"ถ้ายังยืนทำหน้าเป็นปลาทูแม่กลองตาค้างอยู่ตรงนั้นอีกสามวินาที ฉันจะไล่ออกทั้งคู่ไม่ให้เหลือแม้แต่ค่าจ้างวันเดียว!"
เสียงทุ้มต่ำตวัดกร้าวของ ‘ภาคิน’ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตดังแหวกลงมากลางห้องบันทึกเสียงที่อวลไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความตึงเครียด บุคคลที่สามที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงหน้าประตูรีบหุบปากฉับ ก้มหน้าคุดคู้อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวแล้วถอยร่นออกไปพร้อมกับปิดประตูเสียงดังคลิก ทิ้งให้พื้นที่สี่เหลี่ยมแคบๆ แห่งนี้เหลือเพียงคนสองคนที่เพิ่งก่อสงครามประสาทกันไปหมาดๆ
พริมโรสสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด พยายามสะบัดความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหูออกไปให้พ้นทาง มือเรียวบางยกขึ้นจัดปกเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ของตัวเองให้เข้าที่อย่างลวกๆ ก่อนจะตวัดสายตากลับไปมองผู้ชายตัวสูงที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงก้าว ธันวากำลังขบกรามแน่นจนสันกล้ามเนื้อข้างแก้มขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบสีสนิมเหล็กคู่นั้นไม่ได้มีความสำนึกผิดเลยสักนิด มีแต่ความหงุดหงิดที่ฉายชัดจนแทบจะคว้ามือมาเขย่าคอเสื้อเธอให้หายแค้น
"มองอะไรคะคุณโปรดิวเซอร์ หรือกลัวว่าหูฟังมอนิเตอร์ราคาแพงในห้องนี้จะพังเพราะแรงกระแทกเมื่อกี้ของคุณ?" พริมโรสเปิดฉากยิงคำพูดใส่ทันที น้ำเสียงใสแต่เจือแววประชดประชันอย่างไม่คิดจะยอมลงให้
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาแกล้งก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกครั้งอย่างจงใจ บีบให้ร่างบางต้องขยับถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะมิกเซอร์เสียง "ถ้าหูฟังมันจะพัง ก็คงเป็นเพราะเสียงบ่นแจ๋นๆ ของคุณมากกว่าพริมโรส... จำไม่ได้เหรอว่าเราสองคนต้องทำงานร่วมกันในโปรเจกต์ ‘Echo of Silence’ นี้ ไม่ใช่มาเปิดคอร์สฝึกมารยาทใส่กัน"
"แล้วใครเป็นคนเริ่มก่อนล่ะคะ!" เถียงกลับทันควันโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนจนแทบจะควควักลูกตาส่งไปให้ "ถ้าคุณไม่ทำตัวรุ่มร่าม เดินเข้ามาประชิดแล้วบล็อกทางฉัน ฉันก็คงไม่ต้องผลักคุณให้เสียทรงหรอกค่ะ นึกว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลหรือไง ถึงคิดว่าใครๆ ก็ต้องยอมถอยให้คุณตลอดเวลา"
"ปากเก่ง..." ธันวากัดฟันกรอด ดวงตาคมวาววับขึ้นมาวูบหนึ่ง ยิ่งเห็นใบตึงเครียดแต่ท้าทายของเธอ เขากยิ่งอยากจะแกล้งให้หลุดมามาดนิ่งเสียเหลือเกิน "ปากเก่งแบบนี้ ไม่รู้ว่าเวลาทำงานจริงจะเก่งเหมือนปากหรือเปล่า ถึงได้โดนผู้บริหารเรียกมาประกบคู่กับผมแบบนี้ไง... ยอมรับมาเถอะว่าดีใจจนเนื้อเต้น ที่ได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์มือหนึ่งอย่างผม"
"หลงตัวเอง!" พริมโรสสวนกลับเสียงแข็ง ใบหน้างามเชิดขึ้นอย่างถือดี "ฉันต่างหากที่ต้องถอนหายใจยาวๆ วันละแปดรอบ ตั้งแต่รู้ว่าต้องมานั่งปั่นโปรเจกต์มหาหินนี้ร่วมกับคนปากเสียอย่างคุณ ธันวาคะ... โลกนี้ไม่ได้หมุนรอบตัวคุณ กรุณาตื่นจากความฝันแล้วมาเช็คสเกลเสียงในแทร็กแรกได้แล้วค่ะ เวลาเดดไลน์ไม่เคยรอคนเพ้อเจ้อ"
เธอสะบัดหน้าหนี เดินฉับๆ ไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หมุนหน้าแผงควบคุมเสียงดิจิทัลขนาดใหญ่ นิ้วเรียวรัวลงบนคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็วเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก เมื่อครู่ตอนที่ร่างกายแนบชิดกันจนได้ยินเสียงหัวใจของอีกฝ่ายเต้นรัว ยอมรับเลยว่าเกือบจะควบคุมสติไม่อยู่แล้ว ดีนะที่ไหวตัวทัน ไม่เช่นนั้นคงเสียฟอร์มให้พ่อหนุ่มซึนเดเระคนนี้ล้อไปจนวันตายแน่ๆ
ด้านธันวาถอนหายใจยาวเหยียดอย่างขัดใจ เขายกมือขึ้นเสยผมสีเข้มที่ปรกหน้าผากลวกๆ ก่อนจะเดินตามมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวข้างๆ ระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงคืบเดียวจนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก พริมโรสแสร้งทำเป็นมองจอคอมพิวเตอร์แต่หางตากลับคอยเหลือบมองปฏิกิริยาของคนข้างกายตลอดเวลา
"เปิดไฟล์เสียงมิกซ์ตัวที่สามขึ้นมาสิ" น้ำเสียงของธันวาเปลี่ยนเป็นจริงจังและราบเรียบ ทอดทิ้งความกวนประสาทเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น สมกับที่เป็นโปรดิวเซอร์อัจฉริยะที่วงการดนตรีต่างเกรงขาม "ท่อนโซโล่เปียโนช่วงนาทีที่สองจุดห้าสิบ ฉันอยากได้มิติเสียงที่กว้างขึ้นอีกนิด ให้ความรู้สึกเหมือนคนกำลังเดินอยู่ท่ามกลางสายฝนที่ไร้ร่มเงา... ทำได้ไหม หรือว่ามันยากเกินความสามารถของซาวด์เอนจิเนียร์ฝีปากกล้าคนนี้?"
พริมโรสหันขวับกลับมามองค้อนขวับ "ดูถูกกันเกินไปแล้วค่ะคุณธันวา แค่เพิ่ม Spatial Audio ให้มีความเวิ้งว้างและเหงาจับใจแบบนั้น ฉันทำให้คุณได้ยินจนขนลุกซู่แน่ๆ คอยดู!"
"งั้นก็พิสูจน์ให้ดูสิ" ธันวาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากหยักแทบจะชิดกับใบหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาราวกับจงใจท้าทาย "ถ้าทำออกมาได้ไม่ดีอย่างที่โม้ไว้... คืนนี้คุณต้องเป็นคนเลี้ยงมื้อค่ำฉัน เพื่อเป็นการไถ่โทษที่เมื่อกี้ใช้กำลังทำร้ายร่างกายโปรดิวเซอร์คนสำคัญของค่าย"
พริมโรสชะงักค้าง หันไปหมายจะอ้าปากด่ากราดความหน้าไม่อายของเขา แต่ทว่า... จังหวะนั้นเองที่ประตูห้องบันทึกเสียงถูกผลักเปิดผางเข้ามาอีกครั้งอย่างไร้มารยาท พร้อมกับร่างเพรียวบางของ ‘มีน’ ศิลปินสาวชื่อดังเจ้าของโปรเจกต์นี้ ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มและแฟ้มเอกสารในมือ
"พี่ธันวาขา... มีนเอาสคริปต์ร้องใหม่มาให้ตรวจค่ะ เอ๊ะ... พริมโรสก็อยู่ด้วยเหรอคะ พอดีเลย มีนมีเรื่องอยากปรึกษาเรื่องปรับคีย์เสียงพอดีค่ะ"
ธันวายืดตัวตรงทันที ใบหน้าคมคายกลับมานิ่งสนิทไร้อารมณ์ เขากวาดสายตามองมีนแวบหนึ่งก่อนจะเหลือบกลับมามองพริมโรสที่กำลังหรี่ตามองเขากับศิลปินสาวด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก
บรรยากาศในห้องที่เคยคุกรุ่นด้วยความใกล้ชิดเมื่อครู่ กลับถูกแช่แข็งด้วยสายตาคมกริบของพริมโรสที่ส่งตรงมาให้ธันวา ราวกับจะบอกเป็นนัยว่า *‘เชิญบริการแม่ศิลปินคนโปรดของคุณตามสบายเลยนะคะ ส่วนฉันจะนั่งดูพวกคุณเล่นละครน้ำเน่าอยู่ตรงนี้แหละ’*
ธันวาขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลเมื่อเห็นแววตานิ่งเฉยและรอยยิ้มประชดประชันบนใบหน้าสวยเฉี่ยวของคนข้างๆ เขาขยับตัวจะเอ่ยปากไล่ศิลปินสาวออกไปก่อน แต่มือบางของพริมโรสกลับยกขึ้นห้ามเสียก่อน
"เชิญค่ะคุณมีน เชิญปรึกษาโปรดิวเซอร์มือหนึ่งของเราได้เต็มที่เลยนะคะ พอดีฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า... มีเรื่อง ‘ส่วนตัว’ บางอย่างที่ต้องเคลียร์กับคุณธันวาให้รู้เรื่องเหมือนกัน"
พริมโรสพูดเน้นเสียงคำว่าเรื่องส่วนตัวพร้อมกับหันไปสบตาธันวาตรงๆ นัยน์ตาสีเข้มของเธอทอประกายระยับด้วยความท้าทายแบบที่ทำเอาโปรดิวเซอร์หนุ่มถึงกับสันหลังวาบและหัวใจกระตุกวูบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและเดินทางไปพร้อมกับความซึนของพี่ธันวาและยัยพริมโรสในตอนนี้นะคะ มาเอาใจช่วยกันต่อว่าศึกรัก-ศึกงานครั้งนี้ใครจะเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำก่อนในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง•ตอนที่ 2
จังหวะที่ไม่ตรงกัน
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!