“มินอา กลับไปก่อนครับ ผมยังมีเรื่องต้อง 'เคลียร์' กับคุณพริมเขาอีกยาว”
ประโยคคำสั่งกึ่งไล่นั้นลอยคว้างอยู่ในอากาศ หนาวเยือกยิ่งกว่าเครื่องปรับอากาศในห้องอัดเสียงสี่เหลี่ยมทึบนี้เสียอีก เสียงปิดประตูกระแทกเบาๆ ตามด้วยเสียงส้นสูงกระทบพื้นทอดไกลออกไปเป็นสัญญาณว่านางแบบสาวเบอร์ต้นของค่ายยอมถอยทัพกลับไปตามมารยาท แต่ปัญหาคือ… เธอล็อคประตูด้านนอกไว้ด้วยความหมั่นไส้ หรือไม่ก็ระบบสมาร์ทล็อกของสตูดิโอเกิดรวนขึ้นมาจริงๆ กันแน่
ในขณะที่พริมโรสกำลังยืนกอดอกหน้านิ่งอยู่หน้าบานประตูทึบหนา เสียงคำรามต่ำของฟ้าผ่าก็ดังสนั่นกัมปนาทจนแผ่นดินสะเทือน ตามด้วยสายฝนห่าใหญ่ที่เทกระหน่ำลงมาใส่กระจกกันเสียงบานยักษ์ราวกับโลกกำลังจะแตก
เปรี้ยง!
แสงแฟลชจากสายฟ้าแลบวาบเข้ามาทางหน้าต่าง สาดส่องให้เห็นใบหน้าบึ้งตึงของธันวาที่กำลังยืนขบกรามแน่นอยู่หลังมิกเซอร์ตัวแพง เขาหันมามองเธอด้วยสายตาคมกริบที่อ่านไม่ออก ก่อนจะโยนหูฟังไร้สายลงบนโต๊ะเสียงดัง *ปั้ง*
“ยืนทำหน้าปลาตายอะไรอยู่ตรงนั้นล่ะครับ หรือว่าเสียดายที่ไม่ได้ออกไปดินเนอร์กับผมสองต่อสองตามแผนเดิมของคุณมินเขา” ธันวาเปิดฉากเปิดศึกทันที น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดที่พยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่างเอาไว้
พริมโรสแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสวาวโรจน์ด้วยความหมั่นไส้ เธอปรายตามองโปรดิวเซอร์หนุ่มจอมซึนตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่เกรงกลัว
“พูดบ้าอะไรของคุณคะธันวา ฉันจะไปเสียดายอะไรกับผู้หญิงที่เดินเข้ามาหาเรื่องฉันก่อน แถมคุณยังอุตส่าห์สละเวลาอันมีค่ามาไล่ฉันทางอ้อมเพื่อจะเคลียร์กับเธอก่อนไม่ใช่เหรอคะ เชิญตามสบายนะคะ พอดีฉันไม่อยากเป็นก้างขวางคอความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของพวกคุณ”
“ปากเก่งนักนะ” ธันวาพึมพำลอดไรฟัน ร่างสูงก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วที่พริมโรสถอยหลังหนีไม่ทัน แผ่นหลังบางชนเข้ากับบานประตูกระจกห้องบันทึกเสียงอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความร้อนผ่าวจากร่างกายของเขาโถมเข้าใส่จนเธอต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง
“ถอยไปนะคะธันวา พื้นที่ส่วนตัวมีไว้ให้ยืน ไม่ใช่มีไว้ให้คุณมาเดินเบียดแบบนี้” เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกเมื่อใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอแค่คืบ
“พื้นที่ส่วนตัวเหรอ…” ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะแตะกัน ดวงตาสีนิลคู่นั้นกวาดมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาประสานสายตากับเธอตรงๆ “แล้วรู้ไหมว่า ‘ปาก’ ของคุณเนี่ย มันน่าลงโทษให้เข็ดหลาบมาหลายรอบแล้ว”
“คุณไม่มีสิทธิ์มา…”
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อธันวาตัดสินใจปิดกั้นเสียงบ่นกระปอดกระแปดนั้นด้วยริมฝีปากของเขาเอง
มันไม่ใช่จูบที่อ่อนหวาน… มันคือความดุดัน เอาแต่ใจ และเจือด้วยความหงุดหงิดที่อัดอั้นมานานนับสัปดาห์ พริมโรสเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเรียวระดมทุบลงบนอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่มีหรือที่โปรดิวเซอร์หนุ่มร่างสูงใหญ่จะสะเทือน เขากลับใช้มือข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นไปตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ส่วนมืออีกข้างก็ประคองท้ายทอยบังคับให้เธอรับสัมผัสที่รุกไล่อย่างเอาแต่ใจ
ความโกรธ ความหมั่นไส้ และความรู้สึกแปลกปลอมบางอย่างตีรวนอยู่ในอก พริมโรสพยายามเม้มปากแน่นไม่ยอมให้เขาได้ใจ แต่ธันวากลับใช้วิธีเกลี่ยปลายนิ้วลงที่ซอกคอขาวผ่องจนเธอสะดุ้งเฮือก เผลออ้าปากสูดอากาศด้วยความตกใจ และนั่นคือช่อง
เรียวลิ้นร้อนล้ำลึกที่รุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานทำเอาสมองของซาวด์เอนจิเนียร์สาวขาวโพลนอย่างไร้การควบคุม โลกทั้งใบหมุนเคว้ง เสียงฟ้าฝนด้านนอกเงียบหายไปในโสตประสาท เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกันของคนทั้งคู่
เนิ่นนานกว่าธันวาจะยอมถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง เขายังคงคลอเคลียอยู่ใกล้ริมฝีปากบวมเจ่อของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้มเนียน ขณะที่ดวงตาสีนิลคู่นั้นเต็มไปด้วยประกายความสำนึกผิดเจือความหวงแหนที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้มาตลอด
“ทีหลัง… อย่าไปทำหน้าแบบนั้นให้ผู้ชายคนอื่นเห็นอีกนะพริมโรส” เสียงกระซิบพร่าทุบทำลายกำแพงความแข็งกระด้างของเขารabพิน “ผมหวง… จนแทบจะบ้าอยู่แล้ว”
พริมโรสเม้มปากแน่น หน้าแดงก่ำจนลามไปถึงใบหู เธอพยายามดึงข้อมือตัวเองกลับเมื่อเขาคลายแรงบีบ “คุณมัน… คนเผด็จการ นิสัยเสียที่สุด!”
“ถ้าไม่เผด็จการ ป่านนี้คุณคงวิ่งไปซบไอ้โปรดิวเซอร์ค่ายอื่นที่มันจีบคุณอยู่ไปนานแล้ว” ธันวาแค่นเสียงฮึดฮัดอย่างหมั่นไส้ แต่ยอมปล่อยมือออกจากข้อมือเธอแต่โดยดี ก่อนจะถอยหลังกลับไปยืนเว้นระยะห่าง เพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงจางๆ ของตัวเองบ้าง
บรรยากาศในห้องอัดกลับมาเงียบงันอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดด้านนอก พริมโรสยกมือขึ้นลูบริมฝีปากตัวเองเบาๆ หัวใจยังเต้นไม่เป็นส่ำ เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำด่าทอชุดใหญ่เพื่อกู้ศักดิ์ศรีคืนมาเสียหน่อย แต่จู่ๆ ไฟฟ้าในตึกทั้งหมดก็ดับวูบลงพรึบ!
ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งรอบตัวเหลือเพียงแสงสีฟ้าจางๆ จากหน้าจอมอนิเตอร์สำรองไฟ และเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูดังปังๆ จากด้านนอกก็แทรกเข้ามา พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายด้วยความตกใจของใครบางคนที่เพิ่งไขกุญแจเข้ามาในสตูดิโอ
“พี่ธัน! พริม! ติดอยู่ข้างในกันหรือเปล่าคะ ไฟดับแบบนี้แย่แล้วนะ!”
ธันวาขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อจำเสียงนั้นได้ เสียงของ ‘มีน’ น้องสาวแท้ๆ ของเขาที่บินกลับมาจากต่างประเทศกะทันหัน และเธอกำลังก้าวเข้ามาพร้อมกับความลับบางอย่างที่จะพลิกเกมชีวิตของพวกเขาทั้งคู่ไปตลอดกาล
ติดตามตอนต่อไปใน "เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง" นะคะ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความซึนของพี่ธันและน้องพริมนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง•ตอนที่ 7
เพลงที่ไม่มีวันจบ
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!