"บอกฉันมาทีว่านี่คือฝันร้าย... และฉันแค่นอนละเมอไปเอง"
พริมโรสยกมือขึ้นขยี้หัวตัวเองจนยุ่งเหยิง ร่างบางในเสื้อฮู้ดตัวโคร่งของธันวา—ซึ่งใหญ่เกินตัวเธอไปโข—กำลังนั่งขดตัวอยู่มุมโซฟาหนังสีเข้มในห้องนั่งเล่น สัมผัสแรกที่ตื่นขึ้นมาไม่ใช่กลิ่นหอมของกาแฟยามเช้า แต่เป็นกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้มจากเมื่อคืน และที่สำคัญที่สุด... สติที่ค่อยๆ แล่นกลับเข้าร่างกำลังฉายภาพเหตุการณ์ทั้งหมดเมื่อวานนี้ฉากต่อฉากอย่างชัดเจน
คำพูดท้าทาย แววตาดุดันที่ทรงพลังเกินต้านทาน และประโยคประกาศิตก่อนลากเธอกลับคอนโด: *“กลับไปคอนโดกับฉัน... คืนนี้เราเคลียร์เรื่องนี้กันยาวแน่ ยัยตัวแสบ”*
ให้ตายเถอะ! เธอดื่มโซจูไปกี่ขวดกันนะ ถึงได้กล้าท้าทายโปรดิวเซอร์หนุ่มจอมซึนอย่างธันวาว่าเขา 'กลัวใจตัวเอง' จนต้องโดนลากกลับมาขังไว้ในเซฟโซนของเขาจริงๆ แบบนี้
“ตื่นแล้วก็ลุกไปล้างหน้า สภาพเธอตอนนี้เหมือนซอมบี้เพิ่งฟื้นจากหลุมมากกว่าคนทำงานเพลง”
เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยดังขึ้นจากทางครัว ธันวาในชุดเสื้อกล้ามสีดำเผยให้เห็นกล้ามเนื้อช่วงไหล่และรอยสักจางๆ ที่ต้นแขน กำลังยืนชงกาแฟด้วยท่าทางสบายอารมณ์ เขาไม่ได้ใส่แว่นกรอบใสเหมือนเวลาอยู่ในสตูดิโอ เรือนผมสีเข้มยุ่งเหยิงเล็กน้อยเพราะเพิ่งตื่นนอน และนั่นแหละ... คือภาพที่อันตรายที่สุดต่อหัวใจของซาวด์เอนจิเนียร์สาวอย่างเธอ
พริมโรสรีบดึงฮู้ดลงมาคลุมโปงเพื่อซ่อนใบหน้าที่เห่อร้อนจนแดงก่ำ เธอแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินคำแขวะนั้นแล้วกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ความทรงจำเมื่อคืนพรั่งพรูเข้ามาอีกระลอก ตอนที่เขาอุ้มเธอพาดบ่าขึ้นรถ ตอนที่เขาถอดรองเท้าให้อย่างเบามือ (ถึงจะบ่นงึมงำตลอดเวลาก็เถอะ) และตอนที่เธอดึงเนกไทเขาลงมาใกล้...
*โว้ย! ยัยพริม เธอทำอะไรลงไป!*
“ไม่ต้องมาทำเป็นมุดหัวหนีเลยพริมโรส” เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่ความรู้สึกยวบยาบของโซฟาจะบอกว่าเขามานั่งลงตรงหน้าเธอแล้ว “จำไม่ได้เหอะว่าเมื่อคืนพูดอะไรไว้บ้าง หรือต้องให้ฉันเปิดคลิปเสียงที่เธอแอบอัดไว้ในมือถือให้ฟัง”
พริมโรสค่อยๆ เลิกฮู้ดขึ้นเผยให้เห็นดวงตากลมโตที่มองค้อนเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอกก็ตาม
“ฉันไม่ได้พูดอะไรไร้สาระสักหน่อย แค่บอกความจริง... ว่าโปรดิวเซอร์ธันวาคนเก่ง กำลังหลบหน้าฉันเพราะกลัวว่าความรู้สึกตัวเองมันจะเกินเลย” เธอเชิดหน้าขึ้นแม้เสียงจะสั่นนิดๆ เพื่อกู้ศักดิ์ศรีของซาวด์เอนจิเนียร์สาวมาดมั่นกลับคืนมา
ธันวาชะงักไปนิด นัยน์ตาคมกริบมองลึกล้ำเข้ามาในดวงตาของเธอ รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นไม่ได้ทำให้เธอบรรเทาความอึดอัดลงเลย กลับยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนผ่าวขึ้นเสียด้วยซ้ำ
เขาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้า ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นคาเฟอีนปะทะเข้ากับพวงแก้มของเธออย่างจัง
“กลัวเหรอ?” ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบ ทุ้มต่ำและพร่ามัวจนน่ากลัว “คิดว่าฉันกลัวที่จะรู้สึกกับเธอรึไง... พริม”
บรรยากาศในห้องนั่งเล่นราวกับถูกดูดอากาศออกไปจนหมดสิ้น หัวใจของพริมโรสเต้นผิดจังหวะจนแทบหยุดหายครึ่งหนึ่ง ปลายนิ้วเรียวของเธอจิกเข้าหากันแน่นใต้ชายเสื้อฮู้ดตัวใหญ่ นี่ไม่ใช่การหยอกล้อแบบที่เคยเป็น แต่มันคือการรุกคืบที่จริงจังจนเธอไม่รู้จะเอาตัวรอดอย่างไรดี
“ถ้าไม่ได้กลัว... แล้วเมื่อคืนทำไมต้องหนีฉันออกจากสตูดิโอด้วยล่ะคะ?” เธอยังคงเค้นเสียงถามกลับไป แม้จะรู้ว่าตัวเองกำลังเดินเข้าสู่กรงเล็บของเสือร้ายที่จงใจขยับเข้ามาใกล้เอง
ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นสั่นพร่าและเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่เธออ่านไม่ออก มือหนายื่นเข้ามาปอยผมที่ปรกหน้าผากของเธอออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นจัดที่ปลายนิ้วทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว
“ไม่ได้หนี... แค่ไม่อยากให้สติเธอหลุดไปมากกว่านั้นต่างหาก” เขากระซิบชิดริมหู เสียงนั้นแหบพร่าจนทำให้สติที่เหลืออยู่น้อยนิดของเธอขาดผึ่ง “เพราะถ้าคืนนั้นเธอมีสติครบถ้วนร้อยเปอร์เซ็นต์... ฉันคงไม่ใจดีปล่อยให้เธอนอนหลับไปเฉยๆ แบบนี้แน่ ยัยตัวแสบ”
พริมโรสเบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำรัวราวกับกลองชุดในห้องอัด ความกระอักกระอ่วนจากเมื่อคืนถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกที่พุ่งทะยานถึงขีดสุดเมื่อใบหน้าของเขาเคลื่อนเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน
ทว่า... ก่อนที่ระยะห่างนั้นจะถูกร่นจนหมดสิ้น เสียงกริ่งหน้าประตูห้องก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศสีชมพู่อันตรายนั้นทันที
*กริ๊งงงง!*
ธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขาสบถเบาๆ ในลำคอขณะผละออกห่างอย่างจำใจ พริมโรสหอบหายใจโกอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
“ใครมาวะ...” ธันวาพึมพำอย่างหัวเสียก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่ประตูหน้าห้อง โดยมีสายตาสงสัยของพริมโรสคอยมองตาม
แกร็ก!
ประตูห้องถูกเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปรดของใครบางคนยืนยิ้มแป้นอยู่หน้าห้อง พร้อมกับแฟ้มเอกสารงานดนตรีในมือ แต่สิ่งที่ทำให้ธันวาชะงักค้างไป รวมถึงทำให้หัวใจของพริมโรสที่เพิ่งสงบลงต้องกระตุกวูบตกลงไปที่ตาตุ่ม คือประโยคแรกที่หลุดออกมาจากปากผู้มาเยือน
“เฮ้ย ธันวา! ฉันเอาสัญญารีเทิร์นโปรject ที่เธอตกลงกับแฟนเก่าเมื่อวานมาให้เซ็นด่วน—อ้าว... เฮ้ย! มีแขกเหรอวะเนี่ย?”
ขอขอบพระคุณทุกๆ กำลังใจและการติดตามที่มีให้กันเสมอนะคะ!
เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง•ตอนที่ 15
ตื่นขึ้นมาพร้อมความอึดอัด
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!