หมากรุกไร้เงา บนกระดานเลือด•ตอนที่ 13

เหยื่อที่เดินเข้ากรง

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นอายเย็นเยียบของกระดาษสาโบราณคละคลุ้งอยู่ในห้องหนังสือลับของกรมคลัง แสงจากคบเพลิงด้านนอกวาดเงาไหววูบผ่านหน้าต่างกระดาษทาน้ำมัน ราวกับภูตผีที่กำลังเริงระำท่ามกลางความโลภของมนุษย์ "ใต้เท้าเฉิน... ท่านคิดว่าตัวเลขสามแสนตำลึงทองที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยในบันทึกปีนี้ จะสามารถอธิบายต่อหน้าพระพักตร์ของฝ่าบาทว่าอย่างไรดีเล่าคะ" น้ำเสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งในยามเหมันต์ดังขึ้น ทำเอาขุนนางชราผู้สวมชุดขุนนางปักลายกิเลนถึงกับสะดุ้งสุดตัว เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับจนหมวกผ้าแพรแทบหลุดร่วง หลินเฟยหรงก้าวเท้าช้าๆ อาภรณ์สีเพลิงปักลายหงส์สยายปีกสะท้อนกับแสงไฟ ทุกย่างก้าวของนางเปรียบเสมือนเสียงกลองศึกที่บีบคั้นหัวใจคนฟังให้แตกสลาย หลินเฟยหรงปรายตามองสมบัญชีเล่มหนาที่ถูกเปิดค้างไว้ หน้ากระดาษเหล่านั้นถูกปลอมแปลงลายมืออย่างแนบเนียน ทว่าสายตาของอดีตจักรพรรดินีผู้เคยผ่านการตรวจตราฎีกามานับหมื่นฉบับย่อมมองทะลุปรุโปร่งถึงรอยต่อของเล่ห์กล "องค์หญิง... พระองค์ทรงเข้าใจผิดแล้วกระมังพ่ะย่ะค่ะ! เงินจำนวนนั้นถูกใช้ไปในการซ่อมแซมคูเมืองและเสบียงชายแดนตามพระราชโองการ..." เสียงของเฉินจงถิงสั่นเครือ ใบหน้าเหี่ยวย่นซีดเผือดไร้สีเลือด "โกหก!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่น ทว่าผู้ที่กระทำมิใช่หลินเฟยหรง หากแต่เป็นร่างสูงสง่าที่ก้าวออกมาจากเงาดำมุมห้อง มู่หรงจิ่นในชุดคลุมสีนิลสนิทดั่งรัตติกาล แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองขุนนางเฒ่าราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่ง รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขากดดันจนเฉินจงถิงทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น "ท่านอ๋อง..." เฉินจงถิงละล่ำละลัก "กระหม่อมถูกใส่ร้าย..." "ใส่ร้ายหรือ?" มู่หรงจิ่นแค่นหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ ก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังสั่นเทา ชายผ้าคลุมลากผ่านพื้นหินอย่างแผ่วเบา "ตราประทับลับของกรมคลังที่เจ้าใช้ประทับบนสัญญาเงินกู้ร้อยล้านอีแปะนี้ เป็นของปลอมกระนั้นหรือ? หรือจะให้เปิ่นหวาง (อ๋องเช่นข้า) ไปค้นจวนของเจ้าเพื่อหาทองคำแท่งสามแสนตำลึงที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นห้องนอนดีเล่า" หลินเฟยหรงเหลือบมองมู่หรงจิ่นแวบหนึ่ง มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความเข้าขาในการเล่นละครตบตาเช่นนี้ ทำให้พวกเขาราวกับคู่สามีภรรยาปีศาจที่หลุดออกมาจากขุมนรกเพื่อทวงหนี้แค้น นางยื่นมือเรียวขาวราวหยกไปหยิบสมุดบัญชีขึ้นมาพลิกดูอีกครั้ง ปลายนิ้วเรียวไล่ไปตามตัวอักษรที่ถูกเขียนขึ้นเพื่อปกปิดความผิดบาป "ท่านเฉิน ท่านคงลืมไปว่าข้าเติบโตมาในวังหลังที่เต็มไปด้วยการวางยาและยักยอกงบประมาณ การเล่นสนุกกับตัวเลขลิ้นเลขกลเช่นนี้... สำหรับข้ามันตื้นเขินเสียยิ่งกว่าสระบัวหลังตำหนักเสียอีก" หลินเฟยหรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทุกคำราวกับมีเข็มแหลมคมปักลงบนเนื้อสดๆ ของขุนนางเฒ่า "หากท่านยอมคายรายชื่อของ 'ขุนนางเบื้องบน' ที่หนุนหลังท่านอยู่แต่โดยดี