"ถ้านายยังขัดปลาหมึกด้วยวิธีเดิม... พรุ่งนี้ไม่ต้องหวังจะได้เห็นเนื้อใสๆ เด้งสู้ลิ้นหรอกนะ"
เสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนของนายหัวสิงห์ดังขึ้นทันทีที่ตะวันก้าวเท้าลงจากเรือ 'แม่นางนวล' ในเช้าที่ท้องทะเลยังคงคลุ้งไปด้วยกลิ่นไอเกลือและคาวปลา ตะวันชะงักมือที่กำลังจัดเตรียมตะกร้าใส่ปลาหมึกสดๆ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเรือผู้มีแววตาดุจเหยี่ยวที่จ้องมองมาอย่างไม่วางตา
"วิธีเดิมของผมคือการล้างสะอาดตามมาตรฐานครัวมิชลินนะครับนายหัว" ตะวันสวนกลับทันควัน แม้จะยังคงรักษาสัมมาคารวะด้วยรอยยิ้มบางๆ แต่ในแววตานั้นมีความมุ่งมั่นไม่แพ้กัน
"ที่นี่ไม่ใช่ปารีส และปลาก็ไม่ได้เลี้ยงในตู้กระจก" นายหัวสิงห์เดินเข้ามาใกล้ กลิ่นยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นไอทะเลประจำตัวเขาทำเอาตะวันเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "ส่งมีดมา"
นายหัวคว้ามีดจากมือของอดีตเชฟหนุ่มไปอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะบรรจงกรีดลงบนตัวปลาหมึกด้วยความชำนาญที่ดูเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ทุกจังหวะการลงมีดไม่มีความลังเล "การทำอาหารบนเกาะ ไม่ใช่แค่การทำตามตำรา แต่มันคือการทำความเข้าใจ 'ลมหายใจ' ของสัตว์ที่เพิ่งขึ้นจากน้ำ นายต้องให้เกียรติมันด้วยการเตรียมที่รวดเร็ว เพื่อไม่ให้ความสดของมันมลายหายไปกับความช้าของนาย"
ตะวันนิ่งอึ้ง เขาเคยมองว่าการทำอาหารคือศิลปะที่ต้องควบคุม แต่สิ่งที่ชายตรงหน้าสื่อสารผ่านการหั่นปลาหมึกนั้นคือ 'ชีวิต' ที่กำลังถ่ายทอดสู่จานอาหาร บรรยากาศรอบข้างที่เคยเงียบสงัดเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อ 'ลุงบัน' ชายชราท่าทางใจดีที่เพิ่งจอดเรืออีแปะเทียบท่า เดินถือถังไม้บรรจุหอยตลับสดๆ เข้ามาสมทบ
"ไอ้ตะวัน เอ็งอย่าไปถือสาคนปากร้ายใจดีอย่างไอ้สิงห์มันเลย" ลุงบันหัวเราะร่วน เสียงแหบพร่าดูเป็นมิตร "ของฝากจากก้นอ่าวเช้านี้ ข้าคัดมาเองกับมือ หอยตลับพวกนี้ถ้าเอาไปลวกในน้ำซุปที่เอ็งชอบทำ รับรองว่าคนกินลืมทางกลับบ้านแน่"
ตะวันรับถังหอยมาด้วยความรู้สึกท่วมท้น เขาเงยหน้ามองลุงบัน พ่อค้าคนกลางผู้ส่งวัตถุดิบให้เขาในทุกเช้า ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากการซื้อขาย กำลังก่อตัวเป็นสายใยที่อธิบายได้ยากในความรู้สึกของคนแปลกถิ่น
"ขอบพระคุณครับลุงบัน ฝีมือระดับลุงคัดเอง ผมจะทำเมนูที่สมศักดิ์ศรีของมันให้ได้ครับ"
บทสนทนาเล็กๆ น้อยๆ ท่ามกลางเสียงคลื่นที่กระทบฝั่งเริ่มทำลายกำแพงในใจของตะวันทีละน้อย ตะวันสังเกตเห็นริ้วรอยรอบดวงตาของลุงบันขณะยิ้ม มันเป็นรอยยิ้มของชาวเกาะที่ไร้การปรุงแต่ง เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนเมืองที่เหนื่อยล้าอย่างเขาเริ่มรู้สึกว่า 'บ้าน' อาจไม่ได้หมายถึงตึกสูงในเมืองหลวงที่เขาจากมาอีกต่อไป
"วันนี้อย่าลืมไปรับผักที่ท้ายเกาะนะ ตะวัน" นายหัวสิงห์เอ่ยแทรกขึ้นมาพลางเก็บมีดเข้าฝัก "ฉันฝากคนจัดการไว้ให้แล้ว แต่ถ้าขืนทำเมนูจืดชืดเหมือนคราวที่แล้วอีกล่ะก็... ฉันจะงดจัดส่งของทะเลให้สักสามวัน"
"ขู่กันแบบนี้ ผมก็ยิ่งต้องทำให้ประทับใจจนนายหัวเลิกขู่สิครับ" ตะวันตอบโต้พลางหัวเราะเบาๆ
บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลง ความตึงเครียดเรื่องการทำงานถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มและการแลกเปลี่ยนวิชาชีวิต ตะวันรู้สึกเหมือนเขากำลังอ่านหนังสือเล่มใหม่ที่บทเรียนไม่ได้ถูกเขียนด้วยหมึก แต่ถูกเขียนด้วยหยาดเหงื่อและลมทะเล ทว่าในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยถามถึง 'คนจัดการผัก' ที่นายหัวสิงห์พูดถึง ลุงบันก็เปลี่ยนสีหน้าไปเล็กน้อย เขาขยับเข้ามาใกล้ตะวันแล้วกระซิบเสียงแผ่วจนแทบกลืนไปกับเสียงลม
"ตะวัน... ไอ้คนที่เอ็งจะไปรับผักด้วยวันนี้ น่ะ" ลุงบันเว้นจังหวะ มองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนอ่อนที่ต้นคอของตะวันลุกชัน "มันไม่ได้แค่ปลูกผักหรอกนะ... แต่ที่นั่นน่ะ มีความลับบางอย่างที่นายหัวสิงห์พยายามปิดตายมาตลอดหลายปี"
ตะวันชะงักมือที่กำลังถือถังหอย ลมทะเลที่เคยอบอุ่นกลับกลายเป็นความเย็นเยือกที่พัดผ่านแผ่นหลังทันที นายหัวสิงห์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลหันขวับมามองด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สายตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความดุร้าย แต่มันมีความ 'กังวล' ซ่อนอยู่ลึกๆ อย่างปิดไม่มิด
"ลุงบัน! อย่าพูดเรื่องที่ไม่ควรพูด" นายหัวสิงห์ตะคอกเสียงต่ำ ท่าทีของเขาร้อนรนจนดูผิดปกติ
ก่อนที่ตะวันจะทันได้ถามไถ่ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินแคบๆ ที่เชื่อมระหว่างท่าเรือกับป่าชายเลน เงาร่างสูงใหญ่ของชายแปลกหน้าในชุดเสื้อกันฝนสีซีดก้าวออกมาจากมุมมืด พร้อมกับถือกล่องไม้เก่าๆ ที่มีรอยตราประทับรูปสมอเรือที่ตะวันไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ชายคนนั้นหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเขา แววตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่สร้อยคอรูปจี้หินสีครามที่ตะวันสวมติดตัวมาตลอดตั้งแต่วันที่ย้ายมาเกาะแห่งนี้
"ในที่สุด... กลิ่นคาวเลือดของบรรพบุรุษก็พัดพานายมาถึงที่นี่จนได้นะ 'ว่าที่นายคนใหม่'" ชายแปลกหน้าเอ่ยประโยคที่ทำเอาหัวใจของตะวันหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม พร้อมกับยื่นกล่องไม้ใบนั้นมาตรงหน้าเขา
หวังว่าทุกท่านจะมีความสุขกับการเดินทางครั้งใหม่ที่กำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ไปพร้อมกับผมนะครับ
ลมทะเลพัดรัก
ลมหายใจใต้เงาคลื่น: เมนูรักจากปลายด้ามขวาน•ตอนที่ 9
รอยยิ้มของชาวเกาะ
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจใต้เงาคลื่น: เมนูรักจากปลายด้ามขวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!