หมากรุกไร้เงา บนกระดานเลือด•ตอนที่ 2

หมากตาแรกบนกระดานเก่า

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
ก้านนิ้วเรียวดุจลำหยกสลักกดลงบนแผ่นกระดานไม้จันทน์หอม เสียงกระทบของหมากสีดำเน้นย้ำถึงความเงียบสงัดภายในห้องหนังสือประจำจวนตระกูลหลิน ไอน้ำอุ่นจากกาชาพฤกษาเหมันต์ลอยกรุ่นขึ้นเป็นสายบางเบา บดบังใบหน้าของหลินเฟยหรงที่เวลานี้ไร้ซึ่งรอยยิ้มออดอ้อนเยี่ยงคุณหนูในห้องหอ มีเพียงประกายตาคู่คมกริบดั่งคมมีดที่ซ่อนอยู่ภายใต้อาภรณ์ไหมปักลายหงส์เพลิงสีชาด—อาภรณ์ที่นางจงใจเลือกสวมเพื่อประกาศศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำในชาติภพก่อน "คุณหนูใหญ่..." เสียงของชุนฮวา สาวใช้คนสนิทดังขึ้นแผ่วเบา พร้อมกับถาดไม้ลงรักปิดทองที่บรรจุบัญชีทรัพย์สินของตระกูลย้อนหลังสามปี "บ่าวตรวจสอบตามที่ท่านสั่งแล้วเจ้าค่ะ เบี้ยหวัดและทรัพย์สินที่ควรตกเป็นของเรือนหลักถูกโยกย้ายไปยังเรือนรองของฮูหยินรองซินเสียสิ้น เก้าส่วนสิบ... ไม่เหลือหลอให้บ่าวไพร่ในเรือนเราได้หายใจสะดวกเลยเจ้าค่ะ" เฟยหรงมิได้เงยหน้าขึ้นจากกระดานหมากรุก นางคีบหมากสีขาวเม็ดหนึ่งวางลงอย่างนุ่มนวล ทว่าเสียงนั้นกลับดังก้องกังวานในความรู้สึกของบ่าวรับใช้ "ความโลภของคนเรา เปรียบเสมือนไฟป่า ยิ่งเติมเชื้อเพลิง ยิ่งโหมกระหน่ำจนเผาผลาญแม้กระทั่งตัวมันเอง" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นชา และเปี่ยมด้วยอำนาจโดยธรรมชาติ จนชุนฮวาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "มารดาเลี้ยงของข้าคิดว่าการกุมอำนาจการคลังในจวนจะทำให้ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ได้ตลอดไปสินะ นางหลงลืมไปว่า... ทรัพย์สินเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อปรนเปรอความสุขของสุนัขรับใช้ แต่มีไว้เพื่อค้ำจุนชื่อเสียงของตระกูลหลินที่ฮ่องเต้ทรงพระราชทานต่างหาก" "แล้วเราจะเริ่มจากตรงไหนดีเจ้าคะท่านพี่..." ชุนฮวาถามด้วยความระมัดระวัง แม้นางจะแปลกใจกับการเปลี่ยนแปลงราวฟ้ากับดินของผู้เป็นนาย ทว่าแววตาเด็ดเดี่ยวคู่นั้นกลับสร้างความเชื่อมั่นให้อย่างประหลาด "ยังไม่ใช่ตอนนี้" เฟยหรงยծมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่งดงามแต่กลับหนתเยือกเย็นดั่งน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ "หมากตาแรก... มิใช่การแย่งชิงคลังสมบัติ แต่เป็นการตัดแขนตัดขาของนางเสียก่อน เจ้าจงนำจดหมายฉบับนี้ไปส่งให้ “หลี่กงกง” ขันทีคนสนิทข้างกายพระสนเอกจ้าว... บอกเขาว่า ความลับเรื่องบัญชีส่วยการค้าเกลือที่ฮูหยินรองแอบติดต่อกับพ่อค้าเร่แดนใต้ พร้อมจะเปิดเผยในงานเลี้ยงวันBirthของใต้เท้าจ้าวในอีกสามวันSะSе" ชุนฮวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว การส่งข่าวให้ฝ่ายในรับรู้เรื่องการทุจริตของคนในตระกูลเท่ากับการชักศึกเข้าบ้านและทำลายชื่อเสียงตระกูลโดยตรง ทว่าเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นที่สะท้อนเงาความแค้นนับร้อยปี ชุนฮวาก็รีบก้มหน้ารับคำสั่งแล้วถอยออกไปอย่างเงียบเชียบ ทันทีที่ประตูปิดลง ความเงียบก็เข้าปกคลุมอีกครา ทว่าไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีก็ดังขึ้นที่ระเบียงทางเดินด้านนอก กลิ่นอายสงраและกลิ่นอายโลหิตจางๆ ที่ติดตัวบุรุษผู้นั้นมาทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปในทันที ประตูกระดาษสาถูกเปิดออกโดยไม่จำเป็นต้องเคาะ มู่หรงจิ่น ในชุดคลุมปักลายมังกรห้าเล็บสีดำสนิทก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวพินิจมองสตรีตรงหน้าด้วยความสนใจใคร่รู้ รอยยิ้มมุมปากของเขายากจะคาดเด3 "ยามวิกาลเช่นนี้ พระชายาในนาม... เอ้ย แม่นางหลินผู้สูงศักดิ์ ไฉนจึงยังนั่งรอรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญด้วยกระดานหมากรุกเล่มเก่าเล่มนี้เล่า" น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหย่ ทว่าแฝงความระแวดระวังไว้อย่างแนบเนียน เฟยหรงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา นางไม่ได้แสดงความตกใจแม้แต่น้อยกับการมาเยือนอย่างไร้มารยาทของท่านอ๋องผู้กุมอำนาจทหารครึ่งแผ่นดินผู้นี้ นางรินชาลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีฟ้า3องศาอย่างใจเย็น กลิ่นหอมของชาผู่เอ๋อร์ชั้นดีลอยฟุ้ง "ท่านอ๋องลอบเข้าจวนตระกูลหลินยามวิกาล หากมีผู้ใดพบเห็น เกรงว่าชื่อเสียงอันบริสุทธิ์ของหม่อมฉันคงต้องแปดเปื้อนเป็นแน่เจ้าค่ะ" เฟยหรงกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ วางถ้วยชาลงตรงหน้าเขา มู่หรงจิ่นเดินเข้ามาใกล้ ก้มตัวลงเล็กน้อยจนใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากนางเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นอายสนธยาปะทะเข้ากับพวงแก้มของนาง ทว่าดวงตาของเฟยหรงกลับไม่มีความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความท้าทายที่ซ่อนอยู่เบื้องลึก "เจ้าคิดว่าคนอย่างข้า... สนใจสายตาของผู้อื่นด้วยหรือ?" มู่หรงจิ่นกระซิบเสียงต่ำ พลางใช้ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนขอบถ้วยชาที่นางรินให้ "ข้าสนใจเพียงแค่ว่า... หมากกระดานนี้ที่เจ้ากำลังเดินอยู่ จะลากล่อให้ปลาตัวใหญ่ติดเบ็ด หรือจะทำให้ตระกูลหลินพินาศเร็วกว่ากำหนดกันแน่ หลินเฟยหรง... เจ้ากำลังเล่นกับไฟ" "ไฟจะเผาผลาญสิ่งใด ย่อมขึ้นอยู่กับว่าผู้ใดเป็นคนจุดไฟเพลิงนั้นเพคะท่านอ๋อง" นางตอบกลับทันควันโดยไม่หลบสายตา รอยยิ้มเย้ายวนแต่ทว่าเยือกเย็นปรากฏบนริมฝีปากสีชาด "หากท่านอ๋องว่างนัก ไฉนไม่ลองมาเดิมพันกับหม่อมฉันดูเล่าว่า... ภายในเจ็ดวัน ฮูหยินรองผู้นั้นจะคุกเข่าขอร้องให้หม่อมฉันเมตตาหรือไม่?" มู่หรงจิ่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทุ้มต่ำและทรงเสน่ห์จนทำให้บรรยากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง เขาไม่ได้ดื่มชาถ้วยนั้น ทว่ากลับยื่นมือไปกุมปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของนางไว้แน่น สัมผัสที่หนักแน่นและอบอุ่นส่งผ่านความรู้สึกซับซ้อนบางอย่างที่แม้แต่เขาก็ไม่อาจนิยามได้ "น่าสนใจยิ่งนัก..." มู่หรงจิ่นเอ่ยเสียงพร่า ประกายตาในยามนี้ลึกล้ำราวกับหุบเหวที่ไร้ก้นบึ้ง "หากเจ้าชนะ ข้าจะยกกองกำลังทหารม้าเกราะเหล็กสามพันนายให้เจ้าใช้สับเปลี่ยนกระดานอำนาจนี้ตามใจชอบ แต่หากเจ้าแพ้..." เขายังไม่ทันเอ่ยจบประโยค เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับเสียงร้องตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของบ่าวรับใช้หน้าเรือนที่ดังแทรกเข้ามาในความมืดมิด "คุณหนูใหญ่!แย่แล้วเจ้าค่ะ! ฮูหยินรอง... ฮูหยินรองกระอักเลือดหมดสติไปที่ห้องโถงใหญ่! ทางการ... ทางการส่งคนมาค้นจวนแล้วเจ้าค่ะ!" มู่หรงจิ่นชะงักเล็กน้อย รอยยิ้มที่มุมปากกลับยิ่งกว้างขึ้น เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูของนางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ "ดูเหมือนว่า... หมากตาแรกของเจ้า จะเดินได้เร็วกว่าที่ข้าคิดเสียอีกนะ พระชายาของข้า" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและล้างแค้นไปพร้อมกับข้า หงส์เพลิงหวนคืน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกไร้เงา บนกระดานเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%