วยความอร่อยที่ปฏิเสธไม่ได้
เมนูแรกถูกยกเสิร์ฟลงบนโต๊ะ — *'สลัดดอกไม้ป่าออร์แกนิกราดน้ำ dressing น้ำผึ้งป่าเดือนห้าและซอสมะนาวคาเวียร์'*
ทันทีที่ฝาครอบสแตนเลสถูกเปิดออก กลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวสดชื่นก็ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ลมพัดโชยเบาๆ พาเอาความหอมของดอกไม้กินได้และผักสลัดกรอบกรุบเข้าปะทะจมูกของทุกคนจนต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ เสียงฮือฮาด้วยความทึ่งดังขึ้นระงม
"นี่มัน... สดชื่นยิ่งกว่าทานผักจากฟาร์มไหนๆ ในโลกเสียอีก!" บล็อกเกอร์สายอาหารชื่อดังอุทานขึ้นทันทีหลังจากตักคำแรกเข้าปาก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน รสสัมผัสกรอบหวานที่ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวแม้แต่น้อย ผสานกับความหอมละมุนของน้ำผึ้งและรสเปรี้ยวแตกเป๊าะในปากของมะนาวคาเวียร์ ทำให้ต่อมรับรสของทุกคนตื่นตัวอย่างเต็มพิกัด
ธามันมองภรรยาคนเก่งด้วยสายตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรักและความภาคภูมิใจ มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวที่วางอยู่ข้างตัวเบาๆ ใต้โต๊ะ บีบกระชับอย่างให้กำลังใจ รินรดาหันมาสบตาเขา รอยยิ้มหวานส่งให้กันอย่างรู้ใจ เคมีและความอบอุ่นระหว่างทั้งคู่แผ่ซ่านจนแขกหลายคนถึงกับต้องแอบอิจฉาในความอิ่มเอมทั้งเรื่องงานและเรื่องรัก
ธุรกิจกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ยอดสั่งซื้อล่วงหน้าพุ่งทะยานจนผลิตแทบไม่ทัน เงินทองไหลมาเทมาจนสามารถขยายพื้นที่สวนและยกระดับความเป็นอยู่ให้มั่งคั่งขึ้นในชั่วพริบตา ความสุข ความสำเร็จ และการเอาคืนที่งดงามกำลังดำเนินไปอย่างสมบูรณ์แบบ
ทว่า... ในขณะที่เสียงหัวเราะและความชื่นชมกำลังดังระงมไปทั่วสวน รินรดากลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง สายลมที่เคยพัดพาความสดชื่น กลับหอบเอาละอองกลิ่นอายอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวเข้ามาแตะจมูก
มันเป็นกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เธอจำได้แม่นยำ... กลิ่นประจำตัวของ 'คุณหญิงแม่สามีใจร้าย' ผู้เคยขับไล่เธอออกจากตระกูลอย่างไม่ใยดี
รินรดานิ่งงั้นไปชั่วขณะ มือที่ถือถาดเสิร์ฟชะงักค้าง รอยยิ้มบนใบหน้าหุบลงทีละน้อยเมื่อเงาร่างของหญิงสูงวัยในชุดผ้าไหมไทยราคาแพง ปรากฏขึ้นที่ซุ้มทางเข้า พร้อมด้วยบอดี้การ์ดร่างยักษ์อีกสองคน และรอยยิ้มเยียบเย็นที่ส่งตรงมายังเธอโดยเฉพาะ
ธามันสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างของภรรยา เขาหันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันที ดวงตาสดใสแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจใบมีดโกน
"ดูท่าทาง... สวนของเธอจะขายดิบขายดีจนลืมหูลืมตาไม่ขึ้นเลยสินะ ยัยตัวซวย" เสียงแหบห้าวเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่จู่ๆ ก็ปกคลุมไปทั่วบริเวณ
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ สวนส้มปลายฟ้าขอตัวไปเตรียมต้อนรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญคนนี้ก่อน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ!
เกษตรกรสาวมือทองกับเจ้าพ่ออสังหาฯ สายรุก•ตอนที่ 9
เมื่อธุรกิจเติบโต
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกษตรกรสาวมือทองกับเจ้าพ่ออสังหาฯ สายรุก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!