ลมหายใจใต้เงาคลื่น: เมนูรักจากปลายด้ามขวาน•ตอนที่ 24

ขยายอาณาจักรสีเขียว

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
"ถ้าคุณยังยืนกดดันผมด้วยสายตาแบบนั้น อีกห้านาทีผักสลัดพวกนี้คงเหี่ยวตายก่อนที่จะได้ลงดินแน่ครับ นายหัวสิงห์" ผมเอ่ยขึ้นโดยไม่หันไปมองเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกพิงเสารั้วไม้เก่าๆ สายตาของเขาไม่ได้จดจ้องอยู่ที่จอบในมือผม แต่มันจ้องมองไปยังรอยแยกบนพื้นดินที่แห้งแตกระแหงบริเวณหลังเกาะ ราวกับกำลังประเมินภัยคุกคามที่มองไม่เห็นมากกว่าจะสนใจเรื่องการเกษตร นายหัวสิงห์ถอนหายใจยาว เสียงทุ้มต่ำของเขาสะท้อนก้องในความเงียบของบ่ายวันนั้น "ที่ตรงนี้ไม่ใช่แค่ที่ปลูกผัก ตะวัน... ดินตรงนี้มันมีประวัติศาสตร์ และประวัติศาสตร์บางอย่างก็ไม่ควรถูกขุดคุ้ยขึ้นมาให้แสงแดดส่องถึง" ผมวางจอบลง สูดลมหายใจเข้าลึกจนได้กลิ่นไอเค็มของทะเลปนกับกลิ่นดินที่เพิ่งถูกพลิกหน้าผืนใหม่ "คนเรามักจะกลัวสิ่งที่ยังมาไม่ถึง แต่ผมกลัวสิ่งที่กำลังจะอดตายมากกว่า ถ้าเราไม่ขยายพื้นที่ปลูกในตอนนี้ ผลผลิตที่ส่งเข้าฝั่งจะไม่พอเลี้ยงคนบนเกาะ และถึงตอนนั้น ต่อให้คุณปิดผนึกอะไรไว้ได้ ความหิวโหยก็จะกลายเป็นกุญแจที่เปิดประตูขุมนรกให้คุณเองครับ" เขาขยับตัวก้าวเข้ามาใกล้ เงาของร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาบนแปลงผักที่ผมเพิ่งเตรียมเสร็จ มือที่ผ่านการกรำศึกกับคลื่นลมทะเลมาค่อนชีวิตเอื้อมมาจับไหล่ผมไว้แน่น สายตาคมกริบของเขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาผม เหมือนพยายามจะอ่านความหมายที่ผมซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของเชฟที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกร "คุณกำลังเล่นกับไฟ ตะวัน" เขาเตือน น้ำเสียงนั้นไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือความกังวลที่จริงใจที่สุดเท่าที่ผมเคยได้รับจากชายผู้นี้ "แล้วถ้าไฟกองนี้มันจะทำให้อาหารบนโต๊ะของทุกคนอุ่นขึ้น ผมก็ยินดีที่จะยอมถูกลวกครับ" ผมยิ้มตอบ พลางคว้าเมล็ดพันธุ์ผักสลัดพันธุ์ดีที่ผมสั่งตรงมาจากยอดดอยขึ้นมาในมือ "ไปช่วยผมลากสายยางเถอะครับ แดดกำลังแรง ถ้าเราขยายอาณาจักรสีเขียวนี้ได้สำเร็จ ต่อไปเราจะไม่ต้องพึ่งพาเรือขนส่งของพวกนั้นอีกเลย" ตลอดทั้งบ่าย เราทำงานร่วมกันโดยแทบไม่ได้เอ่ยคำพูดใด บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความเงียบสงบที่น่าอึดอัดน้อยลง นายหัวสิงห์แม้จะดูไม่พอใจกับการตัดสินใจของผม แต่เขาก็ยอมก้มหน้าก้มตาช่วยผมขุดดินและวางระบบน้ำอย่างขยันขันแข็ง ความละเอียดอ่อนในการวางท่อที่เขาทำ ทำให้ผมอดอมยิ้มไม่ได้ เขาไม่ได้ทำเพราะเชื่อฟัง แต่เขาทำเพราะห่วงใย ผมมองดูแปลงผักที่ขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อยๆ จากพื้นที่เล็กๆ ข้างบ้าน กลายเป็นสวนขนาดย่อมที่ทอดตัวยาวไปจนเกือบถึงแนวป่ารกชัฏหลังเกาะ สีเขียวสดของผักออร์แกนิกตัดกับสีน้ำเงินเข้มของทะเลเบื้องหลังอย่างชัดเจน มันคืองานศิลปะที่มีชีวิต และมันคือความหวังที่ผมตั้งใจสร้างขึ้นด้วยมือของผมเอง แต่แล้ว... ขณะที่ผมกำลังก้มลงฝังเมล็ดพันธุ์สุดท้ายลงในร่องดิน มือของผมก็สัมผัสเข้ากับบางอย่างที่แข็งและเย็นเยียบ มันไม่ใช่หิน ไม่ใช่เศษไม้ แต่มันคือแผ่นโลหะที่มีลวดลายอักขระประหลาดสลักอยู่ พื้นดินบริเวณนั้นเริ่มสั่นไหวเบาๆ จนผมรู้สึกได้ถึงแรงสะเทือนที่ส่งผ่านจากฝ่าเท้าขึ้นมายังสันหลัง นายหัวสิงห์ที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าวชะงักกึกทันที เขาทิ้งสายยางในมือแล้วถลาเข้ามาหาผมด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ "อย่าแตะต้องมัน!" เขาร้องลั่น ผมยังไม่ทันจะได้ถามว่าทำไม เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่ไม่ได้มาจากทางหมู่บ้านชาวประมงก็ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ มันไม่ใช่ฝีเท้าของคนหนึ่งคน แต่เป็นกลุ่มคนที่เดินย่ำใบไม้แห้งเข้ามาจากทางฝั่งป่าทึบที่เราไม่เคยย่างกรายเข้าไป นายหัวสิงห์กระชากตัวผมไปด้านหลังเขาทันที พร้อมกับดึงมีดเดินป่าเล่มโตที่คาดเอวออกมาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเป็นนักล่า "พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด" เงาสีดำหลายร่างโผล่พ้นพุ่มไม้ ออกมาพร้อมกับอุปกรณ์ที่ดูไม่ต่างจากเครื่องตรวจจับโลหะระดับสูง ชายร่างผอมสูงในชุดสีเทาเข้มเดินนำหน้าออกมา เขาหยุดกึกเมื่อเห็นเราสองคน ก่อนจะยกยิ้มที่มุมปากอย่างน่าขนลุก "ดูเหมือนว่า 'กุญแจ' จะไม่ได้ล็อกแค่ประตูนะครับนายหัว แต่มันกำลังจะงอกเงยออกมาเป็นผลผลิตที่งดงามเกินคาด... ช่างน่าชื่นชมจริงๆ ที่คุณอุตส่าห์ขุดมันขึ้นมาให้เราถึงที่" ลมทะเลพัดกรรโชกแรงขึ้นฉับพลัน กลิ่นอายของพายุและอันตรายที่ผมเคยหนีมาไกลแสนไกล บัดนี้ได้ย้อนกลับมาหาผมถึงหน้าบ้าน พร้อมกับการมาถึงของคนกลุ่มนี้ที่ดูเหมือนจะรู้อะไรบางอย่างที่มากกว่าแค่เรื่องผักสวนครัว ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในตอนนี้นะครับ "ลมทะเลพัดรัก"
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจใต้เงาคลื่น: เมนูรักจากปลายด้ามขวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%