"หากสนมเอกเซี่ยคิดจะใช้ชา 'ปี้หลัวชุน' ล้างคราบสกปรกบนมือคู่นั้น เกรงว่าน้ำในทะเลสาบจันทราทั้งสายก็คงยังชำระไม่หมดหรอกเพคะ"
สุ้มเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานก้องราวกับหยกกระทบกันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันระดับร้อยชั่งของตำหนักชิงหลัน กลิ่นอายกดดันจากนางกำนัลนับสิบชีวิตที่คุกเข่าหมอบราบราวกับใบไม้ลู่ลม ไม่ได้ทำให้ร่างระหงในชุดผ้าไหมปักลายหงส์เพลิงสีชาดสะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย หลินเฟยหรงก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวสง่างามราวกับพญาหงส์กำลังลาดตระเวนอาณาจักรของตน สายตาคู่คมกริบดั่งใบมีดซ่อนในฝักกวาดมองไปทั่วห้องโถงที่อบอวลด้วยกำยานกลิ่นบุปผา
เซี่ยกุ้ยเฟย ชายาผู้กุมอำนาจสูงสุดในวังหลังเวลานี้ ชะงักมือที่กำลังประคองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ ริมฝีปากที่ถูกแต่งแต้มด้วยชาดสีแดงสดแย้มยิ้มเย็นเยียบ ดวงตาคู่รีหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ นางมิคาดคิดว่าหญิงสาวที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นสนมขั้นผินเมื่อสามวันก่อน จะกล้าอาจหาญบุกเข้ามาถึงเขตหวงห้ามส่วนในโดยไม่มีหมายเรียกจากขันทีผู้ดูแล
"บังaน!" เสียงตวาดแหลมเล็กดังขึ้นจากนางกำนัลคนสนิทของเซี่ยกุ้ยเฟย "สนมเฟยหรง เจ้าคิดว่าที่นี่คือเรือนพักส่วนตัวของเจ้าหรือไร ถึงกล้าสามหามต่อหน้าพระพักตร์สนมเอกผู้ครองตำหนัก!"
หลินเฟยหรงมิได้แม้แต่จะชายตามองนางกำนัลผู้นั้น นางยังคงจ้องตรงไปยังเซี่ยกุ้ยเฟยที่นั่งอยู่บนตั่งทองคำ รอยยิ้มมุมปากของนางมีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าที่คนทั่วไปจะคาดเดา ในชาติภพก่อน นางเคยโง่งอมอบความไว้วางใจให้สตรีตรงหน้า จนกระทั่งต้องจบชีวิตลงด้วยจอกยาพิษที่อ้างว่าประทานมาจากฮ่องเต้ แต่เวลานี้... บนกระดานหมากรุกชีวิตคู่นี้ นางหาใช่เบี้ยตัวเดิมอีกต่อไป
"สามหามหรือเพคะ?" หลินเฟยหรงทวนคำ เสียงหัวเราะแผ่วเบาหลุดออกมาจากลำคอระหง "หม่อมฉันเพียงแต่มารับสนองพระกระแสรับสั่งของพระสนมเอก ที่ทรงมี ‘เมตตา’ เชิญหม่อมฉันมาดื่มชาหารือเรื่องระเบียบวังหลังเมื่อยามเช้า มิใช่หรือเพคะ... หรือว่าพระสนมเอกทรงหลงลืมเสียแล้วว่าตรัสสิ่งใดไว้บ้าง"
