"ถ้าคุณยังปรับ EQ ช่วงย่านความถี่ต่ำอีกแค่เฮิรตซ์เดียว ฉันจะเอาหูฟังของคุณไปแช่ช่องฟรีซให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยนะคะ ธันวา"
เสียงหวานใสที่เจือไปด้วยความหงุดหงิดระดับสิบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของห้องบันทึกเสียงในยามวิกาล เข็มนาฬิกาดิจิทัลบนผนังบอกเวลาตีสองสิบห้า พริมโรสถอดหูฟังมอนิเตอร์ราคาแพงออกแรงๆ แล้วเหวี่ยงมันลงบนโต๊ะทำงานด้วยความหมั่นไส้ ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปยังร่างสูงของโปรดิวเซอร์หนุ่มที่นั่งไขว่ห้างกอดอกทำหน้าตายอยู่หลังกระจกกันเสียง
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท เขากดอินเตอร์คอมแล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่ชวนให้เลือดขึ้นหน้า "ผมเป็นโปรดิวเซอร์ งานนี้คือโปรเจกต์ของผม ถ้าคุณไม่อยากแก้ ก็เชิญเดินออกไปจากห้องนี้ได้เลยครับ... อ้อ อย่าลืมลบไฟล์ทิ้งด้วยนะ พริมโรส"
ให้ตายเถอะ ผู้ชายอะไรปากร้ายยิ่งกว่ากรรไกรสนิมเกรอะ! พริมโรสสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อนับหนึ่งถึงร้อยในใจ หล่อนอยากจะหยิบไม้บรรทัดเหล็กไปเคาะหัวไอ้โปรดิวเซอร์จอมเผด็จการนี่สักทีสองที ข้อหาทำตัวน่าหยิกเป็นบ้า ตั้งแต่เริ่มเคลียร์โปรเจกต์ดึกดื่นด้วยกันมาสามวันติด ธันวาไม่เคยปล่อยให้หล่อนได้กลับบ้านก่อนตีสองเลยสักวัน แถมยังมีลูกเล่นแพรวพราวในการหาเรื่องจุกจิกมาให้แก้ซ้ำซาก ทั้งที่ความจริงแล้ว งานมันสมบูรณ์แบบตั้งแต่ออกจากห้องอัดรอบแรกแล้วด้วยซ้ำ
นี่เขาแกล้งกันชัดๆ หรือแค่อยากหาเรื่องกวนประสาทกันแน่?
พริมโรสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สะบัดหน้าเดินดุ่มๆ ออกจากห้องคอนโทรลแล้วผลักประตูห้องบันทึกเสียงเข้ามาเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายตรงๆ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะทะเข้ากับจมูกทันทีที่หล่อนก้าวเข้ามาใกล้ ธันวายังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หมุนตัวเดิม ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองสำรวจหล่อนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเรียบเฉยที่เดาไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่
"คุณตั้งใจก่อกวนฉันใช่ไหม ธันวา?" พริมโรสเท้าสะเอว เอียงคอมองคนตัวสูงกว่าที่นั่งอยู่ "งานเสร็จตั้งแต่มั่วโมงที่แล้ว แต่คุณแกล้งสั่งแก้โน่นแก้นี่ เพราะอะไรคะ? กลัวกลับห้องไปแล้วเหงา หรือว่าแค่อยากหาเรื่องทะเลาะกับฉันแก้เซ็ง?"
ธันวาไหวไหล่เบาๆ ท่าทีไม่สะทกสะท้านแถมยังดูระรื่นชื่นใจแปลกๆ เขายื่นมือไปหยิบกระป๋องกาแฟดำบนโต๊ะขึ้นมาจิบช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเจ้าของใบหน้าบึ้งตึง
"ผมไม่ได้หาเรื่อง ผมแค่วิเคราะห์งานอย่างละเอียดตามมาตรฐานของโปรดิวเซอร์มืออาชีพ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่แววตาพราวระยับที่ซ่อนอยู่หลังเลนส์แว่นกลับฟ้องชัดเจนว่าเขากำลังสนุกที่ได้แกล้ง "อีกอย่าง... คุณต่างหากที่ทำหน้าเหมือนคนอดนอนมาสามปี ตั้งแต่ทำงานร่วมกันมา คุณดูหงุดหงิดง่ายเป็นพิเศษนะ พริมโรส หรือว่าเป็นเพราะ..."
ธันวาจงใจเว้นวรรค เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวซาวด์เอนจิเนียร์สาวทีละน้อย จนพริมโรสต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติจนสะโพชนุ่มไปชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน แผ่นหลังแนบชิดกับชั้นวางอุปกรณ์จนแทบไม่มีช่องว่างให้หายใจ ความสูงของเขาทำให้เกิดเงาทอดทับร่างของหล่อนจนมิด กลายเป็นกรงล้อมทางสายตาที่ทรงอิทธิพลจนหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะ
"เพราะอะไรคะ..." พริมโรสเค้นเสียงถาม แม้ข้างในจะเริ่มปั่นป่วนจนควบคุมยาก แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ
ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณข้างแก้มเนียน กลิ่นความอบอุ่นสะอาดสะอ้านจากตัวเขาทำเอาสติที่สะสมมานานเกือบหลุดลอย ธันวามองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่เริ่มไหวระริก ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกยิ้มขึ้นนิดๆ เป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่ทำให้คนมองอยากจะทุบอกกว้างๆ นั้นสักที
"เพราะคุณกำลังเขินผม... หรือเปล่าล่ะ?"
"หลงตัวเอง!" พริมโรสสวนกลับทันควัน หน้าหวานแดงก่ำขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องพึ่งบลัชออน หล่อนยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่าง แต่ธันวากลับคว้าข้อมือเล็กเอาไว้เบาๆ ไม่ยอมให้ขยับหนี แรงปะทะจากฝ่ามืออุ่นจัดส่งกระแสความร้อนผ่านผิวเนื้อจนใจสั่นสะท้านไปหมด "ปล่อยเลยนะ! ฉันไม่ใช่คนขี้มโนแบบที่คุณคิด"
"ถ้าไม่ได้เขิน แล้วทำไมหน้าแดงขนาดนั้นล่ะครับ ซาวด์เอนจิเนียร์คนเก่ง" ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบพร่าต่ำชิดริมใบหู น้ำเสียงนั้นเจือความอ่อนโยนเอาไว้ลึกๆ จนพริมโรสรู้สึกเหมือนโดนมนต์สะกด ความใกล้ชิดที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ตลอดสามวันที่ผ่านมาในห้องทำงานแคบๆ นี้ กำลังกัด 0กินกำแพงที่ทั้งคู่สร้างขึ้นทีละน้อย
ธันวาไม่ใช่คนใจร้าย เขาเป็นแค่ผู้ชายปากแข็งที่ซ่อนความใส่ใจไว้ใต้คำพูดกวนประสาท และพริมโรสก็รู้ตัวดีว่า... หล่อนกำลังแพ้ทางผู้ชายแบบนี้เข้าอย่างจัง
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน ความรู้สึกบางอย่างที่คุกรุ่นอยู่ข้างในกำลังรอเวลาปะทุ มือหนาที่กุมข้อมือหล่อนไว้ค่อยๆคลายออกเปลี่ยนเป็นสอดนิ้วประสานเข้าหากันแน่นขึ้นโดยไม่มีใครเอ่ยท้วง ปลายนิ้วของเขาไล้เบาๆ ที่หลังมือของหล่อนอย่างถือวิสาสะ แต่พริมโรสกลับไม่มีเรี่ยวแรงจะสะบัดหนี
ตุမ်း! ตุမ်း!
เสียงหัวใจเต้นดังยิ่งกว่าเสียงซับวูฟเฟอร์ในห้องอัดเสียอีก พริมโรสเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบที่ตอนนี้ฉายแววความจริงจังวับวาม ธันวากำลังจะเอื้อนเอ่ยประโยคบางอย่างออกมา ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาอีกนิด ระยะห่างระหว่างริมฝีปากลดลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น...
*แอ๊ด...*
เสียงเปิดประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง
"พี่ธันวา! เอกสารงบประมาณล็อตใหม่เซ็นด่วนตรงนี้เลยค่ะ... อุ๊ย!"
เสียงแหลมใสของเด็กฝึกงานสาวสวยประจำแผนกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ พร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นโปรดิวเซอร์หนุ่มสุดฮอตและซาวด์เอนจิเนียร์สาวคนเก่งยืนแนบชิดติดขอบโต๊ะในท่าทางที่ล่อแหลมเกินกว่าจะอธิบาย
ธันวาถอยหลังกลับไปตั้งหลักทันที สีหน้าเรียบเฉยกลับมาสวมทับใบหน้าหล่อเหลาอย่างรวดเร็วราวกับสับสวิตช์ ส่วนพริมโรสรีบดึงมือออกจากกาลกุมของเขา หน้าแดงซ่านด้วยความอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินจิกหมอนด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - ดาวตกคืนคริสต์มาส
เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง•ตอนที่ 5
ข้าวกล่องกับสายตาเย็นชา
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!