เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง•ตอนที่ 11

เส้นแบ่งที่เริ่มจาง

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
"ถ้าคิดจะเล่นสกปรก แค่เอาหลักฐานชิ้นนี้ไปแปะหน้าห้องประชุมบอร์ดบริหาร พวกมันก็คงไม่มีปัญญาแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาเถียงแล้วล่ะค่ะคุณโปรดิวเซอร์" น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมของพริมโรสดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องบันทึกเสียงยามวิกาล แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของเธอ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของธันวาในวินาทีนี้ กลับไม่ใช่ไฟล์เสียงมัดตัวคนทรยศที่แสดงอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า... แต่เป็นรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ และประกายตาที่ท้าทายโลกทั้งใบของหญิงสาวต่างหาก รอยยิ้มเยียบเย็นที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าของโปรดิวเซอร์หนุ่มอัจฉริยะเมื่อครู่ มลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย แทนที่ด้วยแววตาซับซ้อนที่ฉายความทึ่งปนความเอือมระอาเล็กน้อย ธันวาผละหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง กอดอกมองคนตรงข้ามด้วยท่าทีที่ใครเห็นก็ต้องหมั่นไส้ "เธอใจร้อนเกินไปแล้วพริมโรส" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดจะเยาะหยันตามสไตล์คนปากแข็ง ทั้งที่ในใจกำลังนึกชมเปาะว่าผู้หญิงคนนี้ช่างรู้ทันเกมของเขาเสียเหลือเกิน "การกระชากหน้ากากคนพวกนั้นให้ดิ้นพล่านด้วยหลักฐานชิ้นเดียว มันง่ายเกินไป... และที่สำคัญ ความสะใจแบบนั้นมันไม่คุ้มค่ากับการลงทุนเวลาของฉันหรอกนะ" "อ๋อเหรอคะ?" พริมโรสเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างท้าทาย เธอหมุนเก้าอี้ทำงานหันมาเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ ดวงตากลมโตจ้องมองตรงเข้ามาในดวงตาของเขาอย่างไม่เกรงกลัว "นึกว่าโปรดิวเซอร์ธันวาผู้รักความสมบูรณ์แบบ จะชอบอะไรที่จบไวและเด็ดขาดเสียอีก ที่แท้ก็แค่อยากยืดเวลาทรมานเหยื่อให้มันหนำใจสินะคะ ถึงได้ยอมเสียเวลามานั่งเคาะแป้นพิมพ์วางแผนแก้เกมข้ามคืนแบบนี้" "เขาเรียกว่าการวางหมากเหนือชั้นต่างหาก ประสาคนวิสัยทัศน์แคบอย่างเธอมันคงมองไม่เห็นภาพรวมหรอก" ธันวาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากหยักได้รูปขยับเถียงทันควันตามสัญชาตญาณ แม้ในใจจะแอบยอมรับว่ายัยตัวแสบนี่อ่านความคิดของเขาได้ทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าเอ็กซ์เรย์ พริมโรสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่บ่งบอกว่าเธอไม่ได้รู้สึกสะดุ้งสะเทือนกับคำดูถูกนั้นเลยแม้แต่น้อย เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของเขา กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ผสมผสานกับกลิ่นอายความมุ่งมั่นลอยเข้ามาแตะจมูกของคนปากแข็ง จนธันวาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "วิสัยทัศน์แคบเหรอคะ?" พริมโรสโน้มตัวลงเล็กน้อย มือเรียวบางทั้งสองข้างเท้าลงบนโต๊ะทำงาน เพื่อบังคับให้สายตาของพวกเขาอยู่ในระดับเดียวกัน "ถ้าฉันวิสัยทัศน์แคบจริง... คงไม่มองเห็นหรอกนะคะว่าภายใต้ท่าทีปากจัดและคำพูดกัดจิกเป็นพิษของคุณเนี่ย แท้จริงแล้วกำลังปกป้องโปรเจกต์นี้—และปกป้องทีมงานทุกคน—ด้วยวิธีที่เสี่ยงที่สุดอยู่คนเดียว" บรรยากาศในห้องราวกับถูกแช่แข็งลงในฉับพลัน ธันวาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ปนความรู้สึกบางอย่างที่ถูกจี้ใจดำเข้าอย่างจัง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วครู่ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ เป็นฉากหลัง เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามสร้างกำแพงความเย่อหยิ่งขึ้นมาบังหน้าไว้ตามเคย "เพ้อเจ้ออะไรของเธอกันพริมโรส ใครจะไปปกป้องใคร ฉันก็แค่วิ่งตามผลประโยชน์ของค่ายเพลงและชื่อเสียงของฉันเองทั้งนั้นแหละ อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลย" ธันวาเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ปฏิเสธที่จะสบตาคู่สวยที่ฉายแววรู้ทันจนน่าหมั่นไส้ แต่มีหรือที่คนอย่างพริมโรสจะยอมถอย เธอยืดตัวตรงขึ้น รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเยาะเย้ยถากถางเหมือนทุกที แต่มันคือรอยยิ้มแห่งความเข้าใจ และการยอมรับจากใจจริง "ปากแข็งไม่เปลี่ยนเลยนะคะ" พริมโรสส่ายหัวเบาๆ ด้วยความเอ็นดูปนหมั่นไส้ "เอาเถอะค่ะ ในเมื่อคุณยืนกรานจะเล่นเกมยาว ฉันในฐานะซาวด์เอนจิเนียร์ผู้ร่วมชะตากรรม ก็คงต้องทำตามน้ำ... ในเมื่อเราอยู่ในเรือลำเดียวกันแล้ว และดูท่าว่ากัปตันเรือจะปากแข็งจนเรืออาจจะล่มเพราะความหยิ่งยโสได้ทุกเมื่อ ฉันคงต้องขออนุญาตกระโดดมาถือท้ายเรือร่วมกับคุณด้วยก็แล้วกันนะคะ" ธันวากลับหันมามองเธออีกครั้ง สายตาคู่นั้นไหววับอย่างรุนแรง ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก หัวใจที่เคยถูกปิดตายและสร้างกำแพงหนาเตอะไว้เพื่อปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวดในอดีต กลับรู้สึกเหมือนมีก้อนหินก้อนเล็กๆ ถูกโยนลงมาจนผิวน้ำกระเพื่อมไหว จากศัตรูที่คอยจิกกัดกันในทุกย่างก้าว จากคนที่พร้อมจะฟาดฟันกันด้วยคำพูดเชือดเฉือน... ในวินาทีนี้ สถานะของพวกเขากลับเปลี่ยนผ่านอย่างไร้รอยต่อ กลายเป็น "คนร่วมอุดมการณ์" ที่พร้อมจะหันหลังชนกัน เพื่อสู้กับศัตรูที่อยู่เบื้องหลัง "เธอแน่ใจเหรอพริมโรส?" ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ แววตาที่มองเธอมันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความซินเดเระถูกลดระดับลง เหลือเพียงความจริงจังที่ซ่อนความห่วงใยไว้อย่างแนบเนียน "เกมนี้มันสกปรกและอันตรายกว่าที่เธอคิด ถ้าก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว... เธอกอาจจะหลุดออกจากวงการนี้ไปเลยก็ได้นะ" พริมโรสยิ้มรับอย่างไร้ความหวาดกลัว เธอยื่นมือขวาออกไปตรงหน้าเขา นิ้วเรียวเรียงตัวสวยงามท่ามกลางแสงไฟสลัว "ถ้ามีคนปากจัดคอยระวังหลังให้อย่างคุณ... ฉันก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรต้องกลัวนี่คะ" เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและมั่นคง ธันวามองมือนั้นนิ่งนาน ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—เป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดตั้งแต่เขาไม่ได้แสดงมันออกมานานแสนนาน มือหนาเอื้อมออกไปกุมมือบางนั้นไว้แน่น สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือของเธอส่งผ่านมาถึงใจ ทำให้กำแพงในอกพังทลายลงทีละน้อย "งั้นก็... ยินดีต้อนรับสู่นรกโลกันตร์ค่ะคุณซาวด์เอนจิเนียร์" ธันวาเอ่ยกระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความมุ่งมั่น แต่ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยเคมีอันตรายที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ และความสัมพันธ์ที่เพิ่งจะข้ามเส้นแบ่งความเกลียดชังมาสู่ความไว้เนื้อเชื่อใจ... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูกระจกห้องบันทึกเสียงดังขึ้นกะทันหัน ทำเอาทั้งคู่สะดุ้งผละออกจากกันแทบไม่ทัน ธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ ขณะที่พริมโรสหันไปมองตามเสียง ประตูกันเสียงถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ พร้อมกับร่างสูงโปรดของ "กร" ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงแห่งค่ายเพลงคู่แข่ง ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพายัพและช่อดอกไม้ช่อใหญ่ในมือ—ช่อดอกไม้ที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนจนน่าขนลุก "ขอโทษทีนะครับที่มารบกวนดึกดื่นแบบนี้... พอดีผมผ่านมารับแฟนเก่าพอดี เลยแวะเอาเอกสารสำคัญมาให้โปรดิวเซอร์ธันวาพิจารณาหน่อยครับ" ธันวาชะงักกึก รอยยิ้มเมื่อครู่หายวับไปกับตา ดวงตาคมกริบหรี่ลงมองผู้มาใหม่ด้วยความเย็นเยียบ ขณะที่พริมโรสหน้าถอดสีทันทีเมื่อได้ยินคำว่า 'แฟนเก่า' ลอยออกมาจากปากของผู้ชายคนนั้น ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและร่วมลุ้นไปกับธันวาและพริมโรสนะคะ ห้ามพลาดตอนต่อไปเด็ดขาดค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%