"ถ้าข่าวลือมันหนาหูขนาดนั้น... ทำไมไม่ทำให้มันเป็นเรื่องจริงไปเลยล่ะครับ ธันวา, พริมโรส?"
ประโยคคำถามทิ้งท้ายจากผู้บริหารจอมจุ้นยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของพริมโรส แม้ว่าเจ้าตัวจะเดินยิ้มร่าออกจากห้องควบคุมเสียงไปนานแล้วก็ตาม ทิ้งให้เธอยืนแข็งทื่ออยู่หน้ามิกเซอร์ตัวเก่งราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ขณะที่เจ้าของชื่ออีกคนอย่างธันวายังคงนั่งนิ่งสนิท ใบหน้าคมคายไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ แต่ถ้าสังเกตให้ดี... สันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นและปลายนิ้วที่เคาะโต๊ะเป็นจังหวะรัวเร็วกว่าปกติ ก็เพียงพอจะบอกให้รู้ว่าโปรดิวเซอร์หนุ่มจอมซึนไม่ได้นิ่งสงบอย่างที่พยายามแสดงออกเลยสักนิด
"เคลียร์คิววันเสาร์นี้ซะ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธอโดยที่พริมโรสไม่ทันได้ตั้งตัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้มที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวเขาลอยมาแตะจมูก จนเธอต้องผถ่าถอยหลังโดยอัตโนมัติจนสะโพชนิดติดกับขอบโต๊ะ
"เดี๋ยวค่ะ! คิววันเสาร์อะไรของคุณ หน้าที่การงานฉันแน่นเอี๊ยด ยิ่งโปรเจกต์มิกซ์เสียงอัลบั้มใหม่ของวงเดอะซัน ฉันต้อง..."
"ฉันไม่ได้ขอร้อง แต่ฉันกำลังออกคำสั่งในฐานะโปรดิวเซอร์หลัก" ธันวาโน้มตัวลงมาใช้มือสองข้างยันขอบโต๊ะไว้ เป็นการกักขังเธอไว้ในอาณาเขตของเขาโดยปริยาย ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ "หรือว่ากลัว?"
"กลัวอะไร ทุเรศ! ฉันเนี่ยนะจะกลัวคุณ" พริมโรสเชิดหน้าขึ้นทันที ความดื้อรั้นพุ่งปรี๊ดขึ้นมากลบความตื่นตระหนกที่กำลังเต้นเร่าอยู่ในอก เธอจ้องตอบเขากลับด้วยสายตาแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้ "แค่ผู้ชายปากร้ายคนหนึ่ง ทำไมฉันจะต้องกลัวด้วย"
"งั้นก็ดี" มุมปากของธันวากระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจ รอยยิ้มแบบที่ทำให้แฟนคลับใจละลายแต่ทำให้ซาวด์เอนจิเนียร์สาวอย่างเธออยากจะหยิบไม้บรรทัดเหล็กมาฟาดสักทีสองที "วันเสาร์นี้ เจอกันที่สตูดิโอใหญ่... แบบส่วนตัว ไม่มีคนอื่น หวังว่าจะมาตรงเวลานะครับ คุณพริมโรส"
พูดจบเขาก็ผละออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้พริมโรสยืนหายใจไม่ทั่วท้องอยู่คนเดียว มือเรียวยกขึ้นทาบอกตัวเองที่กำลังเต้นโครมครามราวกับกลองเพล ประโยคเมื่อครู่ของเขาหมายความว่าอะไรกันแน่? แค่ทำงานร่วมกันปกติ หรือว่า... เขาคิดจะทำตามคำยุยงบ้าๆ ของคนอื่นจริงๆ
ตลอดทั้งสัปดาห์ บรรยากาศระหว่างเธอกับธันวายิ่งทวีความตึงเครียดและชวนจั๊กจี้หัวใจในเวลาเดียวกัน ธันวาไม่เพียงแต่เข้ามาตรวจงานถี่ขึ้น แต่เขายังแอบเอาชานมไข่มุกร้านโปรดที่ต้องต่อคิวยาวเหยียดมาวางไว้บนโต๊ะทำงานของเธอเงียบๆ โดยไม่พูดอะไรสักคำ พอเธอหันไปถาม เขาทำแค่เพียงตีหน้ามึนแล้วบอกว่า "ซื้อมาเกิน" หรือไม่ก็ "แม่บ้านวางไว้มั้ง" ทั้งที่แม่บ้านคนนั้นมองตาพริมโรสแล้วส่งยิ้มกรุ้มกริ่มแบบรู้ทันมาให้ทุกครั้ง
และแล้ว... วันเสาร์ที่พริมโรสภาวนาให้มันผ่านไปช้าที่สุดก็มาถึง
สตูดิโอใหญ่ในยามวิกาลเงียบสงบ ไฟนีออนสีส้มสลัวถูกเปิดไว้เพียงไม่กี่ดวง สร้างบรรยากาศที่ชวนให้ใจสั่นไหวโดยไม่ต้องมีเสียงเพลง พริมโรสเดินเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ เธอแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์สีขาวกับกางเกงยีนส์สบายๆ คิดว่านี่คือการทำงานนอกเวลาธรรมดา แต่พอผลักประตูเข้าไป... ภาพที่เห็นก็ทำให้เธอแทบจะถอยหลังกลับแทบไม่ทัน
ไม่มีโต๊ะมิกซ์เสียง ไม่มีโน้ตเพลง ไม่มีคอมพิวเตอร์
กลางห้องสตูดิโอโล่งกว้าง มีเพียงเสื่อปิกนิกสีครีมปูอยู่บนพื้น พร้อมตะกร้าสานสไตล์วินเทจและโคมไฟตั้งพื้นดวงน้อยที่ให้แสงอบอุ่น และที่สำคัญที่สุดคือ... ธันวาในชุดเสื้อยืดสีดำสนิทกับกางเกงวอร์มสบายๆ เขากำลังนั่งชันเข่าแกะกล่องพิซซ่าอยู่บนพื้นพรมนั้นพอดี
"ยืนทำหน้าเอ๋ออะไรอยู่ตรงนั้นล่ะครับ เข้ามาสิ หรือต้องให้พรมพรมน้ำมนต์ก่อนถึงจะกล้าเดินเข้ามา?" เสียงทุ้มเอ่ยแซะตามสไตล์ แต่ดวงตาคู่คมที่เงยขึ้นมองเธอกลับพราวระยับและเต็มไปด้วยความอ่อนโยนแบบที่พริมโรสไม่เคยเห็นมาก่อน
"นี่มัน... อะไรกันเนี่ย ไหนคุณบอกว่านัดมาทำงานไงคะ ธันวา?" พริมโรสยืนกอดอก ถามเสียงแข็งเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่ตีตื้นขึ้นมาจนจุกคอหอย
"งานสิครับ งานหัวใจไง" ธันวาตอบหน้าตาเฉย ก่อนจะตบพื้นที่ว่างข้างๆ ตัวเบาๆ "นั่งลงเถอะ หรือจะให้ฉันอุ้มมานั่ง?"
"คุณนี่มัน..." พริมโรสกัดริมฝีปากแน่น รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินเข้าไปในกับดักที่ตัวเองเป็นคนเปิดประตูต้อนรับ แต่ด้วยความที่เป็นคนฟอร์มจัดและไม่เคยยอมแพ้ใคร เธอจึงเดินดุ่มๆ เข้าไปหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยเว้นระยะห่างให้มากที่สุด "อย่ามาเล่นลิ้นนะธันวา ถ้าวันนี้ไม่มีงานอะไรจริงจัง ฉันกลับบ้านดีกว่า..."
พรึบ!
จู่ๆ ธันวาก็ขยับเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ร่างสูงใหญ่โน้มเข้ามาจนพริมโรสต้องเอนหลังหนีโดยอัตโนมัติ มือหนายื่นเลยผ่านตัวเธอไปเพื่อคว้ากระป๋องน้ำอัดลมในตะกร้า แต่จังหวะนั้นเอง ใบหน้าของเขากลับอยู่ห่างจากเธอแค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มจนขนลุกซู่
"บอกแล้วไง... ว่าจีบคนซื่อบื้อต้องใช้ความอดทน" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังขึ้นชิดใบหู ทำเอาพริมโรสสะ่านไปทั้งร่าง เลือดในกายสูบฉีดจนใบหน้าร้อนผ่าวราวกับคนเป็นไข้
"ใครซื่อบื้อคะ! ฉันไม่ได้ซื่อบื้อนะ!" เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาออก แต่ธันวากลับคว้าข้อมือเธอไว้เบื้องหน้าด้วยมือเดียว นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ สะท้อนภาพเงาของเธอที่กำลังสั่นไหวอย่างชัดเจน
"ถ้าไม่ซื่อบื้อ... ทำไมไม่รู้สักทีว่าทุกเพลงที่ฉันแต่ง ทุกโปรเจกต์ที่ฉันดึงเธอเข้ามาทำ และทุกครั้งที่ฉันกวนประสาทเธอ..." ธันวาเว้นจังหวะ เลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนริมฝีปากหยักลึกเกือบจะแตะเข้ากับแก้มเนียน "มันแปลว่าฉันชอบเธอ... ชอบมานานแล้วด้วย พริมโรส"
โลกทั้งใบคล้ายจะหยุดหมุน เสียงเครื่องปรับอากาศในห้องที่เคยดังฮัมๆ กลับเงียบสนิทลงในชั่วพริบตา พริมโรสสมองขาวโพลน หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก คำสารภาพที่ตรงไปตรงมาและดุดันตามสไตล์โปรดิวเซอร์หนุ่ม ทำให้เธอพูดไม่ออก บอกไม่ถูก ได้แต่เบิกตากว้างมองเขาด้วยความอึ้งแกมตะลึง
นี่มันไม่ใช่แค่การรุกหนัก... แต่นี่มันคือการทิ้งระเบิดใส่หัวใจเธอกลางวงล้อมชัดๆ!
ธันวายิ้มมุมปากเมื่อเห็นอาการใบ้กินของหญิงสาว เขาค่อยๆ เลื่อนมือที่กุมข้อมือเธอเปลี่ยนเป็นสอดประสานนิ้วเข้าหากันแน่น ฝ่ามืออุ่นจัดถ่าย1ทอดความรู้สึกมั่น1คงจนพริมโรสเผลอใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม ปากเก่งๆ ที่มักจะมีคำพูดจิกกัดโต้ตอบเสมอในเวลานี้กลับหนักอึ้งราวกับมีก้อนหินมาจุกไว้
"ว่าไงครับ..." ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์เจือความคาดหวัง "จะให้ข่าวลือมันกลายเป็นเรื่องจริง... ตั้งแต่วินาทีนี้เลยดีไหม?"
พริมโรสอ้าปากเตรียมจะอ้าปากเถียงเพื่อรักษาฟอร์มขั้นสุดท้าย แต่ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะทันได้เปล่งคำปฏิเสธหรือคำยอมรับใดๆ ออกมา...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูกระจกสตูดิโอดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยไม่รอคำอนุญาต
"พี่ธันวาคะ! แย่แล้วค่ะ ดีไซเนอร์ชุดคอนเสิร์ตโทรมาบอกว่าชุดที่จะใช้ถ่ายเอ็มวีพรุ่งนี้มีปัญหาใหญ่..."
เสียงใสแจ๋วของ "มีน" ศิลปินสาวดาวรุ่งพุ่งแรงประจำค่ายดังขึ้นลั่นห้อง พร้อมกับร่างเพรียวบางในชุดเดรสสั้นที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางห้องหน้าตาตื่น โดยไม่ทันได้สังเกตเลยสักนิดว่า บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองคนที่อยู่บนเสื่อปิกนิกนั้น มันแนบชิดและส่อแววความลับแตกแค่ไหน!
ธันวาผละออกจากพริมโรสทันที ใบหน้าคมคายกลับมาเรียบตึงเป็นน้ำแข็งในเสี้ยววินาที สันกรามขบเข้าหากันแน่นด้วยความหงุดหงิดสุดขีดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญที่สุด
พริมโรสรีบดึงมือตัวเองกลับ จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายแปรเปลี่ยนเป็นความตกใจเมื่อหันไปสบตากับศิลปินสาวที่กำลังอ้าปากค้างด้วยความอึ้ง เมื่อเห็นว่าโปรดิวเซอร์หนุ่มเนื้อหอมกับซาวด์เอนจิเนียร์สาวปากกล้ากำลังนั่งคลอเคลียกันอยู่บนเสื่อสองต่อสองในห้องมืดๆ
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง•ตอนที่ 25
จีบคนซื่อบื้อต้องใช้ความอดทน
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!