เซี่ยกุ้ยเฟยหรี่ตามองสตรีเบื้องหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นในอก หลินเฟยหรงในยามนี้ไม่มีแววตาหวาดกลัวหรือความอ่อนแอที่นางเคยเหยียบย่ำเล่นในอดีตหลงเหลืออยู่เลย ร่างบางในชุดสีชาดผู้นี้ให้ความรู้สึกราวกับคมดาบที่ซ่อนอยู่ในปลอกแพรไหม ยิ่งมองก็ยิ่งน่าสะพรึงกลัว
"เจ้าช่างฝีปากกล้าขึ้นมากนะ... เฟยหรง" เซี่ยกุ้ยเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะไม้จันทน์เป็นจังหวะเชื่องช้า "แต่ในวังต้องห้ามแห่งนี้ ฝีปากอย่างเดียวไม่อาจช่วยให้เจ้ามีชีวิตรอดจนถึงรุ่งอรุณวันพรุ่งนี้ได้หรอก เจ้าก็รู้ว่าถ้วยชาถ้วยนี้... หากข้าบอกว่ามันคือพระราชทานจากเบื้องบน เจ้าก็ต้องดื่มมัน แม้ว่าก้นถ้วยจะเคลือบด้วยยาพิษที่ไร้ซึ่งยาแก้ก็ตามที"
บรรยากาศในตำหนักพลันลดฮวบลงจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง นางกำนัลและขันทีต่างพากันก้มหน้าจนชิดพื้น ไม่มีใครกล้าหายใจแรง
หลินเฟยหรงมิได้สะดุ้งสะเทือน นางก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะประธานทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัว กลิ่นอายเย็นเยียบและทรงอำนาจแผ่ออกมาจากตัวนางจนเซี่ยกุ้ยเฟยต้องขยับตัวถอยหลังไปครึ่งส่วนโดยไม่รู้ตัว
"พระสนมเอกตรัสถูกแล้วเพคะ ยาพิษไร้ลักษณ์ในถ้วยนั้น... หากดื่มลงไป คงใช้เวลาไม่ถึงสามลมหายใจในการฉีกกระชากชีวิตคนผู้หนึ่งให้ดับดิ้น" หลินเฟยหรงโน้มตัวลงกระซิบแผ่วเบา ดวงตาดอกท้อคู่สวยสะท้อนภาพใบหน้าของสนมเอกที่เริ่มซีดเผือด "แต่... พระสนมเอกแน่ใจหรือเพคะ ว่าคนที่ถือถ้วยใบนั้นในตอนนี้... คือหม่อมฉันผู้เดียว?"
สิ้นคำพูดนั้น หลินเฟยหรงก็เอื้อมมือเรียวขาวดั่งหยกไปคว้าขอบถ้วยชาด้วยท่าทีสบายราวกับกำลังหยิบดอกไม้ริมทาง เซี่ยกุ้ยเฟยตกใจสุดขีดหมายจะปัดมันทิ้ง ทว่าช้าไปเสียแล้ว หลินเฟยหรงกลับพลิกข้อมืออย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด บังคับให้หยดน้ำชาสีเขียวมรกตในถ้วยกระเด็นไปโดนชายผ้าไหมของเซี่ยกุ้ยเฟยเพียงหยดเดียว!
*ฟู่—!*
เสียงราวกับกรดเข้มข้นสัมผัสกับเนื้อผ้าดังขึ้นทันที ชายผ้าไหมปักดิ้นทองราคาแพงล้ำค่าถูกกัดกร่อนจนเป็นรูโหว่สีดำ ส่งกลิ่นเหม็นไหม้คละคลุ้งไปทั่วตำหนัก เซี่ยกุ้ยเฟยผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตระหนก สีหน้าถอดสีจนขาวซีดไร้เลือดฝาด นี่มันไม่ใช่ยาพิษธรรมดา แต่มันคือพิษสลายกระดูกที่นางเป็นคนสั่งให้คนไปจัดเตรียมมาเพื่อกำจัดหลินเฟยหรงโดยเฉพาะ! เหตุใดมันจึงย้อนกลับมาอยู่ที่นี่ได้!
"เจ้า... เจ้าทำได้อย่างไร!" เซี่ยกุ้ยเฟยชี้ปลายนิ้วสั่นเทาไปยังร่างระหงที่ยังคงยืนยิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า
"ในวังหลังนี้ หากไม่มีเล่ห์กลย่อมอยู่ยาก พระสนมเอกทรงสั่งสมอำนาจมานานหลายปี ย่อมลืมไปแล้วกระมังว่า... หมากทุกตัวบนกระดานนี้ ไม่ได้มีไว้ให้ท่านเดินตามอำเภอใจฝ่ายเดียว" หลินเฟยหรงก้าวถอยหลังมาหนึ่งก้าว สายตากวาดมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดนิ่งที่บานหน้าต่างแกะสลักลวดลายมังกรหงส์ที่เปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย
รอยยิ้มลึกล้ำปรากฏขึ้นที่มุมปากของอดีตจักรพรรดินี
ในจังหวะที่เซี่ยกุ้ยเฟยกำลังจะกรีดร้องเรียกองครักษ์เข้ามาลากตัวนางไปลงทัณฑ์ ประตูบานใหญ่ด้านนอกก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยดีดังสะท้อนก้องเข้ามา พร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำปักลายกิเลนเงินที่เดินนำเหล่ามหาดเล็กและองครักษ์หลวงนับสิบชีวิตเข้ามาด้วยรัศมีกดดันที่แผ่ซ่านไปทั่วรัศมีส้าวจ้าง
มู่หรงจิ่นก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างหลินเฟยหรงอย่างเป็นธรรมชาติ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่ากวาดมองสภาพความวุ่นวายภายในตำหนักชิงหลัน ก่อนจะหยุดลงที่คราบพิษบนชายผ้าของสนมเอกเซี่ย มุมปากของท่านอ๋องผู้กุมอำนาจทหารแย้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชาที่ชวนให้ผู้พบเห็นต้องหัวใจหยุดเต้น
"ดูท่าทางตำหนักชิงหลันในวันนี้ จะมีเรื่องสนุกสนานเกิดขึ้นเสียแล้วกระมัง" มู่หรงจิ่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ "เปิ่นหวางได้รับฎีกาลับจากหน่วยองครักษ์เสื้อแพร ว่ามีการลักลอบใช้พิษต้องห้ามในเขตวังหลัง... สนมเอกเซี่ย พระองค์ทรงอธิบายเรื่องนี้ว่าอย่างไร?"
เซี่ยกุ้ยเฟยเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นในทันที สีหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า ตัวเองได้ก้าวพลาดลงสู่หลุมพรางที่ถูกขุดรอไว้เสียแล้ว
หลินเฟยหรงชำเลืองมองบุรุษข้างกายที่ปรากฏตัวได้จังหวะราวกับนัดหมาย นางซ่อนประกายตารู้ทันไว้ภายใต้รอยยิ้มอ่อนหวาน ทว่าในวินาทีต่อมา รอยยิ้มของนางก็ต้องแข็งค้างเมื่อมู่หรงจิ่นเอื้อมมือมาแตะที่ปลายคางของนางอย่างถือวิสาสะ พร้อมกับกระซิบแนบชิดริมหูด้วยเสียงที่มีเพียงแค่สองคนได้ยิน
"หมากตานี้ของเจ้าเดินได้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก... พระชายาตัวน้อยของเปิ่นหวาง" อ๋องหนุ่มกกระซิบเสียงพร่า "แต่หลังจากนี้ เจ้าจะรับมือกับ 'ราชโองการสมรสพระราชทาน' ที่เสด็จพี่ทรงเตรียมไว้ให้เจ้าในอีกหนึ่งเค่อข้างหน้าอย่างไร... ลองบอกข้าหน่อยซิ"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกควันแห่งเล่ห์กลไปกับหงส์เพลิงหวนคืนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
หมากรุกไร้เงา บนกระดานเลือด•ตอนที่ 9
ด่านแรกในวังต้องห้าม
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกไร้เงา บนกระดานเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!