“เรื่องของยัยนั่นค่อยเคลียร์ทีหลัง... แต่ตอนนี้ เธอยังค้างคำตอบฉันอยู่นะ พริมโรส”
ประโยคทิ้งท้ายจากตอนที่แล้วยังคงแขวนลอยอยู่ในอากาศ ทว่าความเงียบงันภายในสตูดิโอบันทึกเสียงยามวิกาลกลับหนาแน่นเสียยิ่งกว่าเสียงเบสจากลำโพงมอนิเตอร์ พริมโรสถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับมิกเซอร์คอนโซลราคาแพง ดวงตากลมโตจ้องมองร่างสูงของโปรดิวเซอร์หนุ่มที่ก้าวเข้ามาประชิดอย่างถือดี ธันวาในยามนี้ไม่ได้มีมาดสุขุมนุ่มลึกเหมือนตอนอยู่ในห้องประชุมคณะกรรมการบริษัท แต่เป็นธันวาคนอันตราย—คนปากร้ายที่ชอบใช้สายตาดุดันคุกคามหัวใจเธอให้เต้นรัวผิดจังหวะอยู่เรื่อย
“ฉัน... ฉันจะไปค้างคำตอบอะไรคุณตอนตีสองคะ?” พริมโรสเชิดคางขึ้น พยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงด้วยการตอกกลับอย่างไม่ยอมคน “เรื่องโปรเจกต์เพลงประกอบซีรีส์นั่น ฉันส่งอีเมลสรุปดีเทลให้คุณตั้งแต่หกโมงเย็นแล้วค่ะคุณธันวา ถ้าคุณเช็กเมล์สักนิด ไม่ใช่เอาแต่เดินวนไปวนมาทำหน้ายักษ์อยู่ในห้องควบคุม ฉันคงไม่ต้องมานั่งเคลียร์มิกซ์เสียงรอบที่สี่แบบนี้หรอกนะคะ”
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยขณะที่เขาใช้มือข้างหนึ่งค้ำขอบโต๊ะมิกเซอร์ไว้ เป็นการกักขังเธอกลายๆ โดยไม่ต้องแตะเนื้อต้องตัว “อีเมลเหรอ? หึ... ฉันไม่ได้หมายถึงงานพริม”
ดวงตาคมกริบของเขาพินิจพิเคราะห์ใบเนียนที่ขึ้นสีเรื่อด้วยความโกรธ (หรืออาจจะเขินอาย เธอก็ไม่กล้าคอนเฟิร์ม) ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุด “ฉันหมายถึงเรื่องที่เธอยอมเอาตัวเข้าข้างไปรับหน้าแทนฉันกับพวกผู้บริหารต่างหาก... เธอคิดอะไรอยู่ถึงทำแบบนั้น รู้ไหมว่ามันเสี่ยงแค่ไหนถ้าเกิดโปรเจกต์นี้พังขึ้นมา?”
“ก็เพราะฉันไม่อยากเห็นโปรดิวเซอร์มือหนึ่งของค่ายต้องมาเสียท่าให้พวกบอร์ดบริหารหัวโบราณน่ะสิคะ!” พริมโรสสวนกลับทันควัน ความหงุดหงิดที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ระเบิดออกมาเป็นคำพูด “อีกอย่าง... ฉันไม่ได้ทำเพื่อคุณคนเดียวหรอกนะ ฉันทำเพื่อผลงานของฉัน เพื่อทีมซาวด์อิงค์ทุกคนที่ตั้งใจทำงานนี้ต่างหาก อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยค่ะ!”
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็ดิ่งวูบลงราวกับอุณหภูมิในห้องถูกปรับลดด้วยรีโมตคอนโทรล ธันวาหยุดชะงัก แววตาที่เคยพะเน้าพะนอแกมดุเปลี่ยนเป็นความแข็งกระด้างขึ้นมาทันที ความหวandดีที่เขาซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีปากร้ายถูกคำพูดขวานผ่าซากของเธอเฉือนจนเป็นแผล
“หึ... หลงตัวเองงั้นเหรอ?” ธันวายืดตัวตรง ถอยห่างออกไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นกว่าเดิม “นั่นสินะ ฉันมันก็แค่ไอ้โปรดิวเซอร์เรื่องมาก ปากเสีย ที่เธอคงนึกรำคาญทุกครั้งที่ต้องร่วมงานด้วย... งั้นก็ดี ถ้างั้นเรื่องดนตรีแทร็กหลักของซิงเกิลนี้ ที่เธอดื้อรั้นอยากจะปรับไลน์กีตาร์ใหม่หมดโดยไม่ฟังใครเลยเมื่อตอนเย็น เคลียร์ให้มันจบวันนี้ซะ พริมโรส อย่าเอาอารมณ์ส่วนตัวมาปะปนกับงาน... แบบที่เธอชอบทำอยู่เรื่อย”
เพล้ง!
ไม่ใช่เสียงแก้วแตก แต่เป็นความรู้สึกบางอย่างในใจของพริมโรสที่ร้าวลึก เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ การถقเถียงเรื่องดนตรีที่ควรจะเป็นแค่เรื่องโปรเฟสชันแนลในห้องอัด กลับถูกเขากระชากลากถูให้กลายเป็นเรื่องส่วนตัวได้อย่างหน้าตาเฉย ทั้งที่จริงแล้ว... เธอแค่อยากปกป้องซาวด์ที่เขาแต่งขึ้นมาต่างหาก!
“คุณกำลังพูดบ้าอะไรอยู่ธันวา!” ซาวด์เอนจิเนียร์สาวหมดความอดทน น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ “ฉันปรับไลน์กีตาร์ก็เพราะซาวด์มันฟ้องว่ามันทับย่านความถี่กับเสียงร้องของคุณ! ฉันหวังดีกับเพลงนี้มากกว่าใครด้วยซ้ำ แต่คุณกลับมองว่าฉันเอาอารมณ์ส่วนตัวมาทำงานเหรอคะ? สมองคุณคิดได้แค่นี้จริงๆ เหรอ!”
“ใช่! ฉันคิดแค่นี้แหละ!” ธันวาตะคอกกลับเสียงดังลั่นสตูดิโอ ความซึนเดเระและทิฐิที่พอกพูนมานานทำให้เขาควบคุมปากตัวเองไม่ได้ “ถ้าเธอเก่งนัก เก่งหนา ทำไมไม่ทำทุกอย่างคนเดียวไปเลยล่ะ จะมาทนทำงานกับคนปากร้ายอย่างฉันทำไม! เลิกทำตัวเป็นแม่พระที่คอยวิ่งตามเช็ดตามล้างให้ฉันสักทีได้ไหมวะ พริมโรส!”
คำพูดที่พ่นออกมาด้วยความโมโหทำเอาห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันช็อกขีดสุด พริมโรสตัวชาดิก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกเจ็บแปลบวิ่งพล่านไปทั่วอก เธอไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะพูดจาทำร้ายจิตใจกันได้ถึงขนาดนี้ รอยร้าวในสตูดิโอแห่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับเครื่องเสียงหรือทรอนิกส์อีกต่อไป แต่มันเกิดขึ้นระหว่างคนสองคนที่ยืนอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ
“ได้...” พริมโรสเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้รื้นขึ้นมาขอบตา แต่เธอเชิดหน้าขึ้น ไม่ยอมให้เขาได้เห็นความอ่อนแอเด็ดขาด “ในเมื่อคุณคิดว่าฉันจุ้นจ้านและน่ารำคาญนัก... นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ฉันจะถอนตัวจากโปรเจกต์นี้ เชิญคุณไปหาซาวด์เอนจิเนียร์คนอื่นที่ทนสันดานแย่ๆ ของคุณได้เถอะค่ะ!”
เธอสะบัดหน้าหนี เตรียมจะเดินพ้นประตูสตูดิโอด้วยความโกรธเกรี้ยว ทว่า... ทันทีที่มือเรียวเอื้อมไปแตะกลอนประตู เสียงทุ้มแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดใจก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“ก้าวออกไปจากประตูนั้นก้าวเดียว... เธอกับฉันจบกันจริงๆ แน่ พริมโรส”
พริมโรสชะงักเท้า ตัวแข็งทื่อ หัวใจกระหน่ำเต้นระรัวราวกับกลองชุดในห้องอัด เธอยังไม่ทันได้หันกลับไปมองว่าธันวาเดินเข้ามาประชิดตั้งแต่เมื่อไหร่ จู่ๆ แรงดึงกระชากเบาๆ ที่ต้นแขนก็ทำให้ร่างทั้งร่างหมุนกลับไปปะทะกับแผงอกกว้างอันคุ้นเคย ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ลอยปะทะจมูก ก่อนที่ประตูสตูดิโอจะถูกกระชากเปิดออกผาง! พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิดในยามตีสองครึ่งเช่นนี้!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอินและฟินไปกับความปากแข็งของพี่ธันวานะคะ!
เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง•ตอนที่ 17
รอยร้าวในสตูดิโอ
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!