เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง•ตอนที่ 21

คืนวันเสาร์กับเดตแรกที่ไม่ตั้งใจ

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
“หยุดเดี๋ยวนี้! ใครสั่งให้พวกเธอไล่ธันวาออกไม่ทราบ!” เสียงตวาดกร้าวของพริมโรสยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าบานประตูห้องประชุมใหญ่ของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่จะปิดสนิทลงแล้วก็ตาม เธอยืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อม กำปั้นสองข้างกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือด้วยความโกรธจัด ดวงตากลมโตฉายแววเอาเรื่องใส่คณะผู้บริหารหน้าเจื่อนที่เพิ่งโดนเธอยื่นคำขาดไปหมาดๆ ใครจะไปคิดว่าผู้หญิงมาดมั่นที่ใครๆ ต่างก็บอกว่ารับมือยากคนนี้ จะกลายเป็นโล่กันกระสุนให้โปรดิวเซอร์หนุ่มปากร้ายอย่างธันวาได้ถึงเพียงนี้ “พริม... พอเถอะ” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นด้านหลัง พร้อมกับแรงดึงเบาๆ ที่ข้อศอก ธันวา দাঁড়อยู่ตรงนั้น สีหน้าของเขาเรียบสนิทจนเดาอารมณ์ไม่ออก แต่ดวงตาคู่คมที่มองเธอกลับมีความไหววูบประหลาดฉายชัดอยู่ชั่วขณะ ความซึนเดเระที่มักจะมีเกราะป้องกันตัวหนาเตอะในยามปกติ ดูเหมือนจะพังทลายลงราบคาบด้วยการกระทำอันบ้าบิ่นของเธอในวันนี้ พริมโรสหันขวابไปมองค้อนใส่คนตัวสูงกว่าทันที “พออะไรเล่า! นายจะยอมให้พวกมันเหยียบหัวเล่นหรือไง ห้ะธันวา? ผลงานเพลงเซטיםล่าสุดในอัลบั้มนี้ นายเป็นคนปั้นขึ้นมาแท้ๆ แล้วอยู่ๆ จะมาเขี่ยทิ้งเพราะอีโก้ของบอร์ดบริหารแก่ๆ งี่เง่าเนี่ยนะ ฝันไปเถอะ!” “นี่เธอ...” ธันวาอ้าปากค้างเล็กน้อย ปากหยักสวยเม้มเข้าหากันแน่นคล้ายอยากจะเถียงแต่ก็หาคำพูดมาโต้แย้งไม่ถูก ใบหูข้างที่หันเข้าหาเธอกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดในความสลัวของทางเดินตึก ถึงเจ้าตัวจะพยายามเบือนหน้าหนีทำเป็นมองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย แต่น้ำเสียงที่หลุดออกมาเบาหวิวก็ฟ้องชัดเจนว่ากำลังใจบางเบาขนาดไหน “ใครใช้ให้เธอไปวุ่นวายเรื่องของฉันเล่า... ยัยตัวแสบ” “ฉันไม่ใช่ตัวแสบ ฉันคือซาวด์เอนจิเนียร์คู่บุญ (หรือคู่กรรมดีล่ะ) ของนายต่างหาก!” พริมโรสเชิดหน้าขึ้นเถียงฉอดๆ ตามนิสัยฝีปากกล้าที่ไม่เคยยอมใคร “แล้วนี่... ไหนๆ เราก็ว่างงาน (ชั่วคราว) กันแล้ว ไหนนายบอกว่าจะพาฉันไปเลือกซื้อไมโครโฟนวินเทจตัวใหม่ที่ร้านแถวสยามไง หรือว่าจะเบี้ยว?” ธันวาปรายตามองเธอด้วยแววตาระคนเอ็นดูที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาLนขรึม “ใครเบี้ยว... พูดจาพล่อยๆ ฉันแค่คิดอยู่ว่าสภาพแต่งตัวแบบนี้จะไปเดินห้างไหวเหรอ ยัยหัวยุ่ง” “ย่ะ! พูดยังกะตัวเองแต่งตัวเป็นสุภาพบุรุษนักนี่ สเวตเตอร์ย้วยๆ กับแว่นตาหนาเตอะเนี่ยนะโปรดิวเซอร์ร้อยล้าน” พริมโรสย้อนกลับทันควันพลางกวาดสายตามองสำรวจร่างสูงโปร่งในชุดลำลองสบายๆ ของเขา ก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมา “ไปเถอะน่า ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจกลับเข้าไปด่าประธานค่ายอีกรอบ” และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเย็นวันเสาร์ที่ไม่เป็นไปตามแผน... แทนที่จะได้เดินเฉิดฉายอยู่ในร้านขายอุปกรณ์ดนตรีนำเข้าราคาแพงระยับอย่างที่ตั้งใจไว้ กลิ่นหอมฉุยของน้ำซุปกระดูกหมูและพริกไทยคั่วเคี่ยวจนงวดกลับลอยมาเตะจมูกทั้งคู่เสียก่อน ท่ามกลางบรรยากาศครึกครื้นของย่านตลาดโต้รุ่งข้างทางที่ผู้คนพลุกพล่าน แสงไฟจากหลอดนีออนสีส้มสาดกระทบกับไอน้ำที่ลอยกรุ่นขึ้นมาจากหม้อก๋วยเตี๋ยวชามใหญ่ กลายเป็นภาพความวุ่นวายที่มีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก “เดี๋ยวนะ...” ธันวาหยุดเดินกะทันหันจนพริมโรสเกือบจะชนแผ่นหลังกว้างของเขาเข้าเต็มแรง ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น มองซุ้มร้านอาหารริมทางที่มีโต๊ะพลาสติกสีแดงตั้งอยู่บนฟุตปาธอย่างพินิจพิเคราะห์ “เธอจะพาฉันมากินอะไรเนี่ย พริมโรส? ร้านมิชลินสตาร์ของเธอล่ะ?” “นี่แหละมิชลินสตรีทฟู้ดของจริง!” พริมโรสไม่พูดเปล่า เธอเดินนำลิ่วเข้าไปจับจองโต๊ะตัวริมสุดที่เพิ่งเคลียร์เสร็จสรรพ พร้อมกับกวักมือเรียกชายหนุ่มเสียงใส “นั่งลงเลยน่า อย่ามาทำเป็นคุณชายสำอาง ร้านนี้เส้นเล็กต้มยำอร่อยที่สุดในสามโลก บอกเลยว่านายพลาดถ้าไม่ลอง” ธันวายืนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาคมกวาดมองเก้าอี้พลาสติกสีแดงที่มีรอยขีดข่วนเต็มไปหมดสลับกับใบหน้ายิ้มแย้มของหญิงสาวที่นั่งลงรอท่าแล้ว ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างจำยอม ก่อนจะหย่อนกายลงนั่งฝั่งตรงข้าม ขายาวๆ ของเขาเกือบจะชนกับเข่าของเธอใต้โต๊ะตัวเล็กแคบนั้น ทำให้ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนน่าใจหาย “สกปรกจะตาย ยัยนี่กินเข้าไปได้ยังไง” ปากก็บ่นไปตามเรื่องตามราวตามนิสัยคนซึน แต่สายตากลับคอยหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดช้อนและตะเกียบยื่นส่งให้เธออย่างเบามือ พริมโรสรับมาด้วยรอยยิ้มกวนๆ “ปากบอกว่าสกปรก แต่มือเช็ดให้เสร็จสรรพเลยนะพ่อคุณ คลั่งรักฉันก็บอกมาเถอะน่า ไม่ต้องอาย” “ใครคลั่งรักเธอ หลงตัวเองชะมัด” ธันวาเสมองไปทางอื่นทันที ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงจัดตัดกับแสงไฟข้างทางอย่างชัดเจน พยายามทำเป็นสนใจแม่ค้าที่กำลังลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวอยู่หน้าร้านเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ “ฉันแค่ไม่อยากให้เธอกินท้องเสียแล้วมาเป็นภาระฉันเวลาทำงานต่างหากเล่า” “จ้า พ่อคนปากแข็ง ปากกับใจนี่สวนทางกันยิ่งกว่ารถไฟฟ้าสายสีชมพูอีกมั้ง” พริมโรสหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี บรรยากาศรอบตัวในตอนนี้มันช่างอบอุ่นและผ่อนคลายอย่างประหลาด ลืมความเครียดเรื่องงานในค่ายเพลงไปเสียสนิทเมื่อมีผู้ชายจอมซึนคนนี้มานั่งอยู่ตรงหน้า ไม่นานนัก ก๋วยเตี๋ยวต้มยำร้อนๆ สองชามก็ถูกวางลงตรงหน้า กลิ่นหอมของมะนาวสดและถั่วคั่วบดใหม่ๆ เตะจมูกจนน้ำลายสอ ธันวายอมหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเส้นเข้าปากช้าๆ ท่าทางยังคงมีความระมัดระวังตัวอยู่บ้าง แต่พอเคี้ยวไปได้สองคำ ดวงตาคมก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด “อร่อยใช่ไหมล่ะ?” พริมโรสยิ้มตาหยีอย่างผู้ชนะ เมื่อเห็นท่าทีของคนปากแข็ง “บอกแล้วว่าของอร่อยไม่จำเป็นต้องอยู่ในภัตตาคารหรูเสมอไปหรอกนะธันวา ชีวิตคนเราก็เหมือนดนตรีนั่นแหละ บางทีโน้ตที่เรียบง่ายที่สุด บิดเบือนน้อยที่สุด กลับเป็นโน้ตที่touchหัวใจคนฟังได้ดีที่สุด” ธันวาชะงักตะเกียบที่คีบเส้นค้างไว้ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาว แววตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความระแวดระวังและกำแพงหนาเตอะในอดีต บัดนี้กลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ความนัยบางอย่างซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ประกายตานั้น เป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดสั้นๆ “เธอนี่นะ...” น้ำเสียงของเขาเบาหวิวลง แววตาที่มองเธอมันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้นจนเกือบจะปิดบังไม่ไหว “บางทีเธอก็พูดจาเกินอายุซาวด์เอนจิเนียร์หน้าตาธรรมดาๆ อย่างเธอบ้างนะ” “นี่ชมหรือด่าเนี่ย ห้ะ!” พริมโรสทำท่าจะยื่นมือไปหยิกแขนเขาข้อหาปากเสีย แต่ธันวาไวกว่า เขายื่นมือมารวบข้อมือเธอไว้ได้ทันก่อนที่ปลายนิ้วจะทันได้สัมผัสผิวเนื้อ จังหวะนั้นเอง... เสียงรอบตัวในตลาดโต้รุ่งที่เคยจอแจราวกับถูกกดปุ่มปิดเสียงลงฉับพลัน ฝ่ามืออุ่นจัดของธันวาที่กุมข้อมือเธอไว้ส่งผ่านความร้อนผ่าวแล่นริ้วไปทั่วร่าง ความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดแผ่ซ่านอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ ดวงตาคู่นคมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธออย่างมีความหมาย ราวกับกำลังจะค้นหาคำตอบบางอย่างที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งหัวใจ “พริม...” เสียงทุ้มต่ำเอמהเรียกชื่อเธอแผ่วเบา ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นไอของมื้อค่ำลอยปะทะกันในระยะประชิด หัวใจของพริมโรสเต้นรัวระรัวราวกับกลองชุดในห้องอัดเสียง จังหวะมันรัวเร็วเสียจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมันชัดเจน ธันวาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ปลายจมูกโด่งเกือบจะแตะกันอยู่รำไร ริมฝีปากหยักสวยเผยอออกเล็กน้อยคล้ายจะเอ่ยถ้อยคำบางอย่างที่ค้างคาอยู่ริมฝีปาก เป็นความใกล้ชิดที่ทำให้สมองของพริมโรสขาวโพลน คิดอะไรไม่ออกนอกจากหลับตาลงพริบตาเดียวเพื่อรอรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น... ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบชิดสนิทกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดฟินที่กำลังจะไคลแมกซ์ *ครืนนน! โครม!* เสียงเก้าอี้พลาสติกข้างโต๊ะถูกกระชากออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของใครบางคนที่พุ่งพรวดเข้ามาแทรกกลางระหว่างพวกเขาทั้งสองคนอย่างเสียมารยาท “เฮ้ย! ธันวา! แกมานั่งสวีทกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ตรงนี้เองเหรอวะ! รู้ไหมว่าที่สตูดิโอตอนนี้ฉิบหายวายป่วงกันหมดแล้ว!” เสียงตะโกนโวยวายของ ‘กรณ์’ เพื่อนสนิทและผู้จัดการส่วนตัวของธันวา ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูจนย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี ธันวาผละตัวถอยหลังออกห่างจากพริมโรสทันทีด้วยความหงุดหงิดสุดขีด ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นมาทันตาเห็นด้วยความหัวเสียที่โดนขัดจังหวะสำคัญในชีวิต พริมโรสลืมตาขึ้นมาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู รีบดึงมือออกจากอุ้งมือเขาแล้วแสร้งทำเป็นก้มหน้าก้มตาตักเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากแก้เก้อ หัวใจยังคงเต้นโครมครามไม่เป็นส่ำ ธันวาหันไปถลึงตาใส่เพื่อนสนิทตัวดีด้วยแววตาแทบจะกินเลือดกินเนื้อ กรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน “มึง... อยากตายใช่ไหมไอ้กรณ์!” ขอบคุณที่ติดตามอ่านและฟินไปด้วยกันนะคะ – ดาวตกคืนคริสต์มาส
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%