กลิ่นอายธูปกำยานราคาแพงลอยวนอยู่เบื้องหน้า หนาทึบจนเกือบจะมองทะลุผ่านม่านมุกสีนิลที่ทิ้งตัวลงปิดกั้นความวุ่นวายจากภายนอก ตำหนักบูรพาในยามวิกาลมิเคยเงียบงันดังเช่นที่คนนอกเล่าลือ ตรงกันข้าม... มันคือสนามรบที่ไร้เสียงคำรามของทหารหาญ ทว่าทุกย่างก้าวบนพื้นหินอ่อนขัดเงากลับเต็มไปด้วยซากกระดูกของผู้พ่ายแพ้ที่ถูกกวาดล้างจนไม่เหลือแม้แต่เงา
หลินเฟยหรงชะเหลียวมองเงาสะท้อนของตนเองในกระจกทองเหลืองโบราณ อาภรณ์ปักลายหงส์เพลิงสีชาดแนบเนื้อขับเน้นสัดส่วนสง่างาม ดุจพญาหงส์ที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางทางให้มอดไหม้เป็นจุล ปิ่นหยกมันหมูบนเรือนผมสีรัตติกาลสั่นไหวเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจที่ลึกและช้า
"ท่านอ๋องทรงรอบคอบยิ่งนัก... แต่ดูเหมือนจะทรงหลงลืมไปว่า หมากที่ถูกเขี่ยตกกระดานไปแล้ว ย่อมมิใช่ว่าจะปีนกลับขึ้นมาไม่ได้"
เสียงหวานใสที่เอ่ยออกมานั้นราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ นางมิได้หันกลับไปมองบุรุษผู้ยืนสงบนิ่งอยู่มุมมืดของห้อง แม้นางจะรับรู้ได้ถึงสัมผัสอันคุ้นเคยและกดดันจากมู่หรงจิ่น—อ๋องผู้กุมอำนาจทหารครึ่งค่อนแผ่นดิน ผู้ซึ่งในยามนี้กำลังทอดพระเนตรนางด้วยสายตาที่ยากจะหยั่งถึง
มู่หรงจิ่นก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ชายฉลองพระองค์สีเข้มลากผ่านพื้นส่งเสียงเสียดสีเบาหดหู่ พระหัตถ์เรียวยาวเอื้อมไปหยิบถ้วยชาอุ่นที่ยังคงส่งควันจางๆ ขึ้นมา ก่อนจะยื่นส่งให้ร่างบางตรงหน้าโดยไม่ตรัสอันใด
"ชาถ้วยนี้... หม่อมฉันยังไม่วางใจพอที่จะดื่มมันเพคะ ท่านอ๋อง" เฟยหรงปรายตามองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดในพระหัตถ์ของเขา มุมปากยกยิ้มหยันเล็กน้อยอย่างไม่เกรงกลัว
"เจ้ายังคงระแวงแม้กระทั่งน้ำใจจากเรา เฟยหรง" มู่หรงจิ่นตรัสด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวานและทรงอำนาจ พระเนตรคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง ราวกับต้องการค้นหาความลับทั้งหมดที่ซุกซ่อนอยู่ใต้หน้ากากอันเยือกเย็น "หรือเจ้ากลัวว่า... ความลับจากอดีตชาติที่เจ้าพยายามฝังกลบ มันจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาทำลายเจ้าเสียเอง?"
บรรยากาศภายในตำหนักพลنينเยียบเย็นลงทันตาเห็น ความกดดันระหว่างคนทั้งสองรุนแรงเสียจนเปลวไฟในตะเกียงสำริดวูบไหว ราวกับออกซิเจนถูกสูบหายไปจากห้อง
ทว่า ก่อนที่หลินเฟยหรงจะทันได้สวนกลับด้วยวาจาเชือดเฉือนอันใด เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดจากลานด้านนอกก็ดังขึ้น... ฝีเท้าที่หนักแน่นแต่มั่นคง ราวกับจงใจเหยียบย่ำลงบนเส้นประสาทที่ตึงเครียดของทุกคนในที่นั้น
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นสามครั้งตามด้วยความเงียบงัน มู่หรงจิ่นขมวดพระขนู่เข้าหากันเล็กน้อย ดวงตาคมปลาบหันไปมองบานประตูไม้แกะสลักสลักลายวิจิตรด้วยความระแวดระวัง ทว่าหลินเฟยหรงกลับนิ่งงัน ร่างบางสะท้านเฮือกยามเมื่อสายลมวูบหนึ่งพัดพาเอา “กลิ่น” ที่นางจำได้ไม่มีวันลืมเลือนลอยผ่านม่านมุกเข้ามา
กลิ่นอายของสมุนไพรจันทน์หอมผสมกับกลิ่นเลือดเก่าๆ... กลิ่นของคนผู้ควรจะตายไปพร้อมกับกองเพลิงในตำหนักเย็นเมื่อสามปีก่อน!
