เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง•ตอนที่ 10

ผู้ช่วยที่ไม่ได้ร้องขอ

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
หน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาในห้องอัดสว่างวาบสะท้อนกับนัยน์ตาสีเข้มที่กำลังฉายแววคุกรุ่นจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวธันวาราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงันอุณหภูมิติดลบ หลังจากที่ผู้จัดการส่วนตัววิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมข่าวหายนะระดับสิบเรกเตอร์ คลิปเสียงเดโมเพลงเก่าที่ถูกเก็บพับโปรเจกต์ไว้เมื่อสามปีก่อน—เพลงที่เขาแต่งขึ้นในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดและตั้งใจว่าจะไม่มีวันเปิดให้ใครได้ยิน ถูกปล่อยว่อนอยู่บนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งนิรนามเรียบร้อยแล้ว "ใครเป็นคนปล่อย..." น้ำเสียงของโปรดิวเซอร์หนุ่มต่ำลึกจนแทบจะกลืนหายไปในลำคอ ทว่ากลับทรงพลังพอที่จะทำให้ผู้จัดการหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ยังไม่รู้ครับ... เอ๊ย ไม่รู้ค่ะ! คือพี่หมายถึง ทางทีมเทคนิคกำลังเช็กไอพีที่ปล่อยอยู่ แต่ที่แย่กว่านั้นคือ ยอดวิวพุ่งทะยานไปหลักแสนแล้วในเวลาไม่ถึงสิบนาที แถมคอมเมนต์ก็..." ผู้จัดการหนุ่มละล่ำละลักแก้คำสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาดุราวกับเสือจ้องจะขย้ำเหยื่อของธันวาที่ตวัดมองมา "คอมเมนต์ว่ายังไง." ธันวากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็น The Muscle นูนเด่น มือหนากำเมาส์ในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน "เอ่อ... พวกเขาบอกว่า นี่คือทบวงผลงานมาสเตอร์พีซที่สูญหายของธันวา และ... เรียกร้องให้คุณเอาเพลงนี้กลับมาทำต่อค่ะ" พริมโรสที่ยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่มุมห้องขยับตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสวาววับขึ้นด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่อ่านยาก เธอมองแผ่นหลังกว้างที่กำลังสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความโกรธและ... ความหวาดกลัวลึกๆ ที่ธันวาพยายามปกปิดไว้ภายใต้ท่าทีปากจัดและเย่อหยิ่ง เพลงนั้นไม่ใช่แค่เพลงเก่าธรรมดา แต่มันคือปมในอดีตที่เขาเกลียดชังที่สุด เป็นหลักฐานว่าครั้งหนึ่งเขาเคย 'พ่ายแพ้' ให้กับความรู้สึกของตัวเอง "ออกไปก่อน." ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ หันหลังให้ผู้จัดการและพริมโรส "ฉันอยากอยู่คนเดียว" "แต่ธันวาคะ—" "ฉันบอกให้ออกไป!" เสียงทุ้มตวาดกร้าวลั่นห้อง จนผู้จัดการสะดุ้งโหยงและรีบสาวเท้าถอยหลังออกจากห้องอัดไปในทันที พร้อมกับบานประตูที่ปิดสนิทลงหลงเหลือเพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัดอีกครั้ง พริมโรสไม่ได้ขยับตัวตามออกไป เธอยังคงยืนอยู่ที่เดิม มองร่างสูงที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน สองมือยกขึ้นกุมขมับราวกับคนกำลังจะระเบิด ท่าทางที่เคยหยิ่งผยองและมั่นอกมั่นใจหายวับไปกับตา เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังแตกสลายอยู่เบื้องหน้าเธอ "บอกให้ออกไปไง หูหนวกหรือไงยัยตัวแสบ" ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟันโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง "ถ้าฉันออกไปแล้วใครจะช่วยคุณเก็บกวาดความเละเทะนี้ล่ะคะ" พริมโรสสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม เธอเดินตรงเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขาโดยไม่เกรงกลัวรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาเลยแม้แต่น้อย "เธอเข้าใจภาษาไทยไหมพริมโรส ฉันบอกว่าไม่อยากเจอใครทั้งนั้น! เพลงเฮงซويนั่นมันตายไปแล้ว และตอนนี้มันกำลังกลับมาหัวเราะเยาะฉัน!" ธันวาเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาคู่คมแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ เขามองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตัดพ้อและเกรี้ยวกราด "เธอสะใจใช่ไหมล่ะ ที่เห็นฉันตกที่นั่งลำบากแบบนี้" พริมโรสชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น ความโกรธที่เธอกำลังจะพ่นใส่ถูกกลืนหายไปแทนที่ด้วยความเจ็บแปลบในอก ผู้ชายคนนี้มักจะใช้กำแพงความปากร้ายและวาจาเชือดเฉือนมาปกป้องความอ่อนแอเสมอ... ช่างเป็นตาแก่ซึนเดเระที่น่าตีให้ตายเสียจริง "ถ้าฉันสะใจ ฉันคงยืนหัวเราะร่าอยู่ข้างนอกกับผู้จัดการของคุณไปแล้วค่ะ ไม่มาทนยืนฟังคุณเห่าใส่แบบนี้หรอก" พริมโรสเชิดหน้าขึ้น สบตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง "แล้วก็เลิกทำตัวเป็นเด็กอมมือที่เอาแต่ตีโพยตีพายสักที เพลงนั้นถูกปล่อยออกไปแล้ว สิ่งที่เราต้องทำไม่ใช่มานั่งฟูมฟาย แต่มันคือการ 'จัดการ' กับมันต่างหาก" "จัดการยังไง ในเมื่อไฟล์ต้นฉบับมันเสียหายครึ่งหนึ่ง! เสียงร้องท่อนฮุคมันพังเพราะระบบรวนเมื่อสามปีก่อน เธอก็รู้ดีไม่ใช่หรือไง!" ธันวาตวาดกลับเสียงดังลั่น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนทําให้ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา "รู้สิคะ... เพราะฉันรู้ ฉันถึงได้แอบเข้ามาในระบบฐานข้อมูลเก่าของคุณเมื่อคืนนี้ยังไงล่ะ" คำพูดของพริมโรสทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันฉับพลัน ธันวาชะงักกึก ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ลลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที "เธอว่ายังไงนะ..." เสียงของเขากระซิบแผ่วเบา ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงระคนไม่เชื่อหู "เธอแอบเข้าระบบของฉันเหรอ?" "ใช่ค่ะ" พริมโรสเชิดหน้ายอมรับอย่างหน้าตาเฉย ไม่มีแววตาหวาดกลัวแม้แต่น้อย "ฉันใช้เวลาทั้งคืนรื้อฟื้นโปรเจกต์เก่าของคุณขึ้นมาใหม่ ไฟล์เสียงที่เสียหายครึ่งหนึ่งนั้น... ฉันไม่ได้กู้มันหรอกนะคะ" ธันวาขมวดคิ้วแน่น หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโมโหที่เธอกล้าล้ำเส้น และทั้งอยากรู้จนแทบคลั่ง "แล้วเธอทำอะไรกับมัน?" พริมโรสยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ธันวาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว มันเป็นรอยยิ้มที่ทั้งมั่นใจและแพรวพราวในเวลาเดียวกัน "ฉัน 'บันทึกเสียงใหม่' ค่ะ..." เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลดปล่อยดวงตาคู่สวยให้มองตรงเข้าไปในนัยน์ตาของโปรดิวเซอร์หนุ่ม "แต่ไม่ใช่เสียงร้องเดิมของคุณนะ... ฉันเอาเมโลดี้ไลน์เก่ามาปรับคีย์ใหม่ ใส่บีทที่ทันสมัยเข้าไป แล้วก็... ร้องประสานเสียงทับลงไปในท่อนที่ขาดหาย ให้มันกลายเป็นเวอร์ชันที่สมบูรณ์แบบกว่าเดิม... เป็นของขวัญชิ้นพิเศษที่ฉันช่วยรื้อฟื้นมันขึ้นมาให้คุณไงล่ะคะ" ธันวานิ่งค้างไปสนิท สมองประมวลผลคำพูดของหญิงสาวไม่ทัน เธอ... แก้ไขเพลงนั้น? เพลงที่เขาเกลียดชังและปิดตายมันไว้ แต่เธอกลับกล้าดีอย่างไรถึงเข้าไปยุ่ง และที่สำคัญที่สุด... เธอร้องมันร่วมกับเขาอย่างนั้นหรือ? "เธอ... กล้าดียังไง..." ธันวาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอ ร่างสูงใหญ่กดดันจนพริมโรสต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน แผ่นหลังบางแนบติดกับไม้เนื้อแข็งโดยมีร่างของชายหนุ่มกักตัวเธอไว้ในวงแขนอย่างจำยอม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และความร้อนรุ่มที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้หัวใจของซาวด์เอนจิเนียร์สาวเริ่มเต้นผิดจังหวะ "ฉันก็แค่อยากเห็นคุณเลิกจมปลักกับอดีตสักที..." พริมโรสกระซิบเสียงแผ่ว ความมั่นใจเมื่อครู่เริ่มสั่นคลอนเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงจนแทบจะสัมผัสกัน "คุณกลัวอะไรคะธันวา กลัวเพลงนั้น หรือว่า... กลัวความรู้สึกที่เคยมีคนคนนั้นในเพลงกันแน่" ธันวาชะงักกึก ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน ปลายจมูกโด่งคมเฉี่ยวเกือบจะสัมผัสกับปลายจมูกรั้นของเธอ ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่ฉายแววท้าทายปนความหวั่นไหวอย่างชัดเจน ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย ถูกแทนที่ด้วยความโหยหาและแรงดึงดูดประหลาดที่เขาไม่อาจต้านทานได้ "เธอมัน... ร้ายกาจจริงๆ พริมโรส" ธันวาเค้นเสียงกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม น้ำเสียงที่เคยเกรี้ยวกราดแปรเปลี่ยนเป็นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่เจ้าตัวพยายามซ่อนมาตลอด "ฉันแค่... อื้อ!" คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อธันวาโน้มใบหน้าลงมาประกบปิดเรียวปากของเธออย่างรวดเร็วและเอาแต่ใจ ความนุ่มนวลที่แฝงไปด้วยความดุดันทำให้พริมโรสเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือบางยกขึ้นหมายจะผลักแผงอกกว้างออก แต่กลับถูกมือหนาคว้าข้อมือทั้งสองข้างรวบขึ้นไปกดไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย จูบที่ไม่มีการตักเตือน รุกเร้าและร้อนรุ่มราวกับเปลวไฟที่แผดเผาความรู้สึกนึกคิดจนกระเจิง พริมโรสพยายามจะเม้มปากขัดขืน แต่ความหวานล้ำและสัมผัสวาบหวามที่เขาถ่ายทอดผ่านเรียวปากกลับทำให้เข่าของเธอแทบทรุดลงไปกองกับพื้น แรงต้านทานที่มีทั้งหมดละลายหายไปกับสัมผัสจาบจ้วงแต่เต็มไปด้วยความโหยหาของคนปากแข็ง ธันวาผละริมฝีปากออกมาชั่วครู่เพื่อให้หญิงสาวได้หายใจ ทว่าหน้าผากของเขากลับยังคงแนบชิดอยู่กับหน้าผากของเธอ ลมหายใจหอบกระชั้นเป่ารดกันและกันในระยะประชิด ดวงตาคู่คมจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อแดงก่ำของเธอด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากับดวงตากลมโตที่ฉายแววทั้งโกรธ ทั้งเขิน และสับสนปนเปกันไปหมด "อย่าริอ่านมาทำแบบนี้ลับหลังฉันอีก..." เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก ปลายจมูกของเขาคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ "ไม่อย่างนั้น... ฉันจะไม่จูบแค่เตือนสติแบบนี้แน่" พริมโรสหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอเม้มปากแน่นอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ว่าตัวจะสั่นเทาด้วยความวาบหวามก็ตาม "นี่คุณ... ฉันอุตส่าห์ช่วยงานคุณนะ!" "หึ... ผู้ช่วยที่ไม่ได้ร้องขอคนนี้..." ธันวายกยิ้มมุมปากด้วยความเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายความรักที่เอ่อล้นทะลักออกมาอย่างปิดไม่มิด "สงสัยคงต้องหา 'วิธีลงโทษ' ที่สาสมกว่านี้เสียแล้วล่ะมั้ง..." ยังไม่ทันที่พริมโรสจะได้อ้าปากเถียง เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นติดต่อกันสามครั้ง ตามด้วยบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทอีกครั้ง พร้อมกับเสียงร้องตื่นตระหนกของผู้จัดการส่วนตัวที่วิ่งพรวดพราดเข้ามาหน้าตาตื่นยิ่งกว่าเดิม "ธันวา! ชิบหายแล้วครับ! ค่ายเพลงคู่แข่งเอาคลิปเสียงเดโมของคุณไปตีข่าวใหญ่โต แถม... แถมพวกเขากำลังจะฟ้องร้องลิขสิทธิ์เพลงนั้นแล้วเพราะคิดว่าคุณจงใจปล่อยข้อมูลหลุด!" ธันวาผละออกจากร่างบางทันที ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเคร่งขรึมและเย็นชาขึ้นในพริบตา เขากวาดสายตามองหน้าผู้จัดการสลับกับหันกลับมามองพริมโรสที่กำลังจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยใบหน้าแดงก่ำ รอยยิ้มเยียบเย็นผุดขึ้นที่มุมปากของโปรดิวเซอร์หนุ่มอัจฉริยะ... ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมสกปรกนัก เขาก็พร้อมจะจัดชุดใหญ่ให้พวกมันได้รู้ซึ้งถึงคำว่า 'พ่ายแพ้' ของจริง – ติดตามตอนต่อไปในตอนที่ 11 – ---------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความปากแข็งของพี่ธันวานะคะ!
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%