กลิ่นกำยานอวิ๋นหลานลอยอวลผสมกับกลิ่นโลหะจางๆ ที่ติดอยู่ปลายอาภรณ์ ปลายพู่กันขนหมาป่าในมือของหลินเฟยหรงหยุดนิ่งค้างอยู่เหนือกระดาษซวนจื่อแผ่นบาง หมึกสีดำสนิทหยดลงบนเนื้อกระดาษจนแตกกระจายออกเป็นดั่งรอยร้าวบนผืนน้ำแข็ง—เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ระหว่างนางกับบุรุษเบื้องหน้า ที่บัดนี้ตึงเครียดจนแทบจะได้ยินเสียงเส้นด้ายขาดสะบั้น
"เจ้ากล้าเอาชีวิตของคนทั้งสกุลหลินมาวางเดิมพันบนกระดานนี้ด้วยกระนั้นหรือ, เฟยหรง?"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ในหุบเขาดังขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในตำหนักบูรพา มู่หรงจิ่นมิได้ขยับกายเข้าใกล้ เขายังคงประทับนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แดงแกะสลักลวดลายมังกรห้าเล็บ ดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองนางนิ่งนาน คล้ายต้องการทะลวงผ่านชั้นผิวหนังและหน้ากากความเยือกเย็น เพื่อค้นหาความจริงที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตาคู่นั้น
หลินเฟยหรงมิได้สะทกสะท้าน นางวางพู่กันลงอย่างช้าๆ ส่งเสียงกระทบแท่นหมึกเบาหู ท่วงท่าของนางยังคงสง่างามดั่งหงส์เหิน ทว่าริมฝีปากบางเฉียบกลับแย้มยิ้มเยียบเย็นออกมา
"ชีวิตคนสกุลหลินในสายตาของท่านอ๋อง มีค่ามากกว่าหมากเบี้ยบนกระดานสักตัวเชียวหรือคะ?" นางเอ่ยย้อนถาม น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ท่านก็รู้ดีว่า หากข้าไม่เดินตานี้ พวกเราต่างหากที่จะต้องกลายเป็นฝ่ายถูกเชือดคอทิ้งอย่างไร้ค่าในตำหนักเย็น"
รอยยิ้มของมู่หรงจิ่นหายวับไปในพริบตา เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในย่างก้าวเดียว กลิ่นอายบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพนับแสนกดทับลงมาจนบรรยากาศรอบกายแทบหยุดหายใจ นิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นเชยคางมนของนางขึ้นบังคับให้สบตา ความใกล้ชิดนี้เต็มไปด้วยอันตราย ทว่ากลับหอมหวานและคุ้นเคยอย่างประหลาด
"เจ้าไว้ใจคนผู้นั้น... มากกว่าข้า?" สุ้มเสียงของเขาแหบพร่า เจือไปด้วยกระแสความรู้สึกที่นางไม่อาจคาดเดา มีทั้งความโกรธเกรี้ยว ความผิดหวัง และ... ร่องรอยของความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ใต้ก้นบึ้งนัยน์ตาคู่นั้น
"หมอเทวดาไป๋ผู้นั้นเป็นเพียงหมากที่จำเป็น..."
"ข้าไม่ได้หมายถึงมัน!" มู่หรงจิ่นสวนขึ้นทันควัน น้ำเสียงเข้มงวดขึ้นจนแทบจะเป็นการคาดคั้น "ข้าหมายถึงตัวเจ้าเอง... หลินเฟยหรง เจ้ากำลังเอาหัวใจและวิญญาณของตนเองไปเดิมพันกับความแค้น จนไม่เหลือพื้นที่ให้ความจริงใจแก่ผู้ใดเลยใช่หรือไม่ แม้กระทั่งกับข้า... ผู้ที่ยอมเอาคอขึ้นพาดเขียงเคียงข้างเจ้ามาโดยตลอด!"
หัวใจของหลินเฟยหรงกระตุกวาบ คำพูดนั้นราวกับมีดคมกริบที่กรีดลงบนแผลเป็นในอดีต นางชะงักไปชั่วขณะ ยามเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความตัดพ้อของบุรุษผู้เย่อหยิ่งที่สุดในแผ่นดิน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เคยถูกแช่แข็งไว้ด้วยความแค้น กลับเริ่มสั่นคลอน
นี่คือการทดสอบ... นางรู้ดี
เขากำลังทดสอบใจนาง ว่าความแค้นที่มีต่อองค์รัชทายาทและไทเฮา ได้กัดกินหัวใจนางจนกล 'เป็นปีศาจ' ที่ไร้หัวใจไปแล้วจริงหรือ หรือนางยังคงมีเยื่อใยหลงเหลือให้แก่เขา บุรุษผู้กุมความลับอันดำมืดที่สุดในชีวิตของนาง
มือเรียวบางของหลินเฟยหรงยกขึ้นแตะหลังมือหนาที่ยังคงกุมคางนางไว้ ผิวสัมผัสอุ่นจัดของเขาลวกผิวจนนางต้องสะท้าน นางมิได้ปัดป้อง ทว่ากลับโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน
"ท่านอ๋องทรงระแวงหรือคะ..." นางกระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากแทบจะแนบชิดกับใบหูของเขา "หรือว่า... ท่านกำลังกลัวว่า ข้าจะหันปลายดาบเล่มนี้เข้าหาท่านในสักวันหนึ่ง?"
มู่หรงจิ่นแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดำสนิทลẫกดั่งห้วงสมุทร "กลัวหรือ? ข้าไม่เคยกลัวตาย และไม่เคยกลัวผู้ใดในใต้หล้า... แต่ข้าเกลียดความรู้สึกที่ต้องยืนมองสตรีที่ข้า... สตรีที่ข้าปรົถนาจะปกป้อง กำลังทำลายตัวเองด้วยมือของนางเอง"
คำว่า 'สตรีที่ข้าปรารถนาจะปกป้อง' เกือบจะหลุดรอดจากริมฝีปากของเขา ทว่าเขาก็ยั้งไว้ทัน แต่มันก็ดังเพียงพอที่จะทำให้หัวใจของหลินเฟยหรงไหววูบอย่างรุนแรง ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากร่างของเขากำลังละลายกำแพงน้ำแข็งที่นางสร้างขึ้นเพื่อป้องกันตนเองมาตลอดหลายปี
นางถอยหลังออกครึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง ทว่าแววตาที่มองเขากลับมิได้เย็นชาเช่นก่อนหน้าอีกต่อไป
"ถ้าเช่นนั้น ท่านก็จงพิสูจน์ให้ข้าเห็นสิคะ..." นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้น ทว่าแฝงไว้ด้วยประกายความท้าทาย "หากท่านกล้าพอที่จะเดิมพันร่วมกับข้าในคืนวันฉลองพระองค์หงส์ทอง จงช่วยข้ากำจัดอุปสรรคชิ้นสุดท้าย... หลี่กงกง"
ชื่อของขันทีคนสนิทแห่งตำหนักในถูกเอ่ยออกมา ทำให้มู่หรงจิ่นหรี่ตาลงทันที คนผู้นั้นกุมความลับเรื่องการลอบปลงพระชนม์อดีตจักรพรรดิ การจะเด็ดหัวอีกฝ่ายย่อมไม่ง่ายดายนัก
ทว่า ก่อนที่มู่หรงจิ่นจะได้เอ่ยปากรับคำหรือปฏิเสธ ประตูไม้แกะสลักตำหนักบูรพากลับถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท!
นางกำนัลผู้หนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว เนื้อตัวสั่นเทาน้ำตานองหน้า ราวกับเพิ่งพบเห็นภูตผีปีศาจกลางวันแสกๆ
"ท... ทูลท่านอ๋อง พระชายา... เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ!" นางกำนัลละล่ำละลักละเมอเอ่ยออกมาด้วยเสียงอันสั่นเครือ
หลินเฟยหรงและมู่หรงจิ่นหันขวับไปมองพร้อมกันโดยสัญชาตญาณ
"มีเรื่องอันใด พูดให้ชัดเจน!" มู่หรงจิ่นตวาดกร้าว บรรยากาศรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งในฉับพลัน
นางกำนัลก้มหมอบจนหน้าผากแนบพื้น ร่างกายสั่นระริกราวกับใบไม้ไผ่ในพายุ ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้ลมหายใจของหลินเฟยหรงเกือบหยุดชะงัก
"ศ... ศพของหลี่กงกง... ถูกพบว่าแขวนคอตายอยู่หน้าพระตำหนักของไทเฮาเพคะ! และ... และในมือของมัน มีราชโองการลับฉบับหนึ่ง... ที่ระบุชื่อของ... ของพระชายาหลินเฟยหรงว่าเป็นผู้บงการวางยาพิษฮ่องเต้เพคะ!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมตำหนักในทันที หูของหลินเฟยหรงอื้ออึง ชั่วพริบตานั้น นางตระหนักได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่การฆ่าตัวตาย แต่มันคือ "กับดัก" ชั้นยอดที่ถูกวางไว้รอต้อนรับนางอยู่ก่อนแล้ว และผู้ที่อยู่เบื้องหลัง... กำลังก้าวเข้ามาปิดล้อมพวกนางทั้งสองคนไว้ในกำมืออย่างสมบูรณ์แบบ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกควันแห่งเล่ห์กลไปกับหงส์เพลิงหวนคืนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
หมากรุกไร้เงา บนกระดานเลือด•ตอนที่ 17
รอยร้าวในความสัมพันธ์
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกไร้เงา บนกระดานเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!