"อย่าขยับไปไหนนะตะวัน... ถ้าไม่อยากให้ปลาหมึกตัวนี้กลายเป็นหิน"
เสียงทุ้มต่ำของนายหัวสิงห์ดังขึ้นทันทีที่ผมขยับถอยหลังด้วยความตกใจ เมื่อไอเย็นจากฝนที่โหมกระหน่ำนอกหน้าต่างสาดเข้ามาปะทะหน้าต่างไม้จนเกิดเสียงกระทบกันโครมคราม ผมเผลอปล่อยมีดเชฟในมือจนเกือบหลุดร่วง แต่ฝ่ามือหนาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการลากอวนกลับคว้าหมับเข้าที่ข้อมือผมไว้อย่างแม่นยำ
ในห้องครัวเล็กๆ ของกระท่อมริมทะเล พื้นที่ที่ควรจะอบอวลไปด้วยกลิ่นของสมุนไพร กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวทะเลสดใหม่และไอฝนที่เย็นยะเยือก นายหัวสิงห์ไม่ได้ขยับตัวออกห่าง เขายังคงกุมข้อมือผมไว้แน่น ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีซีดที่เปียกชื้นแนบไปกับแผ่นหลังนั้นแผ่ซ่านความอบอุ่นที่ขัดกับสภาพอากาศภายนอกอย่างสิ้นเชิง
"คุณสั่น" เขากล่าวสั้นๆ สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวทะเลจับจ้องไปที่ปลายนิ้วของผมที่เริ่มเปลี่ยนสีเพราะอุณหภูมิที่ลดต่ำลง
"ผมไม่ได้สั่นเพราะหนาวครับ" ผมเอ่ยปฏิเสธ พยายามดึงมือออกแต่เขากลับตรึงไว้แน่น "ผมแค่... ไม่ชินกับพายุแบบนี้ มันดูเหมือนจะพังทุกอย่างที่เราสร้างมาเลย"
นายหัวสิงห์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาปล่อยมือผมแล้วหันไปคว้าตะหลิวไม้ ก่อนจะบรรจงเทกุ้งแชบ๊วยตัวโตที่แกะเปลือกจนเกลี้ยงเกลาลงในหม้อดินเผา เสียง 'ฉ่า' ที่ดังขึ้นแทนที่เสียงลมพายุข้างนอก มันเป็นจังหวะที่หนักแน่นและเชิญชวนให้ลุ่มหลง
"ตะวัน... ทะเลมันไม่ได้ทำลายทุกอย่างหรอก มันแค่ชะล้างสิ่งที่อ่อนแอเกินไปออกไปให้หมด" เขาพูดพลางกวนซุปในหม้อเบาๆ กลิ่นข่า ตะไคร้ และใบกะเพราป่าเริ่มตีขึ้นจมูก ชวนให้ความหิวโหยในอกของผมปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง "ถ้าคุณมัวแต่กลัวว่ามันจะพัง คุณก็จะไม่มีวันได้ชิมรสชาติที่แท้จริงของมัน"
ผมเฝ้ามองแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก จากเชฟที่เคยวาดลวดลายในครัวหรูหราที่ปารีส ผมกลับพบว่าวิชาความรู้ทั้งหมดที่มีดูไร้ค่าเมื่อเทียบกับความเรียบง่ายตรงหน้า นายหัวสิงห์ไม่ได้มีเทคนิคที่แพรวพราว แต่เขามี 'ความเข้าใจ' ในวัตถุดิบที่ผมไม่เคยสัมผัสได้มาก่อน เขาหยิบเกลือสมุทรขึ้นมาโปรยลงไปในหม้อด้วยท่วงท่าที่ดูศักดิ์สิทธิ์ เหมือนคนทำพิธีกรรมกับธรรมชาติ
"ชิมดู"
เขาตักซุปสีขุ่นที่เปี่ยมไปด้วยพลังงานใส่ถ้วยดินเผาแล้วยื่นให้ผม ผมสูดกลิ่นไอที่ลอยขึ้นมา มันไม่ใช่แค่ซุปทะเลธรรมดา แต่มันคือลมหายใจของท้องทะเลในวันที่เกรี้ยวกราด รสชาติเผ็ดร้อนของพริกขี้หนูสวนผสานกับความหวานฉ่ำของเนื้อปลาและกุ้งที่สดจนแทบจะละลายในปาก ผมรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงขึ้นจนเกือบหลุดออกมานอกอก
"อร่อยไหม" เขาถามพลางจ้องลึกเข้ามาในดวงตาผม
"อร่อยจนผมเกือบจะลืมไปเลยว่า... ผมเคยเป็นใคร" ผมยอมรับออกมาเบาๆ ขณะที่ไออุ่นจากถ้วยซุปเริ่มทำให้หน้าผมร้อนผ่าว
บรรยากาศเงียบลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงฝนที่ตกกระทบหลังคาสังกะสีเป็นจังหวะเนิบนาบ นายหัวสิงห์เดินเข้ามาใกล้จนแทบจะไร้ช่องว่างระหว่างเรา เขาใช้ผ้าเช็ดมือสะอาดเช็ดละอองน้ำที่เกาะอยู่ข้างแก้มผมอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นแผ่ความอบอุ่นลึกเข้าไปถึงกระดูก มันไม่ใช่ความรักแบบฉาบฉวย แต่มันเป็นความรู้สึกผูกพันที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางพายุฝนที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
"ตะวัน..." เสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย "มีเรื่องหนึ่งที่ผมยังไม่ได้บอกคุณ เรื่องเรือลำที่หายไปเมื่อสิบปีก่อน... จริงๆ แล้วมันไม่ได้จมลงเพราะพายุ"
ผมขมวดคิ้ว มือที่ถือถ้วยซุปสั่นเล็กน้อย "คุณหมายความว่ายังไง"
นายหัวสิงห์วางมือลงบนขอบโต๊ะไม้เก่าๆ สายตาเขามืดมัวลงเหมือนท้องทะเลในยามไร้จันทร์ "ในคืนที่ฝนตกหนักแบบนี้... เรือลำนั้นไม่ได้หายไป แต่มันถูก 'ใครบางคน' ขับออกไปจากอ่าวนี้ทั้งที่ยังไม่ได้รับอนุญาต และวันนี้... คนคนนั้นเพิ่งจะจุดไฟสัญญาณที่หน้าหาด"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางประตูหลังบ้าน เสียงเคาะประตูที่รุนแรงและสม่ำเสมอสามครั้งราวกับสัญญาณเตือนภัย ทำให้เราทั้งคู่ชะงักไป นายหัวสิงห์หันไปคว้าปืนลูกซองที่แขวนอยู่ข้างผนังทันทีโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะหันมามองผมด้วยสายตาที่บีบคั้นหัวใจที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา
"ไปที่ห้องใต้ดิน... ไม่ว่าใครจะเรียกชื่อคุณข้างนอกนั่น ห้ามเปิดประตูเด็ดขาด จนกว่าคุณจะได้ยินเสียงนกหวีดจากเรือของผมเท่านั้น"
เขากระชากประตูหลังบ้านออกไปท่ามกลางพายุที่โหมกระหน่ำ ผมยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางครัว ถ้วยซุปในมือร่วงหล่นลงพื้นแตกกระจาย แต่เสียงนั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ผมกลัวที่สุด สิ่งที่ทำให้ผมใจหายวาบ คือแสงไฟจากเรือลำใหญ่ที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ชายหาด ท่ามกลางหมอกฝน ผมเห็นคนคนหนึ่งยืนอยู่บนหัวเรือ... คนที่สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีดำคุ้นตา คนที่ผมเคยคิดว่าตายไปตั้งแต่อยู่ปารีสเมื่อหลายปีก่อน
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุนี้ไปกับผมและนายหัวสิงห์นะครับ
ลมหายใจใต้เงาคลื่น: เมนูรักจากปลายด้ามขวาน•ตอนที่ 8
ซุปทะเลในวันฝนพรำ
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจใต้เงาคลื่น: เมนูรักจากปลายด้ามขวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!