ข้าอาจจะเมตตาไว้ชีวิตตระกูลเฉินสักครึ่งซีก... แต่หากท่านยังดึงดันจะปกปิดความจริง เกรงว่าแม้แต่ชื่อในทะเบียนราษฎร์ของตระกูลท่าน ก็คงไม่หลงเหลือให้ผู้ใดจดจำอีกต่อไป" ดวงตาของเฉินจงถิงเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ความลับที่กุมไว้คือใบเบิกทางรอดชีวิต แต่การทรยศนายเหนือหัวย่อมหมายถึงความตายที่น่าสยดสยองยิ่งกว่า ทว่าเมื่อหันไปสบเข้ากับดวงตาดุจเหยี่ยวที่ไร้ซึ่งความปรานีของมู่หรงจิ่น และรอยยิ้มอันงดงามแต่เยือกเย็นดั่งปีศาจสาวของหลินเฟยหรงแล้ว ขุนนางเฒ่าก็รู้ทันทีว่าเขานั้นไม่มีทางเลือกอื่นเลย "กระ... กระหม่อมยอมแล้ว..." เฉินจงถิงโขกศีรษะลงกับพื้นจนเกิดเสียงดังทึบ เลือดไหลซึมหน้าผาก "ขอเพียงพระองค์ละเว้นบุตรชายทั้งสองของกระหม่อม กระหม่อมจะมอบบัญชีรายชื่อลับทั้งหมดที่ซ่อนไว้ใต้ฐานแท่นบูชาบรรพบุรุษให้แก่พระองค์!" หลินเฟยหรงส่งสัญญาณสายตาให้มู่หรงจิ่น ทันใดนั้นเงาร่างขององครักษ์เงาก็พุ่งวาบหายไปจากห้องเพื่อปฏิบัติภารกิจทันที บรรยากาศภายในห้องหนังสือกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของเฉินจงถิงและเสียงเปลวไฟจากคบเพลิงที่ยังคงลุกโชน "เจ้าทำได้ดีมาก เฟยเฟย" มู่หรงจิ่นหันมาสบตากับนาง แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่กลับทอประกายความอ่อนโยนลึกล้ำยามมองสตรีตรงหน้า "หมากตานี้ บีบให้เสนาบดีหลี่ต้องจนมุมโดยที่เรายังไม่ต้องออกแรงเลยแม้แต่น้อย" "ยังหรอקเพคะท่านอ๋อง..." หลินเฟยหรงวางสมุดบัญชีลงบนโต๊ะ ชายตามองขุนนางเฒ่าที่นอนหมดสภาพอยู่กับพื้น "นี่เป็นเพียงแค่เบี้ยตัวแรกที่ถูกกินเท่านั้น กระดานนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นอย่างแท้จริงต่างหากเล่าคะ" นางหมุนตัวเตรียมจะก้าวเดินออกจากห้องลับ ทว่าจู่ๆ ฝีเท้าของนางก็ต้องชะงักงัน เมื่อเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายพร้อมด้วยเสียงเกราะกระทบกันดังสนั่นมาจากด้านนอกตำหนักกรมคลัง แสงคบเพลิงสว่างจ้าจนลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาขับไล่ความมืดมิดให้หมดสิ้น ประตูกรมคลังถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบด้วยพลังภายในอันกล้าแกร่ง ร่างของราชองครักษ์เสื้อแพรนับสิบกรูเข้ามาล้อมรอบห้องไว้หมดสิ้น พร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดเกราะทองคำอร่ามขององค์รัชทายาทมู่หรง "พี่ใหญ่..." มู่หรงจิ่นหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีสังหารแผ่ซ่านออกจากร่างทันที องค์รัชทายาทกวาดสายตาคมปลาบมองภาพตรงหน้า รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนมุมปาก ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่ร่างของหลินเฟยหรงที่ยืนสง่านิ่งอยู่กลางวงล้อม "น้องรอง... ชายาของเจ้านี่ช่างมีความสามารถเสียจริง ถึงกับกล้าบุกรุกห้องสมุดลับของกรมคลังยามวิกาลเช่นนี้" องค์รัชทายาทแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "แต่,น่าเสียดายนัก... ที่พระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้เพิ่งมาถึงเมื่อครู่ สั่งปลดเจ้าทั้งสองออกจากตำแหน่ง และให้คุมตัวฐานสมคบคิดทุจริตเงินแผ่นดิน... ไปจับกุมตัวพวกมัน!" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกควันแห่งเล่ห์กลไปกับหงส์เพลิงหวนคืนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกไร้เงา บนกระดานเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%