เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง•ตอนที่ 8

ความเงียบที่พูดแทนทุกอย่าง

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมวานิลลาที่ลอยอวลอยู่กลางห้องสตูดิโอ ไม่ได้ทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายขึ้นเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันกลับยิ่งเพิ่มความกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เมื่อ ‘มีน’ น้องสาวแท้ๆ ของธันวา ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก “ตกใจอะไรกันคะพี่ธัน หน้าซีดเป็นไก่ต้มไปได้ หรือว่ามีความลับอะไรที่ไม่อยากให้มีนรู้” น้ำเสียงใสๆ แต่แฝงแววประชดประชันนั้นทำเอาธันวาต้องขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม เขารีบก้าวเท้าสืบเข้าไปบังร่างของพริมโรสไว้ครึ่งหนึ่งโดยไม่รู้ตัว สัญชาตญาณความเป็นพี่ชายและการปกป้องผู้หญิงที่เขาเริ่มหวงแหนโดยไม่รู้ตัวทำงานฉับพลัน “เธอกลับมาทำไม” ธันวาเอ่ยเสียงแข็ง ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยเพื่อกลบเกลื่อนความกระวนกระวาย “แล้วรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่” “ประเทศไทยแค่นี้เองค่ะพี่ธัน อีกอย่าง… มีนมีเรื่องสำคัญกว่านั้นที่ต้องจัดการ” มีนปรายตาผ่านไหล่กว้างของพี่ชายไปมองพริมโรสที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลัง ดวงตาคู่คมของหญิงสาวผู้มาใหม่สำรวจซาวด์เอนจิเนียร์สาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยรอยยิ้มมุมปาก “อุ๊ย ขอโทษค่ะ ไม่คิดว่าพี่ธันจะมี… แขกคนสำคัญอยู่ในสตูดิโอส่วนตัวด้วย” พริมโรสเม้มริมฝีปากแน่น เธอก้าวออกมาจากเงาของธันวา ไม่คิดจะหลบอยู่ข้างหลังใครทั้งสิ้น หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ส่งยิ้มการค้าที่ฉาบความเย็นชาไว้ครบถ้วนกลับไป “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฉันพริมโรส เป็นซาวด์เอนจิเนียร์ที่รับผิดชอบโปรเจกต์นี้ร่วมกับคุณธันวาค่ะ” น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ไม่บ่งบอกความรู้สึก แต่แววตากลับคมกริบไม่แพ้กัน มีนหัวเราะในลำคอเบาๆ “ซาวด์เอนจิเนียร์เหรอคะ? นึกว่าตำแหน่งอื่นซะอีก เห็นอยู่กันสองต่อสองในห้องอัดปิดตายแบบนี้” “มีน!” ธันวาตวาดเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบฉายแววกรุ่นโกรธอย่างเห็นได้ชัด “อย่ามาพูดจาไร้สาระแถวนี้ อยากได้อะไรก็ว่ามา หรือมีปัญหาอะไรที่สนามบิน ถึงได้หิ้วกระเป๋าพะรุงพะรังมาถึงนี่” บรรยากาศในห้องอัดตึงเครียดขึ้นจนแทบมีประกายไฟแลบออกมา พริมโรสเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของธันวาที่ตอนนี้สันกรามขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน เธอรู้ดีว่าเขากำลังพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองอย่างถึงที่สุดเพื่อไม่ให้ระเบิดใส่ “น้องสาว” แท้ๆ ของตัวเอง “มีนไม่ได้มีปัญหาเรื่องสนามบินค่ะ… แต่มีนมีปัญหาเรื่อง ‘เรา’” มีนเว้นจังหวะ ปลดกระเป๋าเป้สะพายหลังจากไหล่แล้วโยนมันลงบนโซฟาตัวยาวเสียงดังตุ้บ “แม่เรียกให้มีนกลับมาแต่งงานค่ะพี่ธัน และผู้ชายที่แม่หาให้… ก็คือลูกชายเพื่อนสนิทของคุณแม่ ที่บังเอิญว่าเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของค่ายเพลงนี้พอดี” คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางห้องอัด ธันวาชะงักไปชั่วขณะ ร่างสูงแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็ง ขณะที่พริมโรสรู้สึกเหมือนหัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มโดยไม่มีสาเหตุ ความรู้สึกหน่วงแปลกๆ ตีรวนขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ หุ้นส่วนใหญ่ของค่ายเพลง… นั่นหมายถึงใครบางคนที่มีอำนาจเหนือกว่าธันวา และเป็นคนที่เข้ามาพัวพันกับอนาคตของค่ายนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “เธอพูดบ้าอะไร” ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน “ฉันไม่มีทางยอมรับเรื่องคลุมถุงชนเฮงซวยนี่เด็ดขาด เธอก็รู้ว่าฉันเกลียดการถูกบงการชีวิตมากที่สุด” “แต่แม่ไม่ได้ขอร้องนะคะพี่ธัน… แม่ ‘สั่ง’ ต่างหาก” มีนยักไหล่ด้วยท่าทางไม่สะทกสะทะ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้พี่ชายแล้วลดเสียงลงกระซิบกระซาบ “และที่สำคัญที่สุด ผู้ชายคนนั้นกำลังรออยู่ข้างล่างนี้ค่ะ เขากำลังจะขึ้นมาตรวจสตูดิโอ… ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า” สิ้นคำพูดนั้น ความเงียบงันราวกับถูกดูดอากาศออกไปจนหมดสิ้นก็เข้าปกคลุมห้องอัดทันที ธันวานิ่งค้างไปสนิท ดวงตาคมปลาบไหววูบด้วยความหงุดหงิดและคับข้องใจ เขารู้ดีว่าแม่ของเขาเอาจริงเກียรติและศักดิ์ศรีในแวดวงธุรกิจคือสิ่งที่ครอบครัวให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งเสมอ แต่การเอาชีวิตรักของน้องสาวมาเดิมพันกับผลประโยชน์ทางธุรกิจมันเป็นเรื่องที่เขาเกลียดชังที่สุด ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ธันวาหันขวับกลับมามองพริมโรส ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความเครียด ความกังวล และ… ความกลัวบางอย่างที่เขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็น พริมโรสสบตากับเขา นัยน์ตากลมโตคู่สวยสะท้อนภาพใบหน้าเคร่งเครียดของโปรดิวเซอร์หนุ่ม เธอเห็นความว้าวุ่นในแววตานั้น ชัดเจนเสียจนกำแพงความเยือกเย็นที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดพังทลายลงในพริบตา ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากริมฝีปากของทั้งคู่ ความเงียบระหว่างพวกเขากลับดังยิ่งกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ มันเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยถ้อยคำนับพันที่ยังไม่ได้เอ่ยออกมา เป็นการสื่อสารทางสายตาที่ลึกซึ้งจนคนนอกอย่างมีนยังต้องหรี่ตามองด้วยความสงสัย ธันวาก้าวเข้าไปหาพริมโรสช้าๆ ทีละก้าว ทีละก้าว จนกระทั่งระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวของเขาผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูกของเธอ ปลุกเร้าประสาทสัมผัสทุกส่วนให้ตื่นตัว มือหนาของธันวาเอื้อมออกไปอย่างไร้การควบคุม ปลายเรียวนิ้วของเขาแตะเบาๆ ที่ข้อศอกของพริมโรส สัมผัสเพียงแผ่วเบาแต่มันกลับทำให้กระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วร่างของหญิงสาว เธอดึงลมหายใจเข้าลึกอย่างลืมตัว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองชุดในห้องอัด เขาก้มหน้าลงมาเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร จนเธอเกือบจะนับลมหายใจของเขาได้ “พริม…” ธันวาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง มันไม่ใช่เสียงห้วนจัดแบบที่เขาใช้พูดกับคนอื่น แต่มมันนุ่มนวล ทุ้มต่ำ และเจือความสั่นเครือเล็กๆ ที่มีเพียงเธอเท่านั้นที่สังเกตเห็น “ฟังฉันนะ…” เขายังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังลั่นห้องอัด “ธันวา อยู่ข้างในหรือเปล่า? ฉันพา ‘ว่าที่น้องเขย’ ของนายมาทำความรู้จัก” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของบุคคลมาใหม่ดังแทรกขึ้น ทำลายบรรยากาศเปราะบางและแสนจะพะว้าพะวงระหว่างธันวาและพริมโรสลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี ธันวาชะงักกึก ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว เขายังคงไม่ยอมปล่อยมือออกจากข้อศอกของพริมโรส ราวกับกลัวว่าหากเขาปล่อยมือตอนนี้ เธอก็จะหายวับไปกับตา ทว่าเขากลับต้องหันไปมองร่างของคนที่กำลังก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉยที่พร้อมจะพังทุกอย่างตรงหน้าให้แหลกคราบ พริมโรสเองก็เบนสายตาตามไปมองบุคคลที่สามที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้อง หัวใจของเธอแขวนอยู่บนเส้นด้าย เมื่อเงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทสากลราคาแพงก้าวพ้นแสงไฟเข้ามาในห้องอัด และเผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้ลมหายใจของทุกคนในห้องต้องสะดุดกึก ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ หวังว่าจะฟินและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะคะ
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%