หมากรุกไร้เงา บนกระดานเลือด•ตอนที่ 19

ความจริงที่ถูกฝังไว้

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นอายกำยานจันทน์หอมราคาแพงลอยวนอยู่ทั่วตำหนักบูรพา ทว่ากลับมิอาจกลบกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ติดตรึงอยู่ปลายประสาทสัมผัสของหลินเฟยหรงได้ นางนั่งนิ่งอยู่เบื้อง โต๊ะไม้แกะสลักลายหงส์คู่มังกร ปลายน้องเรียวดั่งหยกสลักกำลังหมุนจอกชาเคลือบกระเบื้องสีนวลเล่นอย่างเชื่องช้า สายตาทอดมองพ Mยศแผนที่แคว้นและรายชื่อขุนนางที่ถูกกางออกเด่นหร่าท่ามกลางแสงตะเกียงน้ำมันหอม "เจ้าแน่ใจหรือว่า เอกสารฉบับนี้มิใช่รอยร้าวที่พวกมันจงใจขุดล่อให้เราตกลงไป?" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบของสายลมหนาวจากบุรุษที่ยืนอยู่เบื้องหลังดังขึ้น มู่หรงจิ่นในอาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นลายเมฆาเงิน ทอดกายพิงเสาไม้สลักอย่างเกียจคร้าน ทว่านัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวกลับจ้องมองทุกอากัปกิริยาของสตรีตรงหน้าไม่วางตา เขายื่นมือหนาเข้ามารินชาอุ่นๆ ลงในจอกให้นางอย่างรู้ใจ โดยไม่ต้องเอ่ยปากขอ หลินเฟยหรงไม่แม้แต่จะชายตามองจอกชาที่ถูกเติม นางเพียงปรายหางตามองกระดาษแผ่นบางที่เปื้อนคราบหมึกจางๆ ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่นางเพิ่งเสี่ยงชีวิตแย่งชิงมาจากหีบสมบัติลับของฮองเฮา "รอยร้าวหรือเจ้าคะ... ท่านอ๋อง" นางยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นงดงามจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจของผู้มอง ทว่ากลับเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำค้างกลางคิม "สิ่งนี้มิใช่รอยร้าว แต่มันคือรอยแผลเป็นที่ถูกเย็บปิดด้วยด้ายแห่งความอัปยศของตระกูลหลิวต่างหาก สิ่งที่ท่านแม่ของข้าต้องเผชิญในคืนวานอันมืดมิด... บัดนี้ ถึงเวลาที่ความมืดนั้นต้องคายความจริงออกมาแล้ว" ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน การสิ้นพระชนม์ของพระชายาเอกแห่งจวนอัครเสนาบดี หรือมารดาบังเกิดเกล้าของหลินเฟยหรง ถูกป่าวประกาศไปทั่วหล้าว่าเป็น "โรคหัวใจกำเริบกะทันหัน" ภาพของสตรีผู้เลอโฉมและอ่อนโยนที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงนอนประดับมุก พร้อมด้วยถ้วยยาบำรุงที่ว่างเปล่า กลายเป็นภาพจำที่หลินเฟยหรงในวัยเยาว์ต้องจดจำไว้ด้วยน้ำตาและหยาดเลือด แต่วันนี้... เมื่อกาลเวลาหมุนวนให้นางได้กลับมาเหยียบบนกระดานหมากนี้อีกครั้ง ความจริงอันเน่าเฟะที่ถูกฝังกลบไว้ใต้พื้นหินอ่อนของตำหนักใน ก็เริ่มส่งกลิ่นคละคลุ้ง หลินเฟยหรงหยิบแผ่นกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา ชูให้แสงจากตะเกียงส่องทะลุผ่าน ลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยหมึกชาดสีแดงสดปรากฏเด่นชัด มันคือบันทึกการจ่ายยาและจดหมายลับระหว่างฮองเฮาองค์ปัจจุบัน กับหมอหลวงผู้ล่วงลับ "เจ้าค่ะ... ข้าจำได้แม่นยำ" น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความเคียดแค้นที่พยายามกดทับไว้ใต้ท่าทีสงบนิ่ง "คืนนั้น ท่านแม่มิได้สิ้นใจเพราะโรคภัยไข้เจ็บ แต่เป็นเพราะ 'หงส์พันลี้' พิษไร้สีไร้กลิ่นที่สกัดจากดอกไม้ป่าแดนใต้ พิษชนิดนี้จะค่อยๆ กัดกร่อนหัวใจให้หยุดเต้นช้าๆ ราวกับหลับใหลไปเอง... และผู้ที่สั่งยาชนิดนี้เข้าวังหลวง ก็คือสตรีที่นั่งอยู่บนบัลลังก์หงส์ในปัจจุบัน!" มู่หรงจิ่นหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่จนบรรยากาศในห้องลดฮวบลงทันที เขาขยับเข้ามาใกล้ ยื่นมือหนามาสัมผัสเส้นผมสีดำสนิทของนางอย่างทะนุถนอม ทว่าน้ำเสียงกลับเฉียบขาดดั่งคมดาบ "หากเจ้ารู้เช่นนี้แล้ว แผนการขั้นต่อไปของเจ้าคืออะไร? จะนำหลักฐานนี้ไปยื่นต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ หรือจะใช้มันกระชากหน้ากากนากมารดาเลี้ยงผู้นั้นกลางงานเลี้ยงฉลองเทศกาลสารทจีน?" หลินเฟยหรงส่ายหน้าช้าๆ ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามขอบจอกชาอย่างใช้ความคิด "การทำเช่นนั้น... มันง่ายเกินไปสำหรับความตายที่พวกมันสมควรได้รับ ท่านอ๋อง ท่านคิดว่าฮ่องเต้ผู้หลงใหลในอำนาจและระแวงกองทัพเช่นนั้น จะทรงสนิทสัตย์จริงหรือความมั่นคงของราชสำนักมากกว่ากัน? หากข้าเพียงแค่นำกระดาษแผ่นนี้ไปฟ้องร้อง พระองค์ก็คงเลือกที่จะ 'กลบเกลื่อน' เพื่อรักษาหน้าตาของราชวงศ์ และคนที่ต้องตายเป็นรายต่อไป ก็คือตัวข้าเอง" นางเงยหน้าขึ้นสบตาบิดาแห่งสนามรบ ดวงตากลมโตคู่นั้นสะท้อนประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นที่เจิดจ้าเสียจนมู่หรงจิ่นอดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่งในความเด็ดเดี่ยวของสตรีตรงหน้า นางไม่ใช่หมาหมากรุกที่รอให้ใครมาเดินอีกต่อไป แต่นางคือนักวางหมากผู้กุมชะตากรรมของกระดานนี้ไว้ทั้งหมดแล้ว "แล้วเจ้าต้องการสิ่งใด?" มู่หรงจิ่นเอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความเอ็นดูที่เจ้าตัวก็แทบไม่รู้ตัว "ข้าต้องการให้พวกมันลิ้มรสความรู้สึกของการสูญเสียอำนาจทีละน้อย... ทีละน้อย... จนกระทั่งไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินให้ยืน" หลินเฟยหรงเหยียดยิ้มเย็นเยียบ "ฮองเฮารักอำนาจยิ่งกว่าชีวิตใช่ไหมเจ้าคะ? เช่นนั้น ข้าจะทำให้องค์ชายสาม... หมากตัวโปรดของนาง ค่อยๆ สูญเสียความไว้วางใจจากขุนนางทีละคน และเมื่อถึงเวลาที่นางไม่มีใครให้พึ่งพา ข้าจะนำความจริงเรื่องการตายของท่านแม่ไปวางไว้บนแท่นบูชา เพื่อให้วิญญาณของท่านได้ทัศนาการล่มสลายของตระกูลหลิวด้วยตาตนเอง!" ความเงียบเข้าปกคลุมตำหนักชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะอื้นของเปลวไฟในตะเกียงที่ยังคงลุกโชน มู่หรงจิ่นมองสตรีผู้มีความงามล่มเมืองแต่กลับซ่อนพิษร้ายไว้ทุกอณูผิว เขาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างชอบใจ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านพวงแก้มเนียน "ดี... สมแล้วที่เป็นสตรีที่ข้าเลือกจะเดิมพันด้วยชีวิต" เขาเอמהเสียงกระซิบพร่า "หากเจ้ารabกธงรบ ข้าจะนำกองทัพทหารพิทักษ์ชายแดนทั้งหมดมาอยู่เบื้องหลังเจ้า ใครขวางทางเจ้า... ข้าจะกวาดล้างให้สิ้นซาก" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความเร่าร้อนและพันธะสัญญาแห่งเลือด ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าเร่งรีบราวกับเหยียบย่างอยู่บนเปลวไฟก็ดังขึ้นจากด้านนอก ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหว "กราบทูลท่านอ๋อง! พระชายา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีประจำตำหนักพุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด เนื้อตัวสั่นเทาจนแทบยืนไม่ไหว "ราชโองการด่วนจากท้องโรง... ฮ่องเต้ทรงมีพระบรมราชโองการให้ปลด... ให้ปลดท่านอ๋องจากการบัญชาการกองทัพทักษิณ และ... และมีรับสั่งให้จับกุมตัวคุณชายหลินเฟยหลาง พี่ชายของคุณหนู เข้าคุกหลวงทันที ข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏแดนใต้พ่ะย่ะค่ะ!" หลินเฟยหรงผุดลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ทันที สีหน้าที่เคยราบเรียบและเยือกเย็นแปรเปลี่ยนเป็นความตระหนกตกใจอย่างรุนแรง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อตระหนักได้ว่า... นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มีคนรู้ตัวก่อนนาง! และหมากตานี้... ถูกเดินตัดหน้าเสียแล้ว! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกควันแห่งเล่ห์กลไปกับหงส์เพลิงหวนคืนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกไร้เงา บนกระดานเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%