“คุณจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกันครับตะวัน”
เสียงเข้มห้าวของนายหัวสิงห์ดังก้องขึ้นในห้องครัวที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพรสดและไอเค็มจากท้องทะเล เขาไม่ได้มองหน้าอีกฝ่าย แต่สายตาจดจ้องอยู่ที่มือของตะวันที่กำลังหั่นหมึกกล้วยตัวโตบนเขียงไม้ด้วยความประณีตบรรจงเกินความจำเป็น
ตะวันชะงักมีดในมือครู่หนึ่ง ความเงียบแทรกตัวเข้ามาในห้องแคบๆ จนได้ยินเสียงคลื่นกระทบโขดหินด้านนอกชัดเจน เชฟหนุ่มวางมีดลงอย่างนุ่มนวล ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับชายร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกพิงวงกบประตูอยู่
“ผมทำเพื่อความสุขของผมครับนายหัว” ตะวันตอบเรียบๆ แต่นัยน์ตาที่สบกันนั้นสั่นไหว “การได้เตรียมมื้อค่ำให้คนที่อยู่บนเกาะนี้ มันไม่ได้เป็นหน้าที่ แต่มันคือวิธีที่ผมใช้ทำความรู้จักกับพวกเขา... รวมถึงคุณด้วย”
สิงห์ขบกรามแน่น สันกรามคมสันนูนเด่นชัด เขารู้สึกถึงจังหวะหัวใจที่เต้นผิดไปจากปกติทุกครั้งที่ตะวันเอ่ยประโยคที่เต็มไปด้วยความนัยเช่นนี้ เขาเป็นเพียงชายชาวเลที่ชีวิตผูกติดอยู่กับตาข่ายเรือและแรงพายุ ไม่เคยเข้าใจความซับซ้อนของเชฟจากเมืองกรุงที่ดูเหมือนจะพยายามเอาหัวใจมาวางไว้บนจานอาหารให้เขาเห็นอยู่บ่อยครั้ง
“ผมแค่คนเรือที่ชอบกินอะไรที่มันง่ายๆ ไม่ต้องประดิษฐ์ประดอยขนาดนี้ก็ได้” สิงห์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นอายของแดดและไอทะเลที่ติดตัวเขามาทำให้ตะวันต้องเผลอกลั้นหายใจ “คุณทำแบบนี้... คนเขาก็เข้าใจผิดกันไปใหญ่”
“ใครเข้าใจผิดครับ?” ตะวันเลิกคิ้วถาม ความกล้าหาญที่สั่งสมมาจากการผ่านร้อนผ่านหนาวในครัวระดับมิชลินสตาร์กำลังถูกนำมาใช้ “หรือว่าคุณกำลังหมายถึงตัวคุณเอง?”
สิงห์ชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยแข็งกร้าวและดุดันดุจเกลียวคลื่นยามพายุคลั่ง บัดนี้กลับอ่อนแสงลงจนน่าตกใจ เขาเบือนหน้าหนีไปมองเตาไฟที่กำลังร้อนระอุ เพื่อซ่อนความรู้สึกที่ไม่ควรเกิดขึ้นในใจ ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนเรือที่โคลงเคลงกลางทะเลลึก ทิศทางลมเปลี่ยนไปโดยที่เขาไม่อาจควบคุมได้
“ผมก็แค่ไม่อยากให้คุณเสียเวลา” สิงห์พึมพำ น้ำเสียงขาดช่วงเหมือนคนไม่มั่นใจ “เกาะนี้ไม่มีอะไรให้คุณนอกจากความลำบาก คุณควรจะกลับไปในที่ที่แสงไฟสว่างกว่านี้ ไม่ใช่มานั่งหั่นหมึกรอคนอย่างผม”
“คุณพูดเหมือนกับว่าคุณรู้จักผมดีกว่าตัวผมเอง” ตะวันเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย ระยะห่างที่เคยมีเริ่มเลือนหายไปจนเหลือเพียงช่องว่างไม่กี่นิ้ว “คุณกลัวอะไรอยู่กันแน่ครับนายหัวสิงห์? กลัวว่าถ้าคุณยอมรับว่ามื้ออาหารของผมมันมีความหมาย คุณจะยอมรับด้วยว่าตัวคนทำก็สำคัญกับคุณไม่แพ้กัน?”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง คราวนี้มันหนักอึ้งและเร่าร้อนราวกับเหล็กกล้าที่ถูกแช่ในกองไฟ ตะวันเห็นมือที่กำแน่นของสิงห์เริ่มคลายออก เขาสังเกตเห็นแววตาของอีกฝ่ายที่ไม่ได้มองไปที่อื่นอีกแล้ว นอกจากริมฝีปากที่เผยอเล็กน้อยและดวงตาคู่สวยของเขา
สิงห์สูดลมหายใจลึก เขาอยากจะปฏิเสธ อยากจะผลักไสไล่ส่งเหมือนที่ทำกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาท้าทายกำแพงในใจ แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะเอ่ยคำพูดตัดเยื่อใยออกไป เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบจากทางเดินด้านหลังก็แทรกขึ้นมาขัดจังหวะ
“นายหัวครับ! เกิดเรื่องแล้วครับ!”
ลูกน้องคนสนิทของสิงห์วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในครัว เขามีสีหน้าตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัด สิงห์ผละออกจากตะวันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟลวก เขาหันไปหาลูกน้องด้วยสายตาที่เปลี่ยนกลับมาเป็นนายหัวผู้เด็ดขาดในทันที
“เกิดอะไรขึ้น?” สิงห์ถามเสียงเข้ม
“เรือขนส่งเสบียงจากฝั่งจมแล้วครับ! พวกชาวบ้านที่รอรับของอยู่ทางท่าเรือกำลังโกลาหลกันใหญ่... แล้วดูเหมือนว่า...” ลูกน้องตะกุกตะกัก “ดูเหมือนว่าคนที่ลอยคอมากับซากเรือ จะไม่ใช่แค่ลูกเรือธรรมดาครับ แต่มี ‘คนคนนั้น’ มาด้วย”
สิงห์นิ่งอึ้งไป ใบหน้าคมคายเปลี่ยนเป็นสีซีดเผือดในชั่วพริบตา เขารีบหันกลับมามองตะวันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและหวาดหวั่น ก่อนจะหันหลังวิ่งออกไปจากครัวทันทีทิ้งให้ตะวันยืนเคว้งอยู่ท่ามกลางกลิ่นหมึกกล้วยที่เริ่มไหม้เกรียมบนเตาไฟโดยไม่รู้ตัว
นี่คือเหตุการณ์ที่ผมพยายามหนีมาตลอดชีวิต และดูเหมือนว่าลมทะเลที่พัดมาในวันนี้ จะพาอดีตที่ผมไม่มีวันลืมให้กลับมาหาผมถึงที่นี่แล้วครับ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของตะวันและนายหัวสิงห์นะครับ หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นไปกับเราครับ
ลมหายใจใต้เงาคลื่น: เมนูรักจากปลายด้ามขวาน•ตอนที่ 33
ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจใต้เงาคลื่น: เมนูรักจากปลายด้ามขวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!