“เฮ้ย ธันวา! ฉันเอาสัญญารีเทิร์นโปรject ที่เธอตกลงกับแฟนเก่าเมื่อวานมาให้เซ็นด่วน—อ้าว... เฮ้ย! มีแขกเหรอวะเนี่ย?”
เสียงโวยวายของเจฟฟ์ดังทะลุประตูห้องบันทึกเสียงเข้ามา พร้อมกับร่างโปร่งที่พรวดพราดเข้ามาโดยไม่คิดจะเคาะสักนิด ทำลายบรรยากาศตึงเครียดชนิดที่เอามีดตัดก็ไม่ขาดให้แหลกเป็นจุลทันที
พริมโรสสะดุ้งสุดตัว รีบผละมือออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วถอยหลังกรูดเว้นระยะห่างจากโต๊ะทำงานของโปรดิวเซอร์หนุ่ม ในขณะที่ธันวา... เจ้าของฉายาโปรดิวเซอร์มือทองผู้เยือกเย็นและปากร้ายเป็นที่หนึ่ง กลับแสดงสีหน้าเรียบเฉยที่แฝงไปด้วยรังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงหลายองศา
ดวงตาคมกริบของธันวาตวัดมองเพื่อนสนิทที่ยืนหน้าเหวออยู่กลางห้องด้วยแววตาอยากฆ่าคนให้ตายคามือ มือหนาที่ถือปากกาหมึกซึมราคาแพงกำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว นึกอยากจะปาเอกสารในมือใส่หัวบาลีของเจฟฟ์นักโทษข้อหาขัดจังหวะมารผจญเสียจริง ๆ
“ถ้าเข้ามาแล้วยังหุบปากไม่ได้ นายไสหัวออกไปก่อนเลยนะเจฟฟ์” ธันวาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดจนคนฟังยังต้องลอบกลืนน้ำลาย
แต่เจฟฟ์ผู้ไม่เคยอ่านบรรยากาศรอบตัวออก กลับทำหน้ามึนแล้วกวาดสายตามองพริมโรสที่ยืนกอดอกพิงผนังห้องด้วยท่าทีสงบเสงี่ยมแต่ใบหน้าขึ้นสีเรื่อ กับศิลปินหนุ่มหน้าใหม่ป้ายแดงอย่าง ‘กรณ์’ เจ้าของซิงเกิลร้อยล้านวิวที่เพิ่งเดินตามเข้ามาสมทบด้วยรอยยิ้มละลายใจ
“อ้าว น้องพริมโรส ซาวด์เอนจิเนียร์คนเก่งก็อยู่ด้วยเหรอเนี่ย? พอดีเลยครับ ผมเพิ่งปรึกษากับพี่ธันวาเรื่องท่อนฮุกเพลงใหม่ ว่าอยากได้ซาวด์ที่มีมิติแบบที่น้องพริมเคยช่วยมิกซ์ให้ในโปรเจกต์ก่อนหน้านี้ พี่ธันวาเขาใจดีอนุญาตให้ผมมาปรึกษาน้องพริมเป็นการส่วนตัวได้ใช่ไหมครับ?”
กรณ์ส่งยิ้มหวานหยดตามแบบฉบับไอดอลหนุ่มขวัญใจมหาชน ดวงตาเป็นประกายพราวระยับยามทอดมองหญิงสาวตรงหน้า ท่าทีสนิทสนมเกินงามนั้นทำเอาคนที่นั่งเก้าอี้โปรดิวเซอร์ถึงกับแค่นเสียง ‘หึ’ ออกมาจากลำคออย่างหมั่นไส้
พริมโรสเหลือบมองธันวาที่ตอนนี้ใบหน้าบึ้งตึงยิ่งกว่าก้นหม้อ กรามคมขบเข้าหากันแน่นจนสันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เธอแอบลอบถอนหายใจเบา ๆ กับความซuเดเระของอีกฝ่ายที่ไม่เคยเปลี่ยน รู้อยู่ห่าง ๆ หรอกว่าหม่านไส้ แต่ปากแข็งไม่ยอมปริปากพูดออกมาตรง ๆ สักนิด
“ได้สิคะคุณกรณ์ เรื่องงานพริมยินดีให้คำปรึกษาอยู่แล้วค่ะ” พริมโรสตอบรับด้วยรอยยิ้มสุภาพ ตั้งใจจะแกล้งหยอกคนปากแข็งแถวนี้เล่นสักหน่อยหลังจากที่โดนแซะมาทั้งวัน
“ดีเลยครับ งั้นเย็นนี้หลังเลิกงาน เราไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกันแล้วคุยงานไปด้วยดีไหมครับ? ผมมีร้านน่านั่งแถวนี้—”
“ห้องบันทึกเสียงนี้มีไว้ทำงาน ไม่ใช่ที่นัดเดต”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังขัดขึ้นกลางคราบ ร่างสูงของธันวาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จนล้อเลื่อนไถลถอยหลังไปกระแทกกับผนังดังลั่น ดวงตาคมกริบดماประกายความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด รังสีความหึงหวงแผ่ออกมาจากตัวเขารุนแรงเสียจนเจฟฟ์ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ยังต้องรีบถอยกรูด
กรณ์กะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความงุนงงกับปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของโปรดิวเซอร์หนุ่ม “เอ่อ... พี่ธันวาครับ ผมแค่—”
“ฉันบอกว่า ‘หมดเวลาคุยเรื่องงานแล้ว’ กรณ์” ธันวาตัดบทเสียงแข็ง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงไร้รอยยิ้ม “ส่วนเธอ... พริมโรส เลิกทำตัวเป็นแม่พระใจดีแจกยิ้มเรี่ยราดให้คนอื่นสักที งานตรงหน้ากองเป็นภูเขา ยังจะแบ่งเวลาไปเดตกับใครอีกเหรอ?”
ประโยคหลังเขาหันมาคาดโทษใส่หญิงสาวเต็ม ๆ ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ความหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชาและวาจาเชือดเฉือน บัดนี้รั่วไหลออกมาจนหมดคราบ
พริมโรสเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างไม่ยอมแพ้ รอยยิ้มท้าทายผุดขึ้นที่มุมปากอิ่ม “อ้าว... พริมจะไปกินข้าวกับใคร มันก็สิทธิส่วนตัวของพริมนะคะคุณธันวา หรือว่าโปรดิวเซอร์สุดโหดกลัวว่าลูกน้องจะไม่มีเวลามานั่งฟังคำบ่นของคุณกันแน่คะ?”
“ฉันไม่ได้กลัวเรื่องนั้น!” ธันวาเผลอตะคอกใส่เสียงดังลั่นห้องด้วยความร้อนรน ก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นสายตาตื่นตะลึงของเจฟฟ์และกรณ์ที่มองมาเป็นตาเดียว ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยอย่างรวดเร็วเพื่อกลบเกลื่อนความเสียหน้า “หมายถึง... ฉันไม่อยากให้งานเสียเพราะเรื่องไร้สาระต่างหาก”
“เหรอคะ... ไร้สาระเหรอ?” พริมโรสสาวเท้าเข้าไปใกล้ร่างสูงขึ้นอีกนิด ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขา คล้ายจะอ่านทะลุปรุโปร่งถึงหัวใจที่กำลังเต้นระรัวอยู่ข้างใน “งั้นถ้าพริมจะไปกับคุณกรณ์จริงๆ คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาห้ามหรอกใช่ไหมคะ?”
คำถามนั้นราวกับน้ำมันราดลงบนกองเพลิง ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้โดยอัตโนมัติ แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่เต็มไปด้วยความสั่นเทาที่เจ้าตัวพยายามควบคุมไว้อย่างสุดความสามารถ
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันตาเห็น กรณ์เริ่มรู้สึกว่าตัวเองยืนอยู่ผิดที่ผิดทาง จึงกระแอมเบา ๆ แล้วยกมือขึ้นยอมแพ้ “เอ่อ... งั้นผมขอตัวไปเคลียร์เนื้อเพลงก่อนดีกว่าครับ ดูท่าทางที่นี่จะงานยุ่ง ไว้ค่อยคุยกันใหม่นะครับน้องพริม” ศิลปินหนุ่มรีบสาวเท้าเดินออกจากห้องไปอย่างรู้ความ ปล่อยให้เจฟฟ์ยืนมองหน้าเพื่อนรักสลับกับซาวด์เอนจิเนียร์สาวด้วยสายตาเป็นประกายวิบวับแบบสายเผือกตัวยง
“เอ่อ... งั้นฉันก็ขอตัวไปตรวจสัญญากับข้างนอกก่อนนะ พอดีลืม... ลืมว่าเตาแก๊สที่บ้านยังไม่ได้ปิด!” เจฟฟ์กุเรื่องขึ้นมาอย่างไร้ความเนียน ก่อนจะรีบซอยเท้าถี่ ๆ ออกจากห้องแล้วปิดประตูให้สนิทโดยอัตโนมัติ
ปัง!
เสียงประตูห้องปิดลง พร้อมกับความเงียบสงบที่กลับมาเยือนอีกครั้ง แต่หัวใจของคนทั้งคู่กลับเต้นรัวยิ่งกว่าเดิม ธันวายังคงกำข้อมือของพริมโรสไว้แน่น ดวงตาคมกริบทอดมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโกรธ หวง และหวาดกลัวลึก ๆ ว่าเธอจะเดินจากไปจริง ๆ
“ปล่อยค่ะ คุณจับข้อมือพริมแน่นเกินไปแล้วนะ” พริมโรสเอ่ยเสียงเบาลง ความท้าทายเมื่อครู่เริ่มเจือจางลงเมื่อได้สบตาเข้ากับความเวิ้งว้างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเกรี้ยวกราดของเขา
“เธอคิดจะไปจริง ๆ เหรอพริม...” ธันวาเอ่ยเสียงพร่า ความเย่อหยิ่งและมาดมั่นทั้งหมดมลายหายสิ้น เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังหวาดกลัวการสูญเสีย “เธออยากไปกินข้าวกับมัน มากกว่าอยู่เคลียร์งานกับฉันงั้นเหรอ?”
พริมโรสเม้มปากแน่น หัวใจกระตุกวูบกับน้ำเสียงตัดพ้อที่นาน ๆ ครั้งจะได้ยินจากคนปากแข็งอย่างเขา ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่
“แล้วทำไมพริมต้องอยากอยู่กับคนปากแข็งอย่างคุณด้วยล่ะคะ?” เธอยังคงแกล้งเชิดหน้าขึ้นเถียง แม้ขอบตาจะเริ่มร้อนผ่าวด้วยความซาบซึ้ง “ในเมื่อคุณเอาแต่ไล่... เอาแต่พูดจาทำร้ายจิตใจกันอยู่เรื่อย”
ธันวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือหนาที่จับข้อมือเธอเปลี่ยนมาเป็นกุมมือบางไว้ทั้งสองข้างอย่างทะนุถนอม เขาก้มหน้าลงมองเธอด้วยสายตาที่ลึกล้ำเกินกว่าจะหาคำบรรยายใดมาเปรียบเปรย ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมเอ่ยถ้อยคำที่คนฟังคาดไม่ถึง
“เพราะฉันหึง...”
เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบาราวกับกระซิบ แต่กลับดังชัดเจนก้องอยู่ในความเงียบของห้อง
“ฉันหึงเวลาที่เธอส่งยิ้มให้ไอ้เด็กนั่น หึงเวลาที่เธอคุยกับคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน... และฉันเกลียดตัวเองที่สุดที่ปากพาจนพูดจาแย่ ๆ ออกไปแบบนั้น” ธันวาหลุบตาลงต่ำ ยอมรับความพ่ายแพ้ต่อความรู้สึกของตัวเองต่อหน้าผู้หญิงคนนี้เป็นครั้งแรก “พริม... อยู่กับฉันนะ อย่าไปไหนเลย”
พริมโรสเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เธอมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยอมลดอีโก้ลงจนหมดเกลี้ยงเพื่อรั้งเธอไว้ คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากคนซึนทำเอาเธอดำดิ่งลงไปในความฟินจนแทบละลาย
หญิงสาวแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบวัน นิ้วเรียวอีกข้างยกขึ้นแตะแก้วสากของเขาเบา ๆ “ถ้างั้น... คุณก็ต้องสัญญาค่ะว่าจะเลิกปากแข็งแล้วเลิกไล่พริมสักที”
ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง รอยยิ้มจาง ๆ ผุดขึ้นที่มุมปากหยักเป็นครั้งแรกในรอบวัน เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำสัญญาที่เธอต้องการ แต่ทว่า—
ก๊อก ๆ ๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะหวานซึ้ง พร้อมกับเสียงแหลมสูงของเมเนเจอร์สาวคนดังที่เปิดประตูพรวดพราดเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
“ธันวาจ๋า! แย่แล้ว! คุณแม่ของกรณ์โทรมาโวยวายใหญ่เลยว่าทำไมลูกชายเธอถึงโดนโปรดิวเซอร์ด่ากลางห้องบันทึกเสียงจนหน้าเสีย! เกิดอะไรขึ้นเนี่ย—อุ๊ยตาย! ฉันเข้ามาผิดจังหวะหรือเปล่าคะเนี่ย?”
ธันวาหน้าตึงขึ้นมาทันที ดวงตาคมตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยความเคืองแค้นเป็นรอบที่สองของวัน ในขณะที่พริมโรสแอบหลุดหัวเราะคิกออกมาเบา ๆ กับจังหวะนรกที่มักจะเกิดขึ้นในเวลาสำคัญแบบนี้เสมอ
หญิงสาวเอี้ยวตัวเตรียมจะผละออก แต่ธันวากลับกระชับมือที่กุมไว้แน่นขึ้นกว่าเดิม เขาดึงร่างบางเข้ามาประชิดตัวจนแผ่นอกแนบชิด พร้อมกับก้มลงกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว
“เรื่องของยัยนั่นค่อยเคลียร์ทีหลัง... แต่ตอนนี้ เธอยังค้างคำตอบฉันอยู่นะ พริมโรส”
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
*(ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาเติมเต็มความฟินในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - ดาวตกคืนคริสต์มาส)*
เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง•ตอนที่ 16
ความหึงหวงที่ซ่อนไว้
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!