"ใครอยู่ข้างนอก?" มู่หรงจิ่นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกึ่งคำราม แฝงไอสังหารแผ่ซ่านออกมารอบวรกาย
"ทูล... ทูลท่านอ๋อง... มี... มีคนต้องการเข้าเฝ้าพระชายาพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงของขันทีหน้าประตูสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "เขาบอกว่า... เขานำ 'หลักฐาน' ชิ้นสำคัญที่ฝังอยู่ใต้หลุมศพเมื่อสามปีก่อนมาถวาย!"
สิ้นเสียงนั้น ร่างของหลินเฟยหรงก็แข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม ความทรงจำอันดำมืดที่นางพยายามลบเลือนด้วยเลือดและความแค้นไหลทะลักกลับคืนมาในเสี้ยววินาที นางหันขวับไปมองบานประตูที่กำลังค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ
เงาร่างหนึ่งก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา แสงจันทร์สาดส่องลงบนใบหน้าครึ่งซีกที่มีรอยแผลเป็นฉกรรจ์จากไฟไหม้ ดวงตาข้างหนึ่งบอดสนิท ทว่าดวงตาอีกข้างยังคงทอประกายคมกริบและเต็มไปด้วยความแค้นเคืองอันลึกล้ำ
นั่นคือขันทีเฒ่า ‘ไห่กงกง’ ผู้ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าขันทีรับใช้ใกล้ชิดของอดีตจักรพรรดิ... ผู้ที่ถูกโบยจนตายและถูกนำศพไปโยนทิ้งหน้าหลุมศพหลวงตามคำสั่งของสนมเอกผู้เรืองอำนาจในยุคนั้น!
ไห่กงกงทรุดตัวลงคุกเข่าโขกศีรษะกับพื้นจนเกิดเสียงดังทึบ ร่างกายที่ผอมแห้งสั่นเทาด้วยความแค้นและร่องรอยการทรมานในอดีต ก่อนจะเงยหน้าขึ้นประสานสายตากับหลินเฟยหรงที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่เบื้องหน้า
"บ่าว... ข้าแต่พระชายา... บ่าวรอดชีวิตมาได้เพื่อนำสิ่งนี้มาคืนให้แก่พระองค์พ่ะย่ะค่ะ"
เสียงแหบแห้งราวกระดาษทรายเสียดสีกันดังลอดริมฝีปากที่ฉีกขาด ไห่กงกงชูหีบไม้ผุๆ เก่าคร่ำคร่าขึ้นเหนือหัว มือที่สั่นเทากำแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน
มู่หรงจิ่นหรี่พระเนตรลงอย่างอันตราย พระหัตถ์ที่ถือถ้วยชาชะงักค้าง ก่อนที่พระองค์จะทอดพระเนตรสลับระหว่างขันทีเฒ่าเบื้องล่างกับใบหน้าซีดเผือกไร้สีเลือดของหลินเฟยหรงที่ยืนอยู่เคียงข้าง... ดินแดนแห่งความลับที่หลินเฟยหรงอุตส่าห์ปิดบังมาตลอด บัดนี้กำลังจะถูกเปิดออกด้วยมือของคนตายผู้นี้แล้ว
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกควันแห่งเล่ห์กลไปกับหงส์เพลิงหวนคืนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
หมากรุกไร้เงา บนกระดานเลือด•ตอนที่ 15
เสียงกระซิบจากความตาย
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกไร้เงา บนกระดานเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!