หมากรุกไร้เงา บนกระดานเลือด•ตอนที่ 4

แผนซ้อนแผนที่ไร้เสียง

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
หมึกจีนแท่งเก่าแก่ถูกฝนลงบนจานฝนหมึกหินต้วนอย่างเชื่องช้าและมั่นคง กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาและชะมดเชียงคละคลุ้งผสมผสานกับไอร้อนจากเตาถ่านทองแดงสลักลายหงส์ หลินเฟยหรงชำเลืองมองอักษรบนกระดาษซวนจื่อแผ่นบางเบา ตัวอักษรตระכולตระการดั่งมังกรทะยานและหงส์ร่ายรำ ทุกขีดเส้นล้วนแฝงไว้ด้วยคมมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนคอหอยของผู้รับสารได้ทุกเมื่อ "ข่าวลือเรื่องหีบสมบัติทองคำเจ็ดสิบหีบที่ถูกลักลอบขนออกจากคลังเสบียงค่ายทหารรักษาวิหาร... บัดนี้คงกำลังเดินทางไปถึงมือของเสนาบดีฮั่วแล้วกระมังเพคะ" สุ้มเสียงของนางราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่ยามไร้ลมพัด ทว่ากลับสร้างคลื่นระลอกใหญ่ในใจของผู้ฟัง มู่หรงจิ่นที่นั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้พนักโยกไม้จันทน์แดง ปรายตามองนางผ่านม่านควันจางๆ ของชาอวี้เฉียน ถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ในมือของเขาถูกหมุนวนช้าๆ รอยยิ้มที่มุมปากของท่านอ๋องผู้เยือกเย็นและเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นวับวามดั่งคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝัก "เจ้าช่างใจกล้าเสียจริง เฟยหรง" มู่หรงจิ่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่แฝงแววสำราญ "การใช้มือของสนู่อี้ชิงไปตบหน้าเสนาบดีฮั่วกลางงานเลี้ยงรับรองทูตต่างเมืองเมื่อวานยังไม่สะใจพอหรืออย่างไร ไยวันนี้เจ้าจึงต้องราดน้ำมันลงบนกองเพลิงที่กำลังลุกโชนให้มันมอดไหม้จนเหลือแต่เถ้าถ่านเล่า?" เฟยหรงวางพู่กันในมือลงบนแท่นหยกขาว นางเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบของบุรุษผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของแผ่นดิน แววตาของอดีตจักรพรรดินีไม่มีความหวาดหวั่น มีเพียงความแค้นล้ำลึกที่ถูกหล่อหลอมจนกลายเป็นความเยือกเย็นอันสมบูรณ์แบบ "คนพวกนั้นเคยเหยียบย่ำชีวิตของข้าและสกุลหลินจนจมดิน ความตายอย่างรวดเร็วเกินไปคือความเมตตาที่พวกมันไม่สมควรได้รับเพคะ" นางก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้เขาช้าๆ อาภรณ์ผ้าไหมปักดิ้นทองลู่ลมตามจังหวะการเคลื่อนไหว "ข้าต้องการให้พวกมันห้ำหั่นกันเอง ให้ความโลภและความหวาดระแวงกัดกินหัวใจทีละน้อย จนกระทั่งถึงวันที่พวกมันตระหนักว่า... หมากทุกตัวบนกระดานนี้หาได้อยู่ในกำมือของพวกมันไม่" บรรยากาศภายในห้องหนังสือลับอบอวลไปด้วยความตึงเครียดที่ดึงดูดสายตา กลิ่นอายอำนาจของคนทั้งสองปะทะกันอย่างเงียบเชียบ มู่หรงจิ่นไม่ถอยร่น เขากลับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำปักลายเมฆาเงินก้าวเข้าไปประชิดตัวนาง กลิ่นกายบุรุษเจือจางด้วยกลิ่นสนและเหล้าหมักลอยเข้าแตะนาสิก มือหนาเอื้อมไปปอยผมสีดำขลับที่หลุดลุ่ยลงมาเคลียพวงแก้มเนียนของนางอย่างถือวิสาสะ นิ้วมือหยาบกร้านจากการจับดาบสัมผัสผิวแก้มนุ่มอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังลูบคมมีดที่อันตรายที่สุดในใต้หล้า "เจ้าทำให้ข้าประหลาดใจครั้งแล้วครั้งเล่า" เสียงกระซิบของเขาอยู่ใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดป้ายข้างใบหู "ข้าเกือบจะเชื่อแล้วว่า เจ้าคือปีศาจที่ปีนขึ้นมาจากขุมนรกเพื่อทวงบัลลังก์จริงๆ" "หากข้าเป็นปีศาจ ท่านอ๋อง... ท่านจะไม่กลัวบ้างหรือเพคะ?" เฟยหรงย้อนถาม ดวงตากลมโตนิ่งสนิท สะท้อนเงาร่างของเขาไว้อย่างชัดเจน "กลัวงั้นหรือ?" มู่หรงจิ่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะท้อนอยู่ในอก "ชีวิตของข้าอยู่บนกองเลือดและสนามรบมาครึ่งค่อนชีวิต สิ่งเดียวที่ข้าไม่รู้จักคือความกลัว... แต่หากเจ้าจะเป็นปีศาจ ข้าก็จะยอมเป็นขุมนรกที่โอบกอดเจ้าไว้เอง" วาจาหวานเลี่ยนที่แฝงไอสังหารเช่นนี้ หากเป็นสตรีอื่นคงใจสั่นไหวด้วยความหวาดหวั่นหรือหลงลํา ทว่าสำหรับหลินเฟยหรง นางเพียงแค่เหยียดยิ้มบางเบา นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้อันตรายยิ่งกว่างูพิษร้อยตัว แต่ในยามนี้ งูพิษตัวนี้คืออาวุธที่คมกริบที่สุดที่นางสามารถยืมมือมาใช้ได้ ในขณะเดียวกัน ที่จวนเสนาบดีฮั่ว บรรยากาศกลับร้อนระอุราวกับเตาหลอม ความเงียบงันอันน่าอึดอัดปกคลุมห้องโถงใหญ่ ฮั่วชิงหยุนขว้างถ้วยชาหยกแตกกระจายลงกับพื้น เศษกระเบื้องคมกริบบาดเข้าที่ข้อเท้าของสาวใช้คนสนิทจนเลือดไหลซึม ทว่านางไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงร้อง "เจ้าว่าอย่างไรนะ! ข่าวลือเรื่องทองคำเจ็ดสิบหีบแพร่สะพัดไปถึงหูไทเฮาแล้วอย่างนั้นหรือ!" เสนาบดีฮั่วคำรามออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว ใบหน้าบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด "สนู่อี้ชิงมันกล้าดีอย่างไรถึงบังجาญใส่ร้ายข้า! ทั้งที่ข้าเป็นคนออกหน้าช่วยเหลือมันมาจากคดีทุจริตคลังหลวงครั้งก่อน!" "เรียนนายท่าน..." พ่อบ้านใหญ่ก้าวเข้ามาด้วยอาการสั่นเทา ถือจดหมายฉบับหนึ่งไว้ในมือ "นี่คือสาส์นลับที่ถูกส่งมาจากค่ายทหารรักษาวิหารขอรับ... ทางฝั่งของแม่ทัพสนู่อี้ชิงปฏิเสธเสียงแข็ง และพวกเขายังส่งคนมาตรึงกำลังรอบจวนของเราแล้วด้วยขอรับ พวกเขาหาว่าเราเป็นคนปล่อยข่าวลือเพื่อฮุบสมบัติทั้งหมดไว้คนเดียว!" ฮั่วชิงหยุนกัดฟันกรอดจนกรามปูดโปน ความหวาดระแวงและความโกรธเข้าครอบงำจิตใจ สกุลฮั่วและพรรคพวกของสนู่อี้ชิงร่วมมือกันมานานหลายปีเพื่อคานอำนาจกับฝ่ายของมู่หรงจิ่น บัดนี้กลับถูกแผนลวงตื้นๆ นี้ปั่นหัวจนแตกคอกันเองอย่างรวดเร็ว "พวกมันตั้งใจจะทำลายเราจากภายใน..." ฮั่วชิงหยุนสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ สมองของขุนนางเฒ่าผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากเริ่มคำนวณหาทางออก "ส่งคนไปลอบสังหารสนู่อี้ชิงเสีย! อย่าปล่อยให้มันมีชีวิตอยู่ไปพูดความจริงต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้!" ทว่า ในวินาทีที่พ่อบ้านกำลังจะรับคำและหันหลังวิ่งออกไป ประตูห้องโถงใหญ่ก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ลมหนาวยามวิกาลพัดกรรโชกเข้ามาจนเปลวเทียนวูบไหว เกือบจะดับลงในคราเดียว ร่างขององครักษ์ประจำจวนคนหนึ่งพุ่งทะยานเข้ามาล้มกลิ้งอยู่แทบเท้าของเสนาบดีฮั่ว สภาพของเขาทะมึนไปด้วยคราบเลือด ดอกธนูสีดำปักคาอยู่ที่แผ่นหลัง และก่อนที่ฮั่วชิงหยุนจะทันได้เปล่งเสียงอุทานด้วยความตกใจ ฝีเท้าหนักแน่นนับร้อยก็ดังขึ้นกึกก้องจากภายนอกลานจวน แสงคบเพลิงสว่างจ้าดดั่งกลางวันสาดส่องเข้ามาทางประตู ข้าราชบริพารและทหารองครักษ์ในชุดเกราะเหล็กสีดำสนิท ประดับตราสัญลักษณ์หมาป่าเหินหาว—สัญลักษณ์ของหน่วยองครักษ์ลับขึ้นตรงต่อองค์รัชทายาทและมู่หรงจิ่น—เดินเรียงหน้ากระดานเข้ามาอย่างเป็นระเบียบและไร้สุ้มเสียง ผู้นำขบวนคือรองแม่ทัพหนุ่มผู้เย็นชา นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องโถงก่อนจะหยุดนิ่งที่ตัวเสนาบดีฮั่ว "เสนาบดีฮั่ว..." น้ำเสียงของรองแม่ทัพราบเรียบไร้ความรู้สึก ทว่าทรงพลังจนกดดันให้ทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ "พระราชโองการด่วนจากฝ่าบาท ทรงมีรับสั่งให้ควบคุมตัวท่านและคนสนิททั้งหมดเข้าคุกหลวง เพื่อสอบสวนข้อหากบฏและยักยอกทรัพย์สินแผ่นดิน" ฮั่วชิงหยุนหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดจนชนเข้ากับโต๊ะหนังสือ "นี่มันเรื่องเหลวไหล! ข้าถูกใส่ร้าย! ข้าต้องการเข้าเฝ้าฝ่าบาท!" "ฝ่าบาททรงประชวร และผู้ที่ลงพระนามในราชโองการฉบับนี้... คือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์" รองแม่ทัพยกย่องเอกสารในมือขึ้นสูง ประทับด้วยตราหยกทองคำอันเรืองรองในแสงไฟ ในขณะที่ความวุ่นวายกำลังแผ่ขยายไปทั่วจวนเสนาบดีฮั่ว ณ หอนางโลมบูรพาอันเงียบสงบ หลินเฟยหรงกำลังจิบคณาอวี้เฉียนอุ่นๆ มองดูภาพความพินาศที่ค่อยๆ คลี่คลายผ่านกระจกทองเหลือง นางวางถ้วยชาลงเบาๆ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก หมากตัวแรกถูกกินเรียบร้อย... บนกระดานเลือดนี้ ยังมีอีกหลายชีวิตที่รอเวลาชำระแค้น ทว่า ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูห้องพักสามครั้งตามด้วยเสียงฝีเท้าคุ้นเคยก็ดังขึ้น ประตูถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต มู่หรงจิ่นก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดผิดปกติ ในมือของเขาถือจดหมายลับม้วนเล็กที่ปิดผนึกด้วยขี้ผึ้งสีชาดซึ่งมีตราประทับจากแดนเหนือ—ดินแดนที่นางคิดว่าถูกฝังกลบไปพร้อมกับอดีตชาติแล้ว "เฟยหรง..." สุ้มเสียงของมู่หรงจิ่นต่ำพร่า แววตาของเขาเต็มไปด้วยความระแวงระวังที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน "มีข่าวจากชายแดน... คนที่ส่งจดหมายฉบับนี้มาถึงมือข้า ระบุชื่อผู้รับอย่างชัดเจนว่า... 'พระชายาหลินผู้ฟื้นคืนชีพ'" หัวใจของหลินเฟยหรงกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วขึ้นสู่สันหลัง รอยยิ้มบนใบหน้าของนางแข็งค้างในทันที ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินหมากและล้างแค้นไปพร้อมกับข้า หงส์เพลิงหวนคืน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกไร้เงา บนกระดานเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%