“ถ้าเครื่องมือช่างชุดนั้นหายไปจากโรงเรือนอีก ผมคงต้องสงสัยว่าเกาะนี้มีผีขโมยของ หรือไม่ก็มีคนจงใจกลั่นแกล้งคุณเข้าแล้วล่ะครับ ตะวัน”
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของนายหัวสิงห์ดังขึ้นทันทีที่เขาก้าวพ้นขอบประตูโรงเรือนเพาะกล้า กลิ่นดินชื้นแฉะและกลิ่นไอทะเลที่โชยผ่านหน้าต่างเข้ามาปะทะกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของชายหนุ่มผู้กำลังยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้อง ตะวันไม่ได้หันไปมองในทันที เขายังคงก้มมองพื้นที่ว่างเปล่าบนชั้นวางเครื่องมือที่ควรจะมีกรรไกรตัดแต่งกิ่งสแตนเลสและเสียมด้ามไม้ที่เขาเพิ่งขัดมันจนเงาวับเมื่อวานนี้
ตะวันถอนหายใจยาว เขารู้สึกถึงชีพจรที่เต้นตุบอยู่ขมับ ความสมบูรณ์แบบที่เขาพยายามสร้างขึ้นบนเกาะแห่งนี้กำลังถูกสั่นคลอนด้วยเรื่องเล็กน้อยที่ชวนหงุดหงิดใจ “ผมเช็คดูสามรอบแล้วครับสิงห์ มันไม่มีทางวางผิดที่แน่ๆ ของพวกนี้ผมดูแลเหมือนลูก ไม่เคยทิ้งขว้างไว้ในที่ที่ควรจะอยู่”
สิงห์เดินเข้ามาใกล้ ก้าวเดินของเขาหนักแน่นและเงียบเชียบจนแทบไม่ได้ยินเสียงพื้นไม้ลั่น เขาวางมือลงบนโต๊ะไม้ตัวยาว สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบโรงเรือนก่อนจะหยุดอยู่ที่รอยเท้าจางๆ บนพื้นดินที่เปียกชื้นบริเวณมุมห้อง ซึ่งเป็นจุดที่หลบสายตาจากหน้าต่าง “รอยเท้าครับ ไม่ใช่รอยของสัตว์แน่นอน”
ตะวันขยับตัวเข้ามาใกล้โดยอัตโนมัติ ความใกล้ชิดที่ไม่ได้ตั้งใจทำให้เขารู้สึกถึงไออุ่นจากร่างกายของชายชาวเลผู้นี้ สิงห์ก้มลงพินิจรอยเท้าอย่างตั้งใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสบตาตะวันด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก “รองเท้าบูทยาง เบอร์ใหญ่กว่าเท้าคุณ และเป็นรอยเท้าที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่เกินหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา”
“หมายความว่า... มีคนเข้ามาในขณะที่ผมกำลังไปเตรียมแปลงผักหลังบ้าน?” ตะวันถาม เสียงของเขาเริ่มมีความสั่นไหวเจือปนความกังวล
สิงห์ไม่ตอบในทันที เขาเดินสำรวจไปตามขอบผนังไม้ ก่อนจะหยุดที่ช่องว่างเล็กๆ ระหว่างแผ่นไม้กระดานที่ถูกงัดจนเผยอขึ้นเล็กน้อย เขาดึงกรรไกรตัดแต่งกิ่งอันที่หายไปออกมาจากช่องนั้น พร้อมกับเศษผ้าสีน้ำเงินเข้มที่ติดอยู่กับหัวตะปู “ดูเหมือนแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้จะรีบร้อนไปหน่อยนะครับ ลืมทิ้ง ‘หลักฐาน’ เอาไว้เสียด้วย”
ตะวันมองเศษผ้านั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก มันเป็นผ้าเนื้อหยาบเหมือนชุดทำงานของลูกเรือประมงแถบนี้ ความตึงเครียดในใจเขาทวีคูณขึ้น เขาย้ายมาที่นี่เพื่อหนีความวุ่นวาย แต่ดูเหมือนความวุ่นวายจะติดตามเขามาในรูปแบบอื่น
“คุณคิดว่าเป็นใครครับ?” ตะวันถาม พยายามคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด
“คนในเกาะนี้ไม่มีใครกล้าแตะต้องของของคุณหรอกครับตะวัน ยกเว้นเสียแต่ว่าเขาจะได้รับคำสั่งมา... หรือไม่เขาก็ต้องการอะไรบางอย่างที่คุณมี โดยไม่กล้าที่จะเดินเข้ามาขอกันตรงๆ” สิงห์หมุนกรรไกรในมือเล่น สายตาของเขามองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องทะเลสีครามที่เคยดูสงบเงียบในสายตาตะวัน กลับดูเหมือนกำลังซ่อนเร้นบางอย่างที่ลึกซึ้งและอันตรายกว่าที่เขาคิด
ตะวันมองใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ของนายหัวหนุ่ม สิงห์ผ่านอะไรมามากมายในท้องทะเลแห่งนี้ ทั้งพายุร้ายและมรสุมชีวิต หากสิงห์พูดเช่นนี้ แสดงว่าเขากำลังมองเห็นเค้าลางของปัญหาที่ใหญ่กว่าการหายไปของอุปกรณ์ทำสวน
“สิงห์... ถ้าคุณรู้อะไร บอกผมเถอะครับ ผมไม่อยากเป็นคนสุดท้ายที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่” ตะวันวางมือลงบนแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของอีกฝ่าย เป็นสัญชาตญาณที่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก
สิงห์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองมือของตะวัน แล้วเลื่อนสายตาขึ้นมาสบตาเขา แววตาที่แข็งกร้าวเมื่อครู่ดูอ่อนลงวูบหนึ่ง “ผมรู้แค่ว่า บนเกาะนี้มีคนไม่พอใจที่ผมให้ความช่วยเหลือคนแปลกหน้าอย่างคุณมากเกินไป และถ้าเครื่องมือนี้หายไปเพียงเพื่อล่อให้คุณออกมาจากที่ปลอดภัย...”
เขายังพูดไม่จบ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินนอกโรงเรือน เสียงนั้นหยุดลงหน้าประตูบานเลื่อนไม้ที่ปิดสนิท ท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ขยายไปทั่วทั้งโรงเรือน เงาตะคุ่มของชายคนหนึ่งทาบผ่านม่านบังแดดเข้ามา สิงห์ขยับตัวไปบังตะวันไว้ข้างหลังโดยสัญชาตญาณ มือของเขาเลื่อนไปแตะที่ขอบโต๊ะแน่น ในขณะที่ตะวันรู้สึกได้ถึงเหงื่อเย็นที่ซึมออกมาตามฝ่ามือ
“นายหัวครับ... ผมว่าผมเจอเจ้าของกรรไกรนี่แล้ว” เสียงตะโกนของ ‘ไอ้เข้ม’ ลูกเรือคนสนิทของสิงห์ดังผ่านเข้ามา พร้อมกับการผลักประตูเข้ามาอย่างแรงจนบานประตูไม้สั่นสะเทือน
สิงห์และตะวันหันไปมองพร้อมกัน สิ่งที่เข้มถืออยู่ในมือไม่ใช่เครื่องมือทำสวนอย่างอื่น แต่เป็นถุงผ้าใบเก่าที่มีกลิ่นเหม็นคาวของปลาดิบติดอยู่ และในถุงนั้น... คือเอกสารราชการฉบับหนึ่งที่มีตราประทับสีแดงสดระบุชื่อ ‘ตะวัน’ พร้อมกับข้อความกำกับว่า ‘คำสั่งเพิกถอนสิทธิครอบครองที่ดินริมทะเล’
ตะวันใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขารับเอกสารนั้นมาด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสิงห์ด้วยความตกตะลึง “สิงห์... นี่มันเรื่องอะไรกันครับ? ผมเพิ่งได้สัญญาเช่าซื้อที่ดินนี้มาอย่างถูกต้อง แล้วใครกันที่กล้าทำเรื่องแบบนี้?”
สิงห์ไม่ได้ตอบ เขาเพียงแค่หรี่ตามองไปที่ขอบฟ้าไกลๆ ที่บัดนี้เมฆสีดำทะมึนกำลังก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับจะประกาศเตือนถึงพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะพัดเข้าหาเกาะแห่งนี้ ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าปริศนาอีกหลายคู่ก็ดังขึ้นล้อมรอบโรงเรือนไม้เล็กๆ ของตะวันเอาไว้แน่น!
หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับการเริ่มต้นของมรสุมครั้งนี้และเอาใจช่วยตะวันไปกับผมนะครับ
ลมทะเลพัดรัก
ลมหายใจใต้เงาคลื่น: เมนูรักจากปลายด้ามขวาน•ตอนที่ 10
เครื่องมือช่างที่หายไป
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจใต้เงาคลื่น: เมนูรักจากปลายด้ามขวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!