"ขอโทษที่ขัดจังหวะความหวานนะครับ... พอดีผมผ่านมารับ 'แฟนเก่า' กลับบ้านน่ะครับ พริมโรส"
ประโยคส้นตีน... ขออภัยที่ต้องสบถแบบหยาบคาย แต่สมองของพริมโรสในวินาทีนี้มันประมวลผลคำอื่นได้ไม่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว ร่างบางยืนแข็งทื่ออยู่หน้าสตูดิโออัดเสียง กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ จากปาร์ตี้ฉลองปิดอัลบั้มยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก ผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงของผู้ชายที่เพิ่งก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเธอกับธันวา
กรณ์... ผู้ชายที่เคยฝากรอยแผลเป็นไว้ในความทรงจำ และเลือกเดินออกไปจากชีวิตเธออย่างไร้เยื่อใยเมื่อสามปีก่อน ตอนนี้เขากลับมายืนอยู่ตรงนี้ ยิ้มมุมปากด้วยท่าทีเหนือกว่า ราวกับพริมโรสเป็นของเล่นเก่าที่เขามีสิทธิ์จะกลับมาหยิบฉวยเมื่อไหร่ก็ได้
"นายมาทำอะไรที่นี่" เสียงของพริมโรสแข็งกร้าว สายตาคมกริบมองลอดผ่านความมืดของทางเดินที่สลัวด้วยแสงไฟนีออน
"มารับเธอกลับบ้านไง ก็เห็นว่าดึกแล้ว... อีกอย่าง ฉันได้ข่าวว่าโปรดิวเซอร์มือทองคนนี้ดูแลเธอดีเกินหน้าที่ จนต้องมาดูให้เห็นกับตา" กรณ์ปรายตามองธันวาที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ รอยยิ้มเยาะเย้ยฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาแบบหนุ่มสำอางที่พริมโรสเคยหลงใหล แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกสะอิดสะเอียนสิ้นดี
ธันวาไม่ได้ขยับตัวไปไหน ร่างสูงโปร่งยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างน่าหมั่นไส้ ทว่ากรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน และแววตาคมกราบที่หวาดระแวงดั่งสัตว์ป่ากำลังปกป้องอาณาเขต กลับบอกเล่าอีกเรื่องหนึ่ง... ธันวาโกรธ และความโกรธนั้นกำลังพุ่งสูงถึงขีดสุด
"แฟนเก่า?" ธันวาทวนคำ เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาเบาๆ แต่มีพลังทำลายล้างสูงลิ่ว ดวงตาคู่คมกริบหันมามองหน้าพริมโรสช้าๆ มุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้คนมองรู้สึกหนสันหลังวาบ "อ๋อ... คนนี้นี่เอง ที่เธอเคยบอกว่าโง่เง่าจนอยากลบออกจากสมอง... แต่ดูท่าทางเขาจะมีความพยายามสูงนะ ถึงได้ตามมาสร้างความน่ารำคาญถึงถิ่นฉันได้"
"ธันวา..." พริมโรสครางชื่อเขาเบาๆ หัวใจกระตุกวูบเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวโปรดิวเซอร์หนุ่ม
"ไม่ต้องห่วงครับคุณโปรดิวเซอร์ ผมไม่ได้มาสร้างความน่ารำคาญ" กรณ์ก้าวเข้ามาใกล้พริมโรสอีกนิด มือหนาทำท่าจะเอื้อมมาแตะข้อศอกเธอ แต่ทว่า...
*หมับ!*
มือเรียวของธันวาเร็วกว่าแสง เขาคว้าข้อมือของกรณ์ไว้กลางอากาศ แรงบีบมหาศาลทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของกรณ์เจื่อนลงทันที ธันวาไม่ได้ใช้กำลังฉุดกระชาก แต่แรงกดดันจากสายตาคู่นั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ
"อย่าเอามือสกปรก... มาแตะต้องคนของผม"
น้ำเสียงของธันวานิ่งสนิท ไร้ซึ่งความลังเล แต่มันกลับทรงพลังจนพริมโรสต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก คำว่า *'คนของผม'* วิ่งวนอยู่ในหัวเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งที่มันเป็นแค่เกมประชันหน้ากับผู้ชายอีกคน แต่มันกลับทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้
"คนของนายงั้นเหรอ?" กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ พยายามดึงมือตัวเองกลับแต่ไม่สำเร็จ "พริมเคยเป็นของฉันมาก่อน... และเธอก็รู้ดีว่าฉันหมายถึงอะไร"
"มันก็แค่อดีตที่เน่าเฟะน่ารำคาญ!" พริมโรสโพล่งออกมาด้วยความเหลืออด ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เธอเกลียดสายตาที่กรณ์ใช้มองเธอ เกลียดความมั่นใจปลอมๆ นั่น และเกลียดตัวเองที่ดันพาตัวเองมาอยู่ในจุดนี้ "กรณ์ นายมีสิทธิ์อะไรมาที่นี่? เราจบกันไปสามปีแล้ว ไสหัวไปซะก่อนที่ฉันจะเรียก รปภ. มาลากคอออกไป!"
ธันวาเหลือบมองผู้หญิงข้างกายแวบหนึ่ง แววตาที่เคยมืดมนมีความอ่อนแสงลงนิดหน่อยอย่างรวดเร็วจนแทบจับสังเกตไม่ได้ เขาปล่อยมือออกจากข้อมือของกรณ์ราวกับรังเกียจ ปัดมือตัวเองเบาๆ เหมือนเพิ่งสัมผัสสิ่งสกปรก
"ได้ยินชัดแล้วนะ" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ ก้าวขาขึ้นมาบังร่างของพริมโรสไว้ครึ่งหนึ่งราวกับเกราะป้องกัน "แฟนเก่าที่เธอบอกว่ามา 'รับ' น่ะ... เขาไม่ต้อนรับ เชิญไสหัวกลับทางเดิมไปซะ หรือถ้าอยากให้ฉันช่วยสงเคราะห์เรียกแท็กซี่ให้ ก็บอกมาได้นะ... ฉันใจดีพอกับคนหน้าด้านเสมอ"
กรณ์หน้าเสียอย่างเห็นได้ชัด ความหยิ่งผยองถูกทลายลงด้วยคำพูดเชือดเฉือนที่ไม่ต้องตะโกนแต่เจ็บกระดองใจของธันวา เขากัดฟันกรอด มองหน้าพริมโรสสลับกับธันวาด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะแค่นเสียงลอดไรฟัน
"ฝากไว้ก่อนเถอะพริม... เธอก็แค่หาที่เกาะใหม่แก้เหงาเท่านั้นแหละ ดูซิว่าผู้ชายปากจัดคนนี้จะทนสันดานเธอได้สักกี่น้ำ!"
พาดพิงเสร็จกรณ์ก็สะบัดหน้าเดินหนีหายไปในความมืดของลานจอดรถ ทิ้งให้ความเงียบเข้าปกคลุมบริเวณหน้าสตูดิโออีกครั้ง เสียงเครื่องปรับอากาศตัวใหญ่ส่งเสียงฮัมเบาๆ แข่งกับเสียงหัวใจของพริมโรสที่เต้นโครมคราม
หญิงสาวถอนหายใจยาวเหยียด ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเพื่อขับไล่ความมึนงงจากฤทธิ์แอลกอฮอล์และสถานการณ์ประสาทกินเมื่อครู่
"ไหวไหม?" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ธันวาหันกลับมามองเธอ ใบหล่อเหลายังคงบึ้งตึงตามสไตล์คนปากแข็ง แต่ดวงตากลับฉายแววห่วงใยที่ซ่อนไว้ไม่มิด
"ไหวสิ... แค่ปวดหัวนิดหน่อย" พริมโรสตอบเสียงอ่อย ยอมรับเลยว่าฤทธิ์แอลกอฮอล์ผสมกับความเครียดทำให้เธอรู้สึกโคลงเคลงเล็กน้อย เธอกำลังจะก้าวเดินเพื่อไปหยิบกระเป๋าในห้องอัด แต่ขาเจ้ากรรมดันเซถลาไปด้านข้างราวกับไร้เรี่ยวแรง
*ตุบ!*
แทนที่จะล้มลงไปกระแทกพื้นซีเมนต์เย็นเฉียบ ร่างของพริมโรสกลับถูกคว้าไว้ด้วยอ้อมแขนแกร่งของใครบางคน ธันวาคว้าเอวบางไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะล้ม กลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขาโชยเข้าจมูก ชวนให้เคลิบเคลิ้มจนน่าประหลาด
"ไหนว่าไหว? ปากดีตลอดเวลาจริงๆ นะเธอเนี่ย" ธันวาบ่นอุบขณะดึงเธอลุกขึ้นยืนให้มั่นคง แต่แขนแกร่งก็ยังคงโอบประคองรอบเอวเธอไว้ไม่ยอมปล่อย ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรดอยู่บนพวงแก้ม
"ก็... มันมึนๆ นี่นา ใครใช้ให้ปาร์ตี้วันนี้มีแต่ไวน์รสดีล่ะ" พริมโรสอ้างเสียงเบา หลบสายตาดุๆ คู่นั้นไม่ได้เพราะระยะห่างที่ใกล้จนเกินไป หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับตีกลองรบ
ธันวาจ้องมองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ดวงตากลมโตที่มักจะมองเขาด้วยความท้าทาย ตอนนี้กลับฉายแววสั่นไหวและออดอ้อนอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดทับเอาไว้ใต้ความปากแข็งมาหลายเดือน กำลังตีรันฟันแทะหัวใจเขาจนแทบคลั่ง
ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนี้มีอิทธิพลกับความรู้สึกเขามากเกินไปแล้ว
"พริมโรส..." ธันวาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป มันนุ่มนวลและแหบพร่ากว่าปกติจนคนฟังต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ
"หือ...?"
"รู้ตัวไหม... ว่าเธอทำให้ฉันเป็นบ้า" ธันวาพึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว ความเมาจากการดื่มฉลองร่วมกับทีมงานประกอบกับความอัดอั้นที่สะสมมานาน ทำให้เกราะป้องกันทุกอย่างพังทลายลงในพริบตา "ฉันเกลียดตอนที่เธอไปยืนใกล้ไอ้เวรนั่น... เกลียดเวลาที่เธอทำตัวเก่งจนไม่ยอมให้ฉันปกป้อง... และที่สำคัญที่สุด..."
ธันวาหยุดหายใจไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการสลักภาพเธอไว้ในความทรงจำ
"ฉันเกลียดตัวเอง... ที่หลงรักผู้หญิงปากร้ายอย่างเธอเข้าเต็มเปา ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้"
พริมโรสเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนราวกับถูกไฟช็อต คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของโปรดิวเซอร์หนุ่มผู้แสนซึนเดเระและปากแข็งที่สุดในสามโลก... มันดังชัดเจนก้องอยู่ในโสตประสาท จนเธอไม่แน่ใจว่านี่คือความจริง หรือเธอแค่อมแอลกอฮอล์แล้วฝันไปกันแน่
ธันวากะพริบตาช้าๆ เมาจนสติเริ่มเลือนราง แต่แววตาที่มองเธอกลับจริงจังและเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้น เขาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ช่องว่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือแค่ศูนย์
"ธะ... ธันวา นายพูดอะไรออกมา..." พริมโรสเสียงสั่น หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความกล้าทั้งหมดที่มีหายวับไปกับตา
ธันวาไม่ตอบ เขาเพียงแค่ส่งยิ้มมุมปากที่แฝงความคลั่งรักแบบสุดขั้วออกมาเป็นครั้งแรก มือหนายกขึ้นประคองข้างแก้มเนียนของเธอเบาๆ นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่โหนกแก้มอย่างทะนุถนอม ราวกับเธคือสิ่งของล้ำค่าที่เปราะบางที่สุดในโลก
"ฉันไม่ได้พูดเล่น... และฉันจะไม่พูดซ้ำเป็นครั้งที่สองด้วยซ้ำ ยัยตัวแสบ"
ธันวากระซิบชิดริมฝีปากเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มจนสั่นสะท้าน เขากำลังจะก้มลงมาปิดระยะห่างที่เหลืออยู่...
*กริ๊ก!*
เสียงเปิดประตูกระจกของสตูดิโอด้านหลังดังขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยของทีมงานที่เพิ่งเดินตามออกมา
"เอ้า หัวหน้ายังไม่กลับเหรอครับเนี่ย... เฮ้ย! ขอโทษ! ผมไม่ได้ตั้งใจขัดจังหวะ!" เสียงของเด็กฝึกงานคนหนึ่งดังลั่นขึ้น ทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังจะสุกงอมลงในพริบตา!
พริมโรสสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ รีบดันอกแกร่งของธันวาให้ออกห่างทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูด้วยความเขินอายขั้นสุด
ธันวาชะงัก เปลือกตาคมกริบตวัดกลับไปมองต้นเสียงด้วยสายตาดุร้ายระดับล้านโวลต์ ชนิดที่ถ้าสายตาฆ่าคนได้ เด็กฝึกงานคนนั้นคงพรุนเป็นรังผึ้งไปแล้ว
โปรดิวเซอร์หนุ่มหันกลับมามองพริมโรสที่ก้มหน้าหลบสายตา เม้มริมฝีปากแน่นด้วยความเขินอายจนน่าเอ็นดู ธันวาถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความหงุดหงิดระคนเสียดาย ก่อนจะเอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้
"กลับไปคอนโดกับฉัน... คืนนี้เราเคลียร์เรื่องนี้กันยาวแน่ ยัยตัวแสบ"
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับโลกนิยายของดาวตกคืนคริสต์มาสค่ะ!
เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง•ตอนที่ 14
ความเมาคือโอกาสเปิดปาก
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!