เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง•ตอนที่ 27

ระยะห่างที่สร้างขึ้นเอง

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
หน้าจอโทรศัพท์รุ่นล่าสุดที่สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความสลัวของห้องพักผู้ป่วย ไม่ได้แสดงเพียงข้อความแจ้งเตือนธรรมดา แต่มันคือระเบิดเวลาดีๆ นี่เอง ที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวธันวาพลิกผันจากความอ่อนล้า กลายเป็นความเย็นยะเยือกที่แทบจะแช่แข็งทุกอณูอากาศในห้อง พริมโรสหรี่ตามองปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่ากิ้งก่าเปลี่ยนสีของคนตรงหน้า หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบด้วยความฉงนผสมความหงุดหงิดระคนกัน เมื่อกี้เขายังทำท่าทางราวกับคนป่วยเจียนตายที่ต้องพึ่งพาความเห็นใจจากเธอแท้ๆ แต่พอเห็นชื่อบนหน้าจอเท่านั้นแหละ... พลังวิเศษจากไหนก็ไม่รู้ถึงได้ถูกสูีดกลับเข้าร่างจนสันจมูกโด่งนั่นเชิดขึ้นด้วยความถือดีทันที "อ้าว หายป่วยเป็นปลิดทิ้งเลยนะคะ หรือว่าสารพัดอาการเจ็บป่วยเมื่อกี้มันเป็นแค่การแสดงงิ้วโรงใหญ่ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากซาวด์เอนจิเนียร์ตาดำๆ อย่างฉันกันแน่?" เสียงใสเอ่ยแซะด้วยความหมั่นไส้ พร้อมกับขยับตัวถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง แต่ธันวากลับไวกว่า เขายื่นมือหนาคว้าข้อมือเรียวไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะทันได้ขยับหนีไปไหน แรงบิดที่ข้อมือไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่มันมั่นคงและเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธที่เจ้าตัวพยายามสะกดกลั้นไว้สุดฤทธิ์ "อย่ามาทำเป็นพูดจาถางถางหน่อยเลยพริมโรส..." ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบกวาดมองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "เธอคิดว่าฉันว่างมากจนต้องมานั่งเล่นละครตบตาเธอดังงั้นเหรอ? รู้จักฉันน้อยไปแล้วมั้ง" "แล้วถ้าไม่ได้เล่นละคร แล้วเมื่อกี้มันคืออะไรคะ? หน้าซีดเป็นไก่ต้ม พิงหัวพิงไหล่ฉันทำเป็นไม่มีแรง พอเห็นหน้าจอโทรศัพท์เด้งขึ้นมาปุ๊บ หน้าตากลับมีเลือดฝาดขึ้นมาทันที ยิ่งกว่าฉีดสเตียรอยด์เข้าร่างกายเสียอีก!" พริมโรสเชิดหน้าเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขาอย่างท้าทาย โดยไม่ยอมปล่อยให้ความกดดันใดๆ มาทำให้เธอกลัวได้เลย ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำที่เคยนุ่มนวลยามอยู่ในห้องอัดเสียง บัดนี้กลับแหบพร่าและเต็มไปด้วยหนามแหลมคมที่พร้อมจะทิ่มแทงคนฟัง "อยากรู้มากนักเหรอว่ามันคืออะไร?" เขาถามเสียงเย็น เย็นเสียจนพริมโรสรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ แต่ปากเจ้ากรรมก็ยังไว1กว่าความคิด "ก็ไม่ได้อยากรู้เป็นพิเศษหรอกค่ะ แค่รำคาญคนปากไม่ตรงกับใจ... อุ๊บ!" ประโยคที่เหลือถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อธันวาออกแรงกระชากข้อมือของเธอเบาๆ ส่งผลให้ร่างบางเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นยาอ่อนๆ ลอยเข้าแตะจมูก ปะปนกับลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่เหนือกลุ่มผมของเธอ ระยะห่างที่เพิ่งสร้างขึ้นเมื่อครู่ถูกทำลายลงในพริบตา หัวใจของพริมโรสเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพลในวัด เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามดันแผงอกแข็งแกร่งออกห่าง แต่ธันวากลับยิ่งกระชับวงแขนโอบเอวบางไว้แน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าเธอจะหลุดลอยหายไปในอากาศ "ปล่อยนะคะ ธันวา! คุณบ้าไปแล้วหรือไง อยู่ๆ มาดึงตัวฉันทำไมเนี่ย" เธอโวยวายเสียงเบาหวิว ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือเพราะสัมผัสแนบชิดที่ใกล้เกินความจำเป็นกันแน่ "อยู่เฉยๆ สียที... ยัยตัวแสบ" เสียงกระซิบแหบพร่าดังอยู่ชิดริมใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้พริมโรสรู้สึกเหมือนโดนกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่าง ธันวาไม่ได้สนใจท่าทีดิ้นรนของเธอ สายตาคมกริบของโปรดิวเซอร์หนุ่มผู้เย่อหยิ่งกลับมองเลยผ่านร่างของเธอไปที่โทรศัพท์มือถือเครื่องเดิมที่ยังคงวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง หน้าจอนั้นดับลงแล้ว แต่ความรู้สึกค้างคาในใจยังคงคุกรุ่นราวกับถ่านไฟเก่าที่ถูกเขี่ยขึ้นมาใหม่ ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ในห้องพักผู้ป่วยอยู่ครู่ใหญ่ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ และเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นแข่งกันอย่างบ้าคลั่ง พริมโรสหยุดดิ้นไปโดยปริยายเมื่อรับรู้ได้ถึงความสั่นเทาเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งกร้าวของชายหนุ่ม ธันวาไม่ได้กำลังโกรธเธอ... เขากำลังโกรธบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในข้อความนั้นต่างหาก "ธันวา..." พริมโรสเปลี่ยนน้ำเสียงให้มีความอ่อนลงเล็กน้อย ความถือดีเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสงสัยและความเป็นห่วงที่เธอไม่เคยคิดจะแสดงออกให้ใครเห็น "มีอะไรหรือเปล่าคะ? ข้อความเมื่อกี้... ใครส่งมาเหรอ" ธันวาก้มลงมองสบตาคนที่อยู่ในอ้อมแขน แววตาคมกริบที่เคยแข็งกร้าวไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยกำแพงความเย็นชาที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว เขายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่ส่งไม่ถึงดวงตา "เรื่องของฉัน... เธอไม่ต้องรู้หรอกพริมโรส หน้าที่ของเธอในตอนนี้คือดูแลโปรเจกต์เพลงให้มันรอด ไม่ใช่มาสอดรู้สอดเห็นเรื่องส่วนตัวของโปรดิวเซอร์อย่างฉัน" เพล้ง! คำพูดตัดเยื่อใยและท่าทีผลักไสไล่ส่งนั้น ทำให้พริมโรสรู้สึกเหมือนโดนน้ำเย็นจัดสาดเข้าหน้าอย่างจัง ความเห็นอกเห็นใจที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเมื่อครู่พังทลายลงไม่เป็นท่า หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธที่กลับมาปะทุอีกรอบ "เออ! ฉันมันก็แค่ซาวด์เอนจิเนียร์รับจ้าง ไม่ได้มีสิทธิ์มีเสียงอะไรในชีวิตส่วนตัวของคุณนี่คะ งั้นก็เชิญพักผ่อนตามสบายเถอะค่ะ คุณธันวาผู้แสนจะเย่อหยิ่ง!" พริมโรสสะบัดตัวหลุดจากการพันธนาการของเขาอย่างแรง คราวนี้ธันวาไม่ได้ยื้อเธอไว้ ปล่อยให้หญิงสาวถอยร่นออกไปยืนห่างจนสุดมุมห้อง ใบหน้าหวานง้ำงอด้วยความโมโหจัด เธอคว้ากระเป๋าผ้าของตัวเองขึ้นมาสะพายไหล่เตรียมจะเดินหนีออกจากห้องนี้ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย แต่ก่อนที่มือเรียวจะได้สัมผัสกับลูกบิดประตู เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก๊อก ก๊อก ก๊อก! ทั้งธันวาและพริมโรสชะงักกึกพร้อมกัน หญิงสาวหันกลับไปมองประตูด้วยความแปลกใจ ส่วนธันวานั้นขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ยิ่งกว่าเดิม ยังไม่ทันที่ใครจะได้เออนุญาต ประตูห้องพักผู้ป่วยก็ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพง พร้อมใบหน้าสวยเฉี่ยวที่คุ้นตาเป็นอย่างดีก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ เส้นผมยาวสลวยสะรับกับรอยยิ้มเย้ายวนที่ส่งตรงไปยังเตียงผู้ป่วย "ธันวาคะ... แย่จัง ฉันรู้ข่าวว่าคุณเข้าโรงพยาบาลเลยรีบมาหาทันทีเลยค่ะ เป็นยังไงบ้างคะเนี่ย?" น้ำเสียงหวานหยดย้อยที่เอ่ยทักทายทำเอาพริมโรสที่ยืนอยู่ใกล้ประตูกลั้นหายใจกึก ร่างบางแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อกวาดสายตามองผู้หญิงที่เพิ่งก้าวเข้ามาใหม่ชัดๆ สมองก็ประมวลผลทันทีว่าเจ้าของชื่อบนหน้าจอโทรศัพท์ที่ทำให้ธันวาเปลี่ยนสีหน้าไปเมื่อครู่คือใคร... และเธอกำลังยืนอยู่ผิดที่ผิดทางขนาดไหนในตอนนี้ ธันวาลุกพรวดขึ้นนั่งหลังตรง สีหน้าเรียบตึงสนิท ดวงตาคมกริบมองแขกไม่ได้รับเชิญด้วยความรู้สึกหลากหลาย แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ Aปากพูดอะไรออกไป หญิงสาวผู้มาใหม่ก็หันมาสบตากับพริมโรสเข้าพอดี รอยยิ้มบนใบหน้าสวยเฉี่ยวชะงักค้างไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าในห้องมีบุคคลที่สามยืนอยู่ด้วย "อุ๊ย... ขอโทษค่ะ ฉันรบกวนเวลาส่วนตัวอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย พอดีฉันเป็น..." "แฟนเก่าของผมเองครับ" เสียงทุ้มต่ำของธันวาเอדแทรกขึ้นมาตัดหน้าอย่างหน้าตาเฉย พร้อมกับปรายตามองพริมโรสที่ยืนหน้าชาอยู่หน้าประตู นัยน์ตาคมคายคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความท้าทายที่อ่านไม่ออก ราวกับจงใจโยนระเบิดลูกใหญ่ลงกลางวงความสัมพันธ์ที่กำลังพะว้าพะวัง เพื่อดูปฏิกิริยาของซาวด์เอนจิเนียร์สาวปากเก่งว่าจะเลือกเดินหนีออกไป หรือจะยืนอยู่ตรงนี้เพื่อเคลียร์ให้รู้เรื่องกันแน่! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปกับความซึนของโปรดิวเซอร์หนุ่มคนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%