"คุณไม่มีทางทนทำงานกับฉันได้ครบเดือนหรอก พริมโรส"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดจงใจกดต่ำลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ ทว่ากลับชัดเจนก้องกังวานในห้องบันทึกเสียงที่เงียบสงัด ธันวาขยับตัวเข้าประชิดแผงควบคุมเสียง (Mixing Console) มากขึ้น จนระยะห่างระหว่างเขากับหญิงสาวแทบไม่เหลือพื้นที่ให้บรรยากาศอึดอัดหายใจ
แววตาคู่คมของโปรดิวเซอร์หนุ่มอัจฉริยะฉายแววคุกกรุ่นอย่างปิดไม่มิด เขาไม่ได้ตั้งใจจะไล่เธอกะทันหัน... แต่ให้ตายเถอะ ผู้หญิงบ้าอะไรถึงได้สายตาคมกริบและฝีปากกล้าจนทำให้หัวใจจังหวะนรกของเขาเต้นรัวผิดทิศผิดทางได้ขนาดนี้
พริมโรสไม่ถอยหลังหนี เธอยังคงยืนกอดอกนิ่ง นัยน์ตาสีเข้มทอประกายท้าทายระยับเช่นเดิม ปลายจอมรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างคนที่ไม่เคยคิดจะก้มหัวให้ใคร รอยยิ้มมุมปากของเธอทำเอาธันวาอยากจะเอื้อมมือไปคว้ามาตีให้หายหมั่นไส้เสียจริงๆ
"ทำไมคะ? กลัวว่าฉันจะทำงานออกมาดีเกินหน้าเกินตาโปรดิวเซอร์มือหนึ่งอย่างคุณ จนไม่มีที่ยืน หรือว่า..." พริมโรសจงใจลากเสียงยาวอย่างยั่วเย้า ดวงตากลมโตหรี่ลงมองเขาตั้งแต่ปลายคางจรดริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น "...กลัวใจตัวเองกันแน่ ที่วันๆ เอาแต่แอบมองหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อเช็กว่าฉันนั่งทำอะไรอยู่"
"อย่าหลงตัวเองให้มันมากนัก พริมโรส" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นอีกหลายส่วน ปากหนาๆ นั่นเริ่มพ่นคำพูดสารพัดเหตุผลร้อยแปดเพื่อบีบให้เธอถอนตัวออกไปจากโปรเจกต์นี้ให้ได้ "สตูดิโอของผมไม่ได้ต้อนรับคนที่มีทัศนคติแบบคุณ งานของเราต้องการความเนี๊ยบ ความมืออาชีพ และที่สำคัญ... ต้องการคนที่เคารพกฎ ไม่ใช่พวกชอบแหกกฎและทำตัวเป็นปัญหา"
"ปัญหาเหรอคะ?" ซาวด์เอนจิเนียร์สาวทวนคำ เสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอของเธอน่าหมั่นไส้เสียจนธันวาอยากจะยกมือขึ้นกุมขมับ "ถ้าการแกะรอยคลื่นความถี่เสียงที่คุณทำพลาดไว้ แล้วแก้ให้มันสมบูรณ์แบบกลายเป็นปัญหา งั้นฉันคงเป็นปัญหาใหญ่ที่คุณต้องเจอไปอีกนานเลยล่ะค่ะ คุณธันวา"
ประโยคยียวนประสาทนั้นทำให้ธันวาถึงกับพูดไม่ออก เขาจ้องหน้าเธอเขม็ง มือหนาที่วางอยู่บนขอบโต๊ะกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความซึนเดเระที่สะสมมานานนับสัปดาห์กำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เขาไม่ได้อยากผลักไสเธอเพราะเกลียดชัง ตรงกันข้าม... เขารู้สึกว่าการมีผู้หญิงคนนี้อยู่ในรัศมีสายตา กำลังทำให้กำแพงน้ำแข็งที่เขาเพียรสร้างมาหลายปีสั่นคลอนอย่างรุนแรง
อดีตที่เคยผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่าสอนให้เขารักษาระยะห่างจากทุกคน แต่พริมโรสกลับทะลุกำแพงเข้ามาอย่างไร้มารยาทแถมยังทำหน้ามึนใส่ได้ทุกวี่ทุกวัน
"คุณกลับไปซะเถอะ" ธันวาผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด พยายามปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจข้างในจะเต้นโครมครามจนแทบทะลักออกมานอกอก "พรุ่งนี้ผมจะให้ฝ่ายบุคคลติดต่องานใหม่ที่อื่นให้ ถือว่าเรา... จบกันแค่นี้"
"ถ้าคิดว่าจะไล่ฉันด้วยวิธีเด็กๆ แบบนี้ล่ะก็..." พริมโรสขยับตัวเข้าใกล้เขาอีกก้าวหนึ่ง จนกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จางๆ ที่ลอยมาจากตัวเธอปะปนเข้ากับลมหายใจของเขา ธันวาถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกไปชั่วขณะ "...บอกไว้ก่อนเลยนะคะ ว่าเสียเวลาเปล่า ฉันเซ็นสัญญาสามปี และไม่มีทางยอมยกเลิกกลางคันเด็ดขาด"
"คุณดื้อด้านเกินไปแล้วนะพริม!" ธันวาหมดความอดทน เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้หมายจะดึงให้ถอยห่าง แต่กลายเป็นว่าแรงดึงนั้นกลับทำให้พริมโรสเสียหลักเซเข้าหาอกแกร่งของเขาอย่างจัง
ความนุ่มนวลของร่างบางที่แนบชิดติดแผงอกทำเอาธันวานิ่งค้างราวกับถูกสาป มือหนาที่จับแขนเธออยู่พลันอ่อนแรงลงโดยอัตโนมัติ กลิ่นกายหอมกรุ่นและความอุ่นซ่านที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าทำให้สมองของโปรดิวเซอร์หนุ่มขาวโพลนในพริบตา
พริมโรสเองก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ในตอนนี้ใกล้กันเสียจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้ม นัยน์ตาสีเข้มของเธอสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาไหววูบที่ปิดไม่มิดของคนปากแข็ง
ไม่มีใครยอมขยับตัวถอยหนี บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ เสียงดนตรีในห้องซ้อมเงียบงัน เหลือเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นรัวแข่งกันอย่างบ้าคลั่ง ธันวาเผลอมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างประหม่า ความตั้งใจที่จะผลักไสเธอเมื่อครู่ปลิวหายไปกับสายลมอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงความปรารถนาลึกๆ ที่อยากจะกักขังเธอไว้ในอ้อมแขนนี้ตลอดไป
"ไหนบอกว่าไม่อยากทนทำงานกับฉันไงคะ..." พริมโรสกระซิบเสียงแผ่วเบa น้ำเสียงเจือความเย้าแหย่แต่นัยน์ตากลับหวานเยิ้มจนน่ากลัว "...ทำไมตอนนี้ถึงไม่ยอมปล่อยมือล่ะคะ คุณโปรดิวเซอร์"
ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาเตรียมจะอ้าปากเถียงเพื่อรักษาฟอร์มคนปากแข็งตามเคย ทว่าก่อนที่คำพูดประชดประชันจะทันได้หลุดออกจากริมฝีปาก...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ด้านนอกดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดเดรสหรูหราที่ผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอให้อนุญาต รอยยิ้มกว้างบนใบหน้าของแขกผู้มาใหม่หยุดชะงักลงทันทีเมื่อเห็นภาพโปรดิวเซอร์หนุ่มเนื้อหอมกำลังโอบกอดอยู่กับซาวด์เอนจิเนียร์สาวคนใหม่ในห้องมิกซ์เสียง
"ธันวาคะ... แย่แล้วค่ะ เกิดเรื่องใหญ่ที่ห้องบันทึกเสียงหลักแล้ว!"
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดาวตกคืนคริสต์มาส" เสมอมานะคะ
เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง•ตอนที่ 3
อย่าคิดว่าฉันจะใจอ่อน
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!