เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง•ตอนที่ 26

ความกลัวการสูญเสีย

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
แฟลชสตูดิโอตัวจริงสว่างวาบขึ้นในความมืด พร้อมกับเสียงอุทานอย่างตกใจของศิลปินสาวรุ่นน้องที่ยืนเบิกตากว้างอยู่หน้าประตูห้องควบคุมเสียง พริมโรสสะดุ้งสุดตัว รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนจนเข่าเกือบกระแทกกับขอบโต๊ะมิกเซอร์ หัวใจเต้นโครมครามราวกับรัวกลองชุดในเพลงร็อค ความร้อนผ่าวพุ่งขึ้นมาถึงใบหูและพวงแก้มจนแทบจะระเบิด มือบางรีบปัดเศษฝุ่นทิพย์บนเสื้อฮู้ดโอเวอร์ไซส์ของตัวเองอย่างลนลานเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ "อุ๊ย! ขอโทษค่ะ! มะ...ไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะนะคะพี่ธัน พริม!" น้องศิลปินสาวละล่ำละลักละมือปิดตาตัวเอง ทั้งที่แอบแยกนิ้วกว้างเป็นคืบเพื่อแอบมองภาพตรงหน้า "คือ...ทางค่ายเรียกประชุมด่วนค่ะพี่ธัน ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตรออยู่ที่ห้องประชุมใหญ่ชั้นสามแล้วค่ะ!" ธันวาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ใบหน้าคมคายที่ปกติมักจะเรียบตึงจนเดาอารมณ์ยาก ตอนนี้กลับฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบตวัดมองรุ่นน้องตัวแสบที่ทำหน้าเหมือนรู้ทันความลับระดับชาติ ก่อนจะเสมองไปทางซาวด์เอนจิเนียร์สาวที่ตอนนี้ยืนกอดอกแน่น เม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรงเพื่อซ่อนความประหม่า "รู้แล้ว เดี๋ยวตามลงไป" ธันวาตอบเสียงห้วน สลัดมาดอบอุ่นเมื่อครู่ทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย ร่างสูงโปร่งลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปรับเสื้อเชิ้ตสีเข้มให้เข้าที่ด้วยท่าทางนิ่งสนิท ราวกับว่าเหตุการณ์ระทึกขวัญบนเสื่อเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ศิลปินสาวพยักหน้ารัวๆ รีบหมุนตัววิ่งหนีหายไปจากบริเวณนั้นทันที ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัดระหว่างคนทั้งคู่ในห้องมืดทึบ พริมโรสหันหลังให้เขาทันที มือเรียวกดปรับปุ่มเฟดเดอร์บนแผงควบคุมเสียงอย่างไร้ทิศทาง สมองตื้อตันจนคิดงานไม่ออก เสียงหัวใจตัวเองดังกลบเสียงดนตรีในมอนิเตอร์จนหมดสิ้น ความรู้สึกอับอายและสับสนตีรวนกันจนแยกไม่ออกว่าควรโกรธเขาที่ฉวยโอกาส หรือควรโกรธตัวเองที่เผลอไผลไปตามสัมผัสอันตรายนั่น "เรื่องเมื่อกี้..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ธันวายืนอยู่ด้านหลังเธอโดยเว้นระยะห่างไว้พอสมควร น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทจนน่าใจหาย "ถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วกัน พริม" มือที่กำลังจับปุ่มปรับระดับเสียงของหญิงสาวชะงักกึกทันที หัวใจที่เคยเต้นแรงด้วยความเขินอายเมื่อครู่ กลับหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มราวกับถูกน้ำเย็นจัดสาดใส่หน้า คำพูดนั้น... มันช่างเย็นชาและตัดเยื่อใยเสียเหลือเกิน พริมโรสสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นเทือนของเสียง เธอกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า พร้อมส่งยิ้มหยันที่ใช้เป็นเกราะป้องกันตัวมาตลอดชีวิต "อ๋อ... แน่นอนค่ะโปรดิวเซอร์ธันวา" เธอยิ้มหวานหยดแต่แววตากลับว่างเปล่า "ระดับคุณธันวาแล้ว คงไม่ได้คิดจริงจังอะไรกับเรื่องชั่ววูบแบบนั้นอยู่แล้วนี่คะ ฉันเองก็เป็นมืออาชีพพอที่จะแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานได้ค่ะ ไม่ต้องห่วงหรอก" ธันวานิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบไหววูบลงครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาเย็นชาดังเดิม สันจَมูกโด่งเชิดขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยปากแข็งที่ไม่ยอมแพ้ใคร "ดีแล้วล่ะครับที่คิดได้แบบนั้น การเอาความรู้สึกมาผูกติดกับเรื่องงาน มันเป็นวิธีคิดของพวกมือสมัครเล่น" เขากล่าวเสียงเรียบ บาดลึกเข้าMไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง ก่อนจะหันหลังเดินสาวเท้าออกจากห้องไปอย่างไร้เยื่อใย ประตูห้องปิดลงพร้อมกับเสียงล็อกกลอนในใจที่ถูกปิดตายสนิท ลับหลังร่างสูง พริมโรสทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หมุนอย่างไร้เรี่ยวแรง ขอบตาร้อนผ่าวแต่ไม่มีน้ำตาไหลออกมาสักหยด มีเพียงความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก ความกลัวที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีแข็งกระด้าง บัดนี้มันกำลังกัดกินความมั่นใจของเธอจนหมดสิ้น ธันวาถอยห่าง... เขาไม่ได้ถอยแค่ก้าวเดียว แต่เขาถอยกลับไปตั้งกำแพงสูงลิบลิ่วเหมือนวันแรกที่รู้จักกัน ประวัติศาสตร์อันเจ็บปวดจากอดีตของเขาที่เธอเคยรับรู้ กำลังฉายซ้ำราวกับแผ่นเสียงตกร่อง และครั้งนี้ เขาก็เลือกที่จะผลักเธอออกไปจากเซฟโซนของเขาอีกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองต้องเจ็บปวด สองวันถัดมา บรรยากาศในห้องสตูดิโอเต็มไปด้วยความอึดอัดจนพนักงานคนอื่นแทบไม่กล้าหายใจแรง โปรดิวเซอร์หนุ่มกลายร่างเป็นยักษ์มารที่เข้มงวดและไร้ความปรานี งานทุกชิ้นถูกตีกลับเพื่อแก้ไขใหม่หมดจนซาวด์เอนจิเนียร์สาวต้องทำงานล่วงเวลาติดต่อกันหลายคืนโดยแทบไม่ได้นอน พริมโรสวางแก้วกาแฟเย็นชืดลงบนโต๊ะทำงาน ดวงตาคู่สวยบวมช้ำเล็กน้อยจากการอดนอน เธอจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังเรนเดอร์ไฟล์เสียงโปรเจกต์สุดท้ายของคืนนี้ มือเรียวนวดขมับตัวเองเบาๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวตุบๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนที่ร่างสูงของธันวาจะก้าวเข้ามาในห้อง ในมือของเขามีเอกสารสรุปงบประมาณที่ต้องให้เธอเซ็นอนุมัติ สีหน้าของเขายังคงนิ่งสนิท ไร้รอยยิ้ม ไร้คำทักทาย เช่นเดียวกับตลอดสองวันที่ผ่านมา "เซ็นเอกสารนี่ให้เรียบร้อย พรุ่งนี้เช้าผมต้องใช้" เขาวางแฟ้มกระดาษลงบนโต๊ะเสียงดังพอสมควร น้ำเสียงห้วนจัด พริมโรสเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่คมของเธอมีความเหนื่อยล้าเกินกว่าจะมานั่งปั้นปึ่งใส่กันอีกต่อไป "เซ็นให้ตอนนี้เลยก็ได้ค่ะ จะได้ไม่ต้องรอพรุ่งนี้" เธอเอ่ยเสียงเรียบ หยิบปากกาขึ้นมาจรดปลายลงบนกระดาษอย่างรวดเร็วโดยไม่แม้แต่จะเปิดอ่านรายละเอียดข้างใน ธันวายืนมองการกระทำนั้นด้วยความไม่พอใจ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่น "ไม่อ่านก่อนหรือไง เกิดผมโกงบริษัทคุณจะทำยังไง" "ถ้าคุณธันวาอยากได้เงินบริษัท ถึงขนาดต้องใช้วิธีโกงในเอกสารกระจิ๋วหลิวแค่นี้ ฉันคงต้องมองคุณใหม่แล้วล่ะค่ะ" พริมโรสย้อนกลับทันควัน วางปากกาลงกระแทกโต๊ะเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขาตรงๆ "อีกอย่าง... เราคงไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกันนอกเหนือจากงานแล้วนี่คะ เชิญคุณกลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ ฉันจะเคลียร์งานตรงนี้ให้เสร็จแล้วก็จะกลับเหมือนกัน" ธันวากรามกระตุกด้วยความโมโห ความดื้อรั้นและฝีปากกล้าของเธอไม่เคยลดลงเลยแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่ทำให้เขาเจ็บใจยิ่งกว่า คือท่าทีห่างเหินและสายตาที่มองเขาเหมือนคนแปลกหน้า ทั้งที่หัวใจของเขากำลังร่ำร้องหาเธอแทบคลั่ง ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของเธออย่างรวดเร็ว จนพริมโรสต้องผงะถอยหลังด้วยความตกใจ มือหนาคว้าขอบโต๊ะไว้ทั้งสองข้าง กักตัวเธอไว้ในวงแขนอย่างจำยอม ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง "คิดจะผลักไสผมให้พ้นทางขนาดนี้เลยหรือไง พริมโรส" เขาเค้นเสียงถามลอดไรฟัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน "คิดว่าทำเป็นเก่ง ทำเป็นเข้มแข็ง แล้วผมจะไม่รู้หรือไงว่าคุณกำลังกลัวอะไรอยู่!" พริมโรสตระหนกวูบ หัวใจเต้นกระหน่ำรุนแรงเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ แต่เธอก็ยังกัดฟันเชิดหน้าสู้ สายตาแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้ "คนที่จะกลัว ควรจะเป็นคุณต่างหากล่ะธันวา!" เธอสวนกลับเสียงสั่นระริก "คนที่ขี้ขลาด ตาขาว และหนีปัญหามาตลอดอย่างคุณต่างหากที่กลัว! กลัวความรู้สึกตัวเอง กลัวการผูกพัน กลัวว่าประวัติศาสตร์มันจะซ้ำรอยเดิม จนต้องทำตัวเป็นกำแพงหนามทิ่มแทงคนอื่นไปทั่ว!" คำพูดจี้ใจดำนั้นทำให้ธันวานิ่งงันไป ราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง แววตาของเขาไหววูบอย่างรุนแรง ความลับที่เขาพยายามปกปิดไว้ด้วยท่าทีเย็นชา ถูกเธอกระชากออกมาประจานต่อหน้าอย่างไม่ไว้หน้า "ใช่... ผมกลัว" ธันวาผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกมา เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมฉายแววเจ็บปวดลึกซึ้งที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "ผมกลัวว่าถ้าผมเปิดใจให้ใครสักคนเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง... สุดท้ายแล้ว ผมก็จะสูญเสียมันไปเหมือนอย่างที่เคยผ่านมาในอดีต... และคนที่ผมไม่อยากเสียไปมากที่สุดในตอนนี้ ก็คือ..." ประโยคคำสารภาพที่ค้างคาถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อจู่ๆ เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ดังขึ้นแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน พริมโรสก้มลงมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นในความมืด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อเห็นชื่อผู้ส่งข้อความและรูปภาพแนบมาด้วย ภาพถ่ายหน้าจอกล้องวงจรปิดจากล็อบบี้คอนโดมิเนียมของเธอ... ปรากฏร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันกำลังยืนถือช่อดอกไม้และกุญแจสำรองห้องพักของเธออยู่ พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงเข้ามาว่า— *"เซอร์ไพรส์ครับพริม... ผมกลับมาหาคุณแล้ว ตามที่เราสัญญาไว้ไงครับ"* ธันวาชะงักกึก ก้มมองหน้าจอโทรศัพท์เครื่องนั้นตามสายตาของหญิงสาว สันจมูกโด่งกระตุกเกร็ง ใบหน้าคมคายที่เคยซีดเซียวเพราะความเจ็บปวดเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นยะเยือกและดุดันขึ้นมาทันทีในเสี้ยววินาที หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกคนจะยังรักและเอ็นดูยัยน้องปากเก่งกับอีตาพี่ซึนคนนี้เสมอนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%