หมากรุกไร้เงา บนกระดานเลือด•ตอนที่ 18

แผนยืมดาบฆ่าคน

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
เสียงกริ่งหยกกระทบกันเบาหวิวในตำหนักซู2หยวน มิได้สร้างความรื่นหูให้แก่ผู้ใด หากแต่เป็นสัญญาณเตือนภัยที่ขורขดลึกอยู่ในโสตประสาทของขุนนางฝ่ายซ้ายอย่างเสนาบดีจาง “ใต้เท้าจางดูจะร้อนรนจนเหงื่อซึมอาบแผ่นหลังแล้วกระมังคะ?” สุ้มเสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งกลางฤดูเหมันต์ดังขึ้น หลินเฟยหรงในอาภรณ์ปักลายหงส์เพลิงสีชาดทับด้วยผ้าโปร่งสีหมอก นั่งสงบนิ่งอยู่หลังม่านมุกมุกดา สายตาคู่คมกริบดั่งใบมีดซ่อนในฝักกวาดมองร่างที่กำลังสั่นเทาเบื้องล่างอย่างเชื่องช้า ในท้องพระโรงลับแห่งนี้ ไม่มีเสียงกระซิบกระซาบ ไม่มีแม้แต่เสียงหายใจดังเกินควร ทุกคนต่างตระหนักดีว่ามติในวาระนี้หาใช่การประชุมราชกิจทั่วไป หากแต่มันคือ “ลานประหารไร้โลหิต” ที่นางเป็นผู้ร้อยเรียงเงื่อนปมขึ้นทีละเส้นอย่างประณีต “พระชายา… เรื่องเหมืองแร่ที่หลิ่งหนาน กระหม่อมเพียงแค่… เพียงแค่ทำตามท้องพระโรงเดิมเมื่อสามปีก่อน…” เสนาบดีจางละล่ำละลักแก้ตัว มือที่ถือป้ายงาช้างสั่นเทวจนกระทั่งกระทั่งกับชายเสื้อ “ท้องพระโรงเดิมหรือเพคะ?” เฟยหรงแย้มสรุปยิ้มที่มุมปาก ทว่าดวงตากลับไร้ซึ่งความระรื่น นางค่อยๆ ยกถ้วยชาเคลือบหยกขาวขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมของชาผู่เอ๋อร์หมักบ่มสิบปีลอยกรุ่นตัดกับบรรยากาศอันตึงเครียด “สามปีก่อนใต้เท้าจางอ้างว่าเสบียงไม่เพียงพอ จึงโยกงบประมาณขุดเจาะคูเมืองไปไว้ที่คลังส่วนตัวของตระกูลจาง ครั้นถึงยามนี้เมื่อตรวจพบว่าราษฎรนับหมื่นต้องล้มตายจากอุทกภัยเพราะเขื่อนกั้นน้ำชำรุด ท่านยังกล้ากล่าวอ้างพระioวรราชโองการเก่าอีกหรือเพคะ? ช่างเป็นขุนนางผู้ภักดีเสียจนฝ่าบาทคงต้องพระราชทาน ‘สุราษฎร์อาลัย’ ให้เป็นรางวัลสักจอกกระมังคะ” สิ้นคำพูดนั้น ความกดดันมหาศาลก็ถาโถมเข้าใส่ที่ประชุมทันที ขุนนางหลายคนต่างก้มหน้าต่ำ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เพราะต่างรู้ดีว่าหลักฐานบัญชีลับที่วางอยู่ตรงหน้า หาใช่สิ่งที่คนผู้เดียวจะหามาได้ หากแต่มันคือผลงานอันเยือกเย็นของสตรีที่นั่งอยู่หลังม่านผู้นี้ ในมุมมืดของเสาไม้จันทน์หอมร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรเงินยวงของมู่หรงจิ่นยืนกอดอกพิงเสา ดวงเนตรคมกริบคู่นั้นทอดมองแผ่นหลังบางระหงด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึง มีทั้งความระแวดระวัง ความพึงพอใจ และประกายความลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นไว้อย่างแนบเนียน ‘นางมิใช่หงส์ที่รอวันถูกกักขังในกรงทองอีกต่อไปแล้ว’ อ๋องหนุ่มคิดในใจ มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา ยามที่เห็นนางต้อนเหยื่อจนมุมทีละก้าวอย่างงดงามดั่งการเดินหมากบนกระดานโลหิต “ใต้เท้าจาง… ท่านเลือกเองเถอะค่ะว่าจะยื่นฎีกาสารภาพความผิดด้วยลายมือตนเอง หรือจะให้กององครักษ์เสื้อแพรช่วย ‘ประทับตรา’ ให้ท่านด้วยรอยเลือดบนพื้นศิลาแห่งนี้” เฟยหรงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้เสนาบดีจางทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น เสียงร้องขอชีวิตดังขึ้นระงม แต่มันกลับถูกกลืนหายไปกับความเงียบงันของขุนนางคนอื่นๆ ที่ต่างพร้อมใจกันพยักหน้ารับมติในการกำจัดเสนาบดีผู้ฉ้อฉล เพื่อเอาตัวรอดกันถ้วนหน้า นั่นคือชัยชนะอันงดงามโดยที่นางแทบไม่ต้องลงมือสังหารผู้ใดด้วยมือตนเอง เป็นการ “ยืมดาบ” ของที่ประชุมขุนนางเพื่อตัดแขนขาของฝ่ายตรงข้ามทีละข้างอย่างเลือดเย็น ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปสู่จุดสิ้นสุดของเหยื่อรายแรก ขันทีเฒ่าหน้าพระพักตร์ก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาด้วยความเร่งรีบ เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้ายับย่น “พระชายา… ท่านอ๋อง… เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” ขันทีผู้นั้นคุกเข่าลงจนตัวสั่นเทา ยื่นม้วนพระราชสาส์นประทับตราหยกทองคำที่เปื้อนคราบเขม่าสีดำส่งให้ด้วยมืออันสั่นเทา “ราชสาส์นด่วนจากชายแดนอุดร… กองทัพแดนเหนือของตระกูลกู่ประกาศกบฏแล้วพ่ะย่ะค่ะ! และ… และพวกมันกำลังเคลื่อนพลมุ่งตรงมายังเมืองหลวงโดยอ้างสิทธิ์ ‘ชำระล้างคนโฉดในราชสำนัก’!” สิ้นเสียงรายงานนั้น รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าของหลินเฟยหรงพลันชะงักค้าง นางวางถ้วยชาในมือลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘กริ๊ก’ ดังก้องไปทั่วตำหนัก ในขณะที่มู่หรงจิ่นขยับกายออกจากความมืดอย่างรวดเร็ว แววตาคมกริบฉายประกายอำมหิตขึ้นวูบหนึ่ง ตระกูลกู่… ศัตรูเก่าในชาติภพก่อนที่ควรจะถูกกำจัดไปตั้งแต่รากฐานไฉนจึงฟื้นคืนชีพขึ้นมาเร็วกว่ากำหนด หรือว่า… ยังมีหนอนกระดูกชิ้นใหญ่อีกตัวที่ซ่อนอยู่แม้กระทั่งในความทรงจำที่นางพยายามแก้ไข? ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกควันแห่งเล่ห์กลไปกับหงส์เพลิงหวนคืนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกไร้เงา บนกระดานเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%