“ถ้าคุณย่างกุ้งมังกรตัวนี้ด้วยไฟแรงเกินไป เนื้อข้างในมันจะกระด้างเหมือนยางลบ ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าความร้อนคือศิลปะ ไม่ใช่การทำสงคราม”
เสียงทุ้มต่ำของตะวันดังขึ้นท่ามกลางความโกลาหลในครัวชั่วคราวริมหาด กลิ่นหอมของเนยกระเทียมปะทะกับกลิ่นไอเค็มของทะเลอย่างรุนแรง นิ้วเรียวยาวของอดีตเชฟระดับมิชลินสตาร์ขยับพลิกตะแกรงย่างอย่างแม่นยำ สายตาของเขาจดจ้องเพียงสีของเปลือกกุ้งที่เปลี่ยนจากน้ำเงินเข้มเป็นส้มสดใสราวกับงานประติมากรรมชิ้นเอก
นายหัวสิงห์ที่ยืนพิงเสากระโจมไฟอยู่ไม่ไกล ขยับรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะยกแก้วน้ำสมุนไพรขึ้นจิบ แววตาคมกริบของเขาไม่ได้มองไปที่อาหาร แต่กลับจับจ้องไปที่แผ่นหลังของคนตัวเล็กกว่าที่กำลังขะมักเขม้นกับงานตรงหน้าอย่างไม่วางตา
“คนบนเกาะเขารอทานของอร่อย ไม่ได้มารอชิมปรัชญาของเชฟตะวันหรอกนะ” นายหัวสิงห์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความหยอกล้อ “อีกอย่าง... นี่คือเทศกาลอาหารทะเลของชาวเกาะ ไม่ใช่ร้านอาหารหรูในปารีส ผ่อนปรนบ้างเถอะ พ่อเชฟ”
ตะวันหยุดมือ วางคีบเหล็กเหล็กกระทบขอบเตาเสียงดัง ‘เคร้ง’ เขาหันกลับมาประจันหน้ากับอีกฝ่าย ดวงตาสีน้ำตาลเข้มพราวระยับด้วยความดื้อรั้น “ถ้าจะทำทั้งที มันต้องดีที่สุดครับนายหัว ผมยอมให้ใครมาบอกว่าอาหารของผมสู้ความสดของวัตถุดิบที่นี่ไม่ได้หรอก แต่ถ้าจะให้บอกว่าอาหารของผมมันไร้รสนิยม เพราะผมใส่ใจเกินไป... อันนี้ผมไม่ยอม”
นายหัวสิงห์ขยับตัวก้าวเข้ามาใกล้ ความสูงของชายร่างใหญ่ทำให้พื้นที่รอบตัวตะวันดูแคบลงไปถนัดตา เขาก้มลงมองจานกุ้งย่างที่เริ่มส่งกลิ่นหอมหวลยั่วน้ำลาย ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบส้อมเล็กขึ้นมาจิ้มเนื้อกุ้งชิ้นหนึ่งแล้วส่งเข้าปากโดยไม่รอให้เจ้าของจานอนุญาต
ตะวันยืนอึ้ง ดวงตาเบิกกว้าง “นายหัว!”
“รสชาติใช้ได้...” นายหัวสิงห์เคี้ยวช้าๆ สายตาคมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของตะวัน “แต่ขาดไปอย่างหนึ่ง”
“อะไรครับ?” ตะวันถามด้วยความร้อนรน
“ขาดความสนุกไงล่ะ” นายหัวสิงห์เอื้อมมือไปเช็ดคราบซอสที่เปื้อนมุมปากของตะวันอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นทำเอาตะวันชะงักไปชั่วขณะ หัวใจในอกซ้ายเต้นผิดจังหวะจนเจ้าตัวต้องแสร้งหันไปจัดการกับเตาย่างเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าว “งานเทศกาลคืนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของกิน แต่มันคือการทำให้คนบนเกาะมีความสุข ตะวัน... วางความสมบูรณ์แบบลงบ้าง แล้วปล่อยให้รอยยิ้มของพวกเขาเป็นตัวตัดสินเถอะ”
บรรยากาศรอบข้างเริ่มคึกคัก ผู้คนจากทั่วเกาะเริ่มทยอยกันมาที่ลานกิจกรรม แสงไฟสีนวลตาที่ร้อยเรียงด้วยอวนเก่าถูกเปิดขึ้น ทำให้พื้นที่ริมหาดดูราวกับหลุดออกมาจากความฝัน โต๊ะไม้ยาววางเรียงรายด้วยเมนูที่ตะวันรังสรรค์ขึ้นจากวัตถุดิบสดใหม่ที่นายหัวสิงห์เพิ่งนำขึ้นจากเรือเมื่อเช้านี้ ทั้งปูม้านึ่งเนื้อหวานฉ่ำ หอยเชลล์ย่างเนยกระเทียม และปลากะพงทอดน้ำปลาที่กรอบนอกนุ่มใน
ตะวันยืนมองภาพเหล่านั้นด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ความกังวลเรื่องรสชาติที่ต้องเป๊ะระดับสากลเริ่มจางหาย เมื่อเห็นรอยยิ้มของเด็กๆ ที่วิ่งเล่นรอบกองไฟ และเสียงหัวเราะของชาวประมงวัยดึกที่กำลังตักตวงความสุขใส่จาน
“นั่นไงครับ... สิ่งที่ผมพยายามบอก” นายหัวสิงห์มายืนเคียงข้าง มือหนาแตะไหล่ตะวันเบาๆ เป็นเชิงให้กำลังใจ
ทว่า ในขณะที่เสียงดนตรีพื้นบ้านกำลังสนุกสนาน และกลิ่นอายความสุขกำลังอบอวลอยู่นั้น รถกระบะสีดำคันหนึ่งที่ดูแปลกตาจากรถในเกาะก็ขับฝ่ากลุ่มคนเข้ามา จอดนิ่งสนิทอยู่ไม่ไกลจากลานกิจกรรม ชายสวมชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถพร้อมกับถือกระเป๋าเอกสารใบใหญ่ เขากวาดสายตามองไปรอบงาน ก่อนจะมาหยุดที่ตะวัน
ตะวันชะงักไปทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของชายผู้นั้น มือที่ถือจานอาหารสั่นเทาจนเกือบทำหลุดมือ
“นั่นใคร?” นายหัวสิงห์ถาม เสียงของเขาทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยความระแวดระวัง
ตะวันไม่ได้ตอบ เขาทำเพียงแค่กำหมัดแน่น จ้องมองชายคนนั้นที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาพวกเขา ท่ามกลางความเงียบงันที่ค่อยๆ กัดกินบรรยากาศรื่นเริงในงาน “เขาคืออดีตหุ้นส่วนร้านอาหารของผม... คนที่ผมหนีมาตลอดสามปี”
ชายในชุดสูทหยุดยืนตรงหน้าตะวัน เขายิ้มเย็นเยียบพลางส่งจดหมายฉบับหนึ่งให้ “ในที่สุดก็เจอตัวเสียทีนะ ตะวัน... หวังว่าชีวิตสโลว์ไลฟ์บนเกาะนี่ คงยังไม่ทำให้คุณลืมความรับผิดชอบที่ทิ้งไว้ให้พวกเราหรอกนะ”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ลมหายใจแห่งผืนดินนี้เสมอนะครับ
ลมหายใจใต้เงาคลื่น: เมนูรักจากปลายด้ามขวาน•ตอนที่ 32
เทศกาลอาหารทะเล
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจใต้เงาคลื่น: เมนูรักจากปลายด้ามขวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!