กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องพักผ่อนหลังสตูดิโอบันทึกเสียงดูเหมือนจะลดอุณหภูมิลงไปอีกหลายสิบเปอร์เซ็นต์ทันทีที่คำว่า 'แฟนเก่า' ลอยคว้างอยู่ในอากาศ ประโยคสั้นๆ ที่ทรงพลังพอกระชากสีหน้าของพริมโรสให้ถอดสีลงได้ในเสี้ยววินาที ขณะที่ธันวา... โปรดิวเซอร์หนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงลึก กลับกำลังแผ่รังสีความน่ากลัวออกมาชนิดที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวแทบจะแข็งเป็นน้ำแข็ง
ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงกรอบประตูคือ 'กรณ์' อดีตโปรดิวเซอร์หนุ่มรุ่นพี่ที่เคยทำงานร่วมค่ายเดียวกับพริมโรส และแน่นอน... เขาพ่วงตำแหน่งอดีตคนรักที่จบกันไม่ค่อยสวยนักเมื่อปีก่อน รอยยิ้มมุมปากของกรณ์ไม่ได้สร้างความอบอุ่นเลยสักนิด มันคือรอยยิ้มแบบผู้ชายเจ้าเล่ห์ที่ชอบเข้ามาปأسป่วนในเวลาที่คนอื่นเขาตั้งตัวไม่ติด
"ไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอคนที่นี่นะ พริม... แถมยังยืนอยู่ใกล้ชิดกับโปรดิวเซอร์คนดังผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเรื่องมากซะด้วยสิ" กรณ์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงยียวน กวาดสายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าของหญิงสาว ก่อนจะปรายตามองธันวาที่ยืนขนาบข้างอยู่ด้วยสายตาท้าทาย
พริมโรสเม้มริมฝีปากแน่น เผลอกำมือเข้าหากันโดยอัตโนมัติ ความทรงจำเก่าๆ ที่เธอพยายามฝังกลบมันลงไปใต้ก้นบึ้งของจิตใจผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ผู้ชายคนนี้ไม่เคยให้เกียรติใคร และมักจะสนุกกับการเหยียบย่ำความรู้สึกคนอื่นเพื่อความสะใจ
"ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญเชิญทางอื่นค่ะ ห้องนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับทีมงาน" พริมโรสเชิดหน้าขึ้นทันที แม้ในใจจะแอบสั่นไหวเล็กน้อยกับความทรงจำแย่ๆ แต่ศักดิ์ศรีและสัญชาตญาณความปากเก่งไม่ยอมก้มหัวให้ใครทำให้เธอเลือกจะสวนกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกรวด
"โอ๊ะ ใจเย็นสิครับคนสวย พี่แค่อมยิ้มเพราะเป็นห่วงหรอกนะ..." กรณ์หัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกสองก้าว "เตือนด้วยความหวังดีในฐานะคนที่เคยรู้จัก... อยู่ใกล้ธันวาน่ะ ระวังตัวไว้หน่อยจะดีกว่า หมอนี่น่ะรักใครชอบใครก็แค่ชั่วครั้งชั่วคราว พอเบื่อก็เขี่ยทิ้งเหมือนกระดาษทิชชُّใช้แล้ว นิสัยเอาแน่เอานอนไม่ได้แบบนี้ เธอกำลังเอาหัวใจตัวเองไปเล่นกับไฟนะพริมโรส"
ประโยคคำเตือนที่เจือกลิ่นอายการยุแยงตะแคงรั่วทำเอาพริมโรสชะงักไปชั่วขณะ หางตาของเธอเหลือบมองธันวาโดยอัตโนมัติ
ทว่า... เจ้าของชื่อที่ถูกพาดพิงกลับไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยวหรือร้อนรนอย่างที่ควรจะเป็น ธันวาเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นนิดๆ เป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา มือหนาที่เคยควานหาแผ่นเสียงเมื่อครู่ตอนนี้ซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงสแล็คอย่างผ่อนคลาย ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาบังร่างบางของพริมโรสไว้ครึ่งหนึ่งราวกับจะประกาศอาณาเขตโดยปริยาย
"พูดจบหรือยังครับ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่น่าเกรงขามจนกรณ์หุบยิ้มแทบไม่ทัน
ธันวาปรายตามองผู้มาใหม่ด้วยสายตาที่เหยียดหยามแบบไม่คิดจะปิดบัง "คนที่ตัดสินคนอื่นจากสันดานตัวเอง มักจะคิดว่าคนอื่นเป็นเหมือนตัวเอง... อ้อ แล้วก็เรื่องของพริมโรส ผมดูแลเองได้ ไม่หนักหัวคนนอกอย่างคุณหรอกครับเชิญ"
คำพูดเจ็บแสบแบบไม่ต้องตะโกนทำเอาหน้าของกรณ์ชาวาบ รอยยิ้มเสแสร้งหายวับไปกับตา ธันวาไม่เพียงแต่ปกป้องพริมโรส แต่เขายังตบหน้าอดีตแฟนเก่าของเธอได้อย่างเจ็บแสบโดยใช้เวลาไม่ถึงนาที
"ปากดีแบบนี้ ระวังจะโดนหักหลังจากคนที่ตัวเองไว้ใจเข้าสักวันนะธันวา!" กรณ์กัดฟันกรอดด้วยความโมโห ก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทกเท้าออกไปจากบริเวณนั้น ทิ้งให้ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักผ่อนอีกครั้ง
พริมโรสถอนหายใจยาวเหยียด รู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านสงครามขนาดย่อมมาหมาดๆ เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากขอบคุณผู้ชายข้างกาย ธันวาก็หันขวับกลับมามองเธอด้วยสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยคำถาม
"ยืนบื้ออยู่ทำไม? ใครใช้ให้ไปยืนใกล้ไอ้เวรนั่นจนมันกล้าปากดีใส่?" น้ำเสียงห้วนจัดเอ่ยขึ้นทันทีตามสไตล์ซึนเดเระตัวพ่อที่หาความหวานไม่เจอในยามปกติ
พริมโรสขมวดคิ้วมุ่น ความซาบซึ้งเมื่อครู่ปลิวหายไปในอากาศทันทีเมื่อเจอวาจาขวานผ่าซากของอีกฝ่าย "นี่! ฉันไม่ได้ตั้งใจจะไปยืนใกล้เขาสซะหน่อย เขาเดินเข้ามาเองต่างหากเล่า! อีกอย่าง... คุณมีสิทธิ์อะไรมาว่าฉันเนี่ย?"
"มีสิทธิ์ในฐานะโปรดิวเซอร์ที่ไม่อยากให้ทีมงานสมองกลับไปสนใจหมาขี้เรื้อนจนงานเสีย!" ธันวาเถียงเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความหงุดหงิดที่พลุ่งพล่านอยู่ในอกอย่างแนบเนียน ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิมเมื่อนկถึงประโยคที่กรณ์พูดกรอกหูพริมโรส
แม้ปากจะบอกว่ารำคาญ แต่หัวใจของเขากลับกระตุกวูบทุกครั้งที่ได้ยินคำว่า 'แฟนเก่า' ลอยออกมาจากปากผู้ชายคนนั้น... และยิ่งคำเตือนเรื่องนิสัยของเขาเองที่ถูกหยิบยกมาพูด ยิ่งทำให้ธันวากลัวลึกๆ ว่าพริมโรสจะเชื่อคำยุยงพวกนั้น
หญิงสาวจ้องหน้าโปรดิวเซอร์หนุ่มเขม็ง ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย "ห่วงงานหรือห่วงอะไรกันแน่คะคุณธันวา? หรือว่ากลัวฉันจะเชื่อคำเตือนของเขาจริงๆ ว่าคุณน่ะมันใจร้ายแล้วก็เอาแน่เอานอนไม่ได้?"
ธันวาชะงักกึก ดวงตาคมวับไหววูบไปชั่วขณะ สันจมูกโด่งเชิดขึ้นเล็กน้อยตามฟอร์มคนปากแข็งที่ไม่ยอมรับความจริงง่ายๆ ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวทีละก้าว บีบให้พริมโรสต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ
ระยะห่างที่หายไปในพริบตาทำให้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ประจำตัวของธันวาโชยเข้าปะทะจมูก หัวใจของพริมโรสเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน
"อยากรู้ไหมล่ะ... ว่าฉันเอาแน่เอานอนกับเธอหรือเปล่า?" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมใบหู เรียговความร้อนผ่าวให้แล่นพล่านไปทั่วพวงแก้มของซาวด์เอนจิเนียร์สาว
ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้การควบคุม เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งติดอย่างไม่มีมารยาท พร้อมกับร่างของผู้จัดการสตูดิโอที่ผลักประตูพรวดพราดเข้ามาหน้าตาตื่น
"คุณธันวาครับ! แย่แล้วครับ! ห้องควบคุมเสียงหลักเกิดปัญหาใหญ่ ระบบบันทึกเสียงขัดข้อง กู้ข้อมูลไม่ได้ครับ!"
ธันวาผละตัวออกจากพริมโรสทันที ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเคร่งขรึมจริงจังในโหมดโปรดิวเซอร์มืออาชีพ เขาสบถเบาๆ ในลำคอก่อนจะหันไปมองหน้าพริมโรสที่ยังคงยืนหายใจไม่ทั่วท้อง
"ตามมา!" ธันวาออกคำสั่งเสียงเข้ม คว้าข้อมือเรียวของพริมโรสให้เดินตามออกไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว
ทั้งสองวิ่งฝ่าทางเดินยาวไปยังห้องควบคุมเสียงหลักที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความโกลาหล หน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องดับสนิท มีเพียงไฟฉุกเฉินสีแดงที่กะพริบวับๆ บรรยากาศตึงเครียดปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทีมงานหลายคนยืนหน้าซีดเผือดทำอะไรไม่ถูก
ธันวาปล่อยมือจากข้อมือของพริมโรส ก้าวเข้าไปหน้าแผงควบคุมหลัก นิ้วเรียวกดแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็วเพื่อตรวจสอบโค้ดความผิดพลาด แต่หน้าจอกลับปรากฏข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานที่ไม่มีใครคาดคิด
*System Override: Unauthorized Access Detected.*
*(การเข้าถึงระบบถูกแทนที่โดยบุคคลภายนอก: ตรวจพบรหัสผ่านลับ)*
พริมโรสที่ยืนมองอยู่ด้านหลังเบิกตากว้างเมื่อเห็นชื่อบัญชีผู้ใช้ที่ปรากฏอยู่มุมขวาบนของหน้าจอ... มันคือรหัสผ่านส่วนตัวของคนที่เพิ่งเดินออกไปจากห้องพักผ่อนเมื่อสิบนาทีที่แล้ว!
"กรณ์..." พริมโรสพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจสุดขีด
ธันวาหันขวับกลับมามองเธอ ดวงตาคมกริบฉายประกายความโกรธเกรี้ยวระลอกใหม่ออกมาอย่างน่ากลัว รอยยิ้มเยือกเย็นผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มเล่นๆ เหมือนทุกที
"ดูท่าทาง... หมาขี้เรื้อนตัวนั้นมันคงไม่ได้แค่เห่าขู่เล่นๆ ซะแล้วสิครับพริมโรส"
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วมาลุ้นระทึกไปพร้อมกันในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง•ตอนที่ 12
คำเตือนจากเพื่อนร่วมงาน
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!