“ถอยไปตะวัน... อย่าให้พวกมันเห็นว่าคุณถืออะไรอยู่!”
เสียงคำรามต่ำของนายหัวสิงห์ดังก้องผ่านเสียงลมกระโชกที่เริ่มทวีความรุนแรง ผมกำตลับโลหะในมือแน่นจนนิ้วซีดขาว หัวใจเต้นรัวแรงราวกับกลองรบ ท่ามกลางความมืดที่ถูกฉีกกระชากด้วยแสงฟ้าแลบแปลบปลาบจากเบื้องบน ชายฉกรรจ์สามคนตรงหน้าขยับเข้ามาใกล้พร้อมกับเหล็กแป๊บในมือที่สะท้อนแสงไฟสลัวจากระเบียงบ้านพัก
“คุณสิงห์... แต่ว่าผม...”
“ผมบอกให้ถอย!” เขาตวาดกลับโดยไม่หันมามอง สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขาจดจ้องเพียงเป้าหมายตรงหน้า ร่างกำยำของนายหัวสิงห์ขยับเข้าขวางผมไว้ราวกับกำแพงมนุษย์ ก่อนที่พายุฝนลูกแรกของฤดูกาลจะเทกระหน่ำลงมาเหมือนใครบางคนคว่ำถังน้ำยักษ์ลงบนเกาะแห่งนี้
ความเย็นเยียบของสายฝนปะทะใบหน้าผมจนชาดิก กลิ่นไอทะเลที่เคยหอมกรุ่นเปลี่ยนเป็นกลิ่นดินและโคลนที่ถูกชะล้างอย่างรุนแรง ผมเห็นร่างของชายคนหนึ่งพุ่งเข้าใส่นายหัวสิงห์ เสียงกระทบของหมัดหนักๆ ดังชัดเจนท่ามกลางเสียงฝน ทั้งสองกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่บนพื้นดินที่เริ่มแฉะเป็นโคลน นายหัวสิงห์ไม่ใช่คนอ่อนแอ แต่การต้องรับมือกับสามคนพร้อมอาวุธในสภาพอากาศแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ผมยืนตัวสั่น ไม่ใช่เพราะความกลัวอย่างเดียว แต่เพราะภาพตรงหน้ามันเหมือนโลกที่ผมคุ้นเคย—โลกที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและการแก่งแย่งที่ผมอุตส่าห์หนีมา—กำลังย้อนกลับมาหลอกหลอน
“หนีไปซะ! ไปที่เรือ!” นายหัวสิงห์ตะโกนแข่งกับเสียงฟ้าร้อง เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาเปียกโชกแนบไปกับกล้ามเนื้อแผ่นหลังที่ไหวระริก ผมกัดฟันแน่น ก่อนจะตัดสินใจวิ่งฝ่าสายฝนออกไปตามทางเดินแคบๆ มุ่งหน้าสู่หาดทรายที่ตอนนี้มองเห็นเป็นเพียงเงาดำทะมึน
ฝนหนักขนาดนี้ทำให้ทางเดินที่เคยโรยกรวดไว้กลายