"คุณจะทำอย่างไรต่อครับตะวัน... ในเมื่อศัตรูที่มองไม่เห็นมันเริ่มกัดกินทุกอย่างที่เราฟูมฟักมากับมือ"
เสียงทุ้มต่ำของนายหัวสิงห์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในแปลงผักออร์แกนิกข้างบ้าน เขาไม่ได้หันมามองผม แต่สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวทะเลนั้นจับจ้องอยู่ที่ใบกะเพราที่ถูกเจ้าหนอนตัวเขียวรุมกินจนพรุนเป็นรูโหว่
ผมขยี้ใบไม้ที่เสียหายในมือเบาๆ ความโกรธขึ้งในฐานะอดีตเชฟที่เคยยึดติดกับความสมบูรณ์แบบพุ่งพล่านอยู่ในอก แต่นี่ไม่ใช่ห้องครัวติดแอร์ที่ผมจะสั่งกำจัดทุกอย่างที่ขัดหูขัดตาได้ด้วยการดีดนิ้ว
"เราไม่ใช้สารเคมี สิงห์" ผมตอบเสียงเรียบ พยายามคุมลมหายใจให้เป็นปกติ "แต่ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ พรุ่งนี้คงไม่เหลืออะไรให้ทำเมนูเด็ดตามที่ตั้งใจไว้หรอกครับ"
"ธรรมชาติมันมีวิธีคัดกรองของมัน" นายหัวสิงห์เดินเข้ามาใกล้ กลิ่นไอทะเลและกลิ่นยาสูบจางๆ จากตัวเขาทำให้ผมรู้สึกมั่นคงขึ้นอย่างประหลาด เขาหยิบใบไม้ใบหนึ่งขึ้นมาพินิจ "คนพวกนั้นที่มาถึงหน้าบ้านเมื่อวาน... คุณคิดว่าการที่พวกมันบุกมาจังหวะเดียวกับที่ไร่คุณกำลังแย่ มันเป็นเรื่องบังเอิญหรือครับ?"
ผมชะงักมือที่กำลังจะหยิบขวดน้ำส้มควันไม้ขึ้นมาฉีดพ่น ความตึงเครียดของพายุเมื่อคืนที่ยังไม่ทันจางหาย กลับถูกแทนที่ด้วยความสงสัยในเจตนาของชายแปลกหน้ากลุ่มนั้น พวกเขาแต่งตัวภูมิฐานผิดกับวิถีชาวเกาะ และแววตาที่มองแปลงผักของผม... มันไม่ใช่สายตาของผู้ที่มาชื่นชมธรรมชาติ แต่มันเหมือนนักล่าที่กำลังเล็งเป้าหมาย
"พวกเขาไม่ได้มาเพราะผักหรอกครับ สิงห์" ผมวางขวดน้ำลง เดินไปหยิบกรรไกรมาตัดกิ่งที่ถูกแมลงรุมเร้าออกอย่างใจเย็น "พวกเขากำลังมองหาบางอย่างที่ผมทิ้งไว้ที่ปารีส... บางอย่างที่ผมคิดว่าจมลงใต้ก้นบึ้งทะเลไปพร้อมกับอดีตของผมแล้ว"
"แต่ความลับมักจะลอยเหนือน้ำเสมอ เหมือนกับคราบน้ำมันที่ไม่มีวันละลายไปกับคลื่น" นายหัวสิงห์หยิบมีดพกขึ้นมาหมุนเล่นในมือ นิ้วที่หยาบกร้านจากการจับเชือกเรือประมงดูชำนาญและดุดัน "ถ้าคุณคิดจะสู้กับมันด้วยวิธีธรรมชาติ คุณต้องใจแข็งกว่านี้ ตะวัน... เพราะศัตรูตัวจริงที่เข้ามาในชุดสูท น่ากลัวกว่าหนอนพวกนี้เป็นร้อยเท่า"
เราเงียบไปครู่ใหญ่ เสียงคลื่นกระทบหาดทรายด้านหลังบ้านดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ผสมกับเสียงแมลงในสวนที่เริ่มส่งเสียงระงม ผมรู้ดีว่านี่คือบททดสอบแรกของการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไม่ใช่แค่การปลูกผัก แต่มันคือการปกป้องพื้นที่ความสุขสุดท้ายของผมไว้
จู่ๆ นายหัวสิงห์ก็คว้าข้อมือผมไว้แน่น สายตาเขาเปลี่ยนไปเป็นความระแวดระวัง เขาพยักพเยิดไปทางชายป่ามะพร้าวริมชายหาด ที่ซึ่งเงาร่างของชายชุดดำสามคนกำลังเดินตรงมาที่บ้านเราอย่างไม่รีบร้อน
"ดูเหมือนพวกเขาจะไม่อยากรอให้พายุสงบก่อนนะครับ" นายหัวสิงห์กระซิบ แววตาเขาฉายแวววาวเหมือนสัตว์ป่าที่พร้อมจะปกป้องอาณาเขต
คนหนึ่งในกลุ่มนั้นหยุดเดิน เขาหยิบซองจดหมายสีขาวสะอาดตาขึ้นมา ก่อนจะหันมามองผมด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจผมเต้นผิดจังหวะ มันเป็นตราประทับที่ผมไม่ได้เห็นมานานหลายปี... ตราประทับของโรงแรมที่ผมเคยถูกกล่าวหาว่าขโมยสูตรอาหารลับระดับตำนานไป
"คุณตะวันครับ... ทางเรามีเรื่องด่วนที่ต้องเจรจาเกี่ยวกับ 'มรดก' ของคุณ" ชายคนนั้นกล่าวเสียงเย็นเยือก "หวังว่าคุณคงไม่ปล่อยให้มันเน่าเสียไปพร้อมกับผักสวนครัวพวกนี้หรอกนะ"
ผมมองสลับระหว่างแปลงผักที่กำลังพินาศกับคนกลุ่มนั้น มือที่ถือกรรไกรตัดแต่งกิ่งสั่นเทาเล็กน้อย ความกลัวที่เคยฝังใจกำลังจะระเบิดออกมา แต่เมื่อผมหันไปสบตากับนายหัวสิงห์ที่ยืนเคียงข้างอย่างมั่นคง ผมก็รู้แล้วว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะหนีอีกต่อไป
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นนี้ หวังว่าทุกท่านจะคอยเป็นกำลังใจให้ตะวันก้าวผ่านบททดสอบนี้ไปด้วยกันนะครับ
ลมหายใจใต้เงาคลื่น: เมนูรักจากปลายด้ามขวาน•ตอนที่ 25
แมลงศัตรูพืช
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจใต้เงาคลื่น: เมนูรักจากปลายด้ามขวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!