เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง•ตอนที่ 19

ทางออกในนาทีสุดท้าย

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
"...คุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?" เสียงของธันวาต่ำทุบและเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบฉายประกายอันตรายที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล ความเงียบงันในห้องบันทึกเสียงกะระยะไกลดิ่งลึกราวกับอากาศถูกดูดออกไปจนหมดสิ้น ไฟสถานะสีแดงเหนือประตูยังคงกะพริบเตือนถึงเวลาวิกฤตของโปรเจกต์ที่เหลืออีกไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง แต่ในพื้นที่สี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนแผ่นหลังของพริมโรสเกือบแนบติดกับแผงมิกเซอร์บอร์ดกลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าเดดไลน์ใดๆ ในโลก พริมโรสไม่ถอยหลังหนี เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาสีเข้มไหวระริกด้วยความท้าทาย ปลายจมูกของคนทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตรจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือความหงุดหงิดของเขา กลิ่นอายความเป็นธันวา—ที่ปะปนระหว่างความเยר็นชา กาแฟดำเข้มข้น และความกังวลที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความร้ายกาจ—โอบล้อมเธอไว้รอบทิศทาง "ถ้าฉันไม่รู้ แล้วเราจะมีทางรอดเหรอคะคุณโปรดิวเซอร์เทวดา" พริมโรสสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่เฉียบคมราวน้ำแข็งปาดคอ "อย่ามาทำเป็นเฉไฉเปลี่ยนประเด็นเลยค่ะธันวา เอกสารสัญญาการซื้อขายสิทธิ์เพลงเซ็ตนั้นถูกย้ายไปไว้ที่ห้องเก็บเสียงสำรองชั้นใต้ดินตั้งแต่วันที่สามที่คุณเข้ามาคุมโปรเจกต์นี้แล้ว... และคนที่มีสิทธิ์เข้าถึงคีย์การ์ดระดับนั้น มีแค่คุณกับผู้บริหารใหญ่เท่านั้น" ธันวาชะงักไปชั่วพริบตา ดวงตาคมกริบที่เคยแข็งกร้าวไหววูบอย่างปิดไม่มิด ความตกใจฉายชัดขึ้นมาในเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะรีบเก็บอาการแล้วแค่นหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน มือหนายกขึ้นกอดอก แนบชิดกับขอบโต๊ะควบคุมเพื่อขังเธอไว้ในวงแขน "เก่งมากนี่ที่สืบมาได้ถึงขนาดนี้" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ปากร้ายๆ เม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงอย่างขัดใจ "แล้วยังไง? จะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องบอร์ดบริหาร เพื่อให้โปรเจกต์นี้ล่มไม่เป็นท่า สมใจเธอว่างั้นเถอะ?" "สมองคุณคิดได้แค่นี้เหรอคะ?" พริมโรสถอนหายใจยาวอย่างเหลืออด เธอใช้ปลายนิ้วเรียวดันแผงอกกว้างของเขาออกเบาๆ เพื่อสร้างระยะห่าง แต่ธันวาไม่มีทีท่าจะขยับเขยื้อน ราวกับเขาเป็นเสาหลักคอนกรีตเสริมเหล็กที่ฝังรากลึกในความดื้อรั้นของตัวเอง "ถ้าฉันอยากให้โปรเจกต์นี้พัง ฉันคงไม่มายืนเถียงกับคุณในห้องนี้จนหูชาหรอกค่ะ ฉันแค่อยากจะบอกว่า... ทางที่เรากำลังเดินชนกำแพงกันอยู่เนี่ย มันไม่ใช่ทางออก" "แล้วเธอมีทางที่ดีกว่านั้นว่างั้น?" ธันวาย้อนถาม คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม แววตาจับจ้องใบหน้าเนียนใสของหญิงสาวด้วยความไม่เชื่อถือ "อย่าบอกนะว่าวิธีของเธอคือการไปกราบกรานขอร้องตาคณินคนนั้น เพื่อให้มันยอมคืนสิทธิ์ให้เรา... ฝันไปเถอะ พริมโรส ฉันไม่มีทางก้มหัวให้คนอย่างมันเด็ดขาด" "ใครบอกให้คุณไปกราบมันล่ะคะ?" พริมโรสยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจจนน่าหมั่นไส้ในสายตาของโปรดิวเซอร์หนุ่ม "คณินต้องการแค่ชื่อเสียงและเครดิตในการเป็นเจ้าของผลงานชุดนี้เพื่อเอาไปเคลมกับค่ายเพลงใหญ่ในสัปดาห์หน้าใช่ไหมคะ? เขากลัวเรื่องการฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์ซ้อนทับมากกว่าอะไรทั้งหมด... เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราต้องทำ ไม่ใช่การขอร้อง แต่เป็นการ 'ทุบโต๊ะเจรจา' ด้วยหลักฐานที่เรามี" ธันวาหรี่ตาลง มองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความทึ่งและความระแวง "เธอหมายความว่ายังไง?" "หลักฐานการบันทึกเสียงต้นฉบับรอบแรกสุดที่ยังไม่ถูกแก้ไข ซึ่งอยู่ในฮาร์ดไดรฟ์สำรองของฉันค่ะ" พริมโรสเอื้อมมือไปหยิบแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อกาวน์ขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ ปลายนิ้วเรียวขยับอย่างคล่องแคล่ว "ไฟล์นั้นถูกเข้ารหัสลับด้วยซอฟต์แวร์เสียงเฉพาะตัวที่ฉันคิดค้นขึ้นเอง ต่อให้คณินขโมยไฟล์มาสเตอร์เซ็ตปัจจุบันไปได้ แต่เขาก็ไม่มีทางเข้าถึง 'ซาวด์ซิกเนเจอร์' ดั้งเดิมที่ผูกกับรหัสประจำตัวของฉันในฐานะซาวด์เอนจิเนียร์หลักได้หรอกค่ะ" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวราวกับกำลังลุ้นระทึกไปกับบทสนทนา ธันวานิ่งอึ้งไปสนิท ดวงตาคมกริบมองแฟลชไดรฟ์ในมือของหญิงสาวสลับกับใบหน้าเรียวสวยที่เปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยว เขาไม่เคยคิดเลยว่า ผู้หญิงที่ชอบต่อปากต่อคำกับเขาในทุกเรื่องคนนี้ จะมีความรอบคอบและแผนการที่ลึกล้ำถึงเพียงนี้ซ่อนอยู่เบื้องหลังท่าทีเจ้าเล่ห์เหล่านั้น ความรู้สึกอุ่นวาบแปลกประหลาดไหลซ่านเข้ามาในอกของโปรดิวเซอร์หนุ่มอย่างกะทันหัน มันไม่ใช่ความพึงพอใจในฐานะเพื่อนร่วมงาน แต่มันคือความรู้สึก 'ยอมจำนน' ต่อความเก่งกาจของเธออย่างหมดหัวใจ—ซึ่งเป็นสิ่งที่ธันวาเกลียดที่สุด และในขณะเดียวกันก็เสพติดมันมากที่สุด "เธอนี่มัน..." ธันวาเค้นเสียงออกมาเบาๆ มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาท แต่มีความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยคำพูดใดออกมา "รอบจัดเป็นบ้าเลยนะ พริมโรส" "ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ" พริมโรสเชิดคอขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ดวงตากลมโตสบตากับเขาตรงๆ โดยไม่หลบเลี่ยง "ทีนี้... คุณจะยอมฟังแผนการของฉันตั้งแต่ต้นจนจบแบบดีๆ ได้หรือยังคะ หรือว่ายังอยากจะยืนกอดอกทำหน้าดุเป็นยักษ์ปักหลั่นอยู่แบบนี้ต่อไป?" ธันวายอมถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว เปิดโอกาสให้พริมโรสได้สูดหายใจได้เต็มปอด แต่เขากลับใช้มือข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะไว้ ก้มตัวลงมาเล็กน้อยให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับเธอ แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความแพรวพราวที่ทำเอาหัวใจของซาวด์เอนจิเนียร์สาวกระตุกวูบ "ก็ได้... ไหนลองเสนอไอเดียของเธอมาซิ" ธันวาเอ่ยเสียงทุมนุ่มชวนฟัง จ้องมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับพูดด้วยความรู้สึกที่เริ่มควบคุมยากขึ้นทุกที "ถ้าแผนของเธอทำให้ฉันทึ่งได้มากกว่านี้... ฉันอาจจะพิจารณาให้รางวัลเธอสักหน่อย" "รางวัลอะไรไม่ทราบคะ ฉันไม่ได้ทำเพราะหวัง..." *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะบทสนทนาอันตึงเครียดแต่ชวนใจเต้นแรงในเวลาเดียวกัน ก่อนที่บานประตูห้องบันทึกเสียงจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด ร่างสูงของ 'กรณ์' ผู้บริหารฝ่ายศิลป์หนุ่มใหญ่คู่ปรับตัวฉกาจของธันวา ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะ "ขอโทษทีที่ขัดจังหวะความหวานนะธันวา..." กรณ์กวาดสายตามองคนทั้งคู่ด้วยแววตาสสมเพชแกมสนุกสนาน "แต่ฉันเกรงว่า... แผนการฉลาดๆ ของพวกเธอคงจะต้องพับเก็บไปก่อน เพราะตอนนี้ทางบอร์ดบริหารเพิ่งอนุมัติคำสั่งปลดเธอออกจากตำแหน่งโปรดิวเซอร์เรียบร้อยแล้วล่ะ ธันวา" ขอบคุณสำหรับกำลังใจและทุกการติดตามที่มีให้กันเสมอนะคะ รี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคน! - ดาวตกคืนคริสต์มาส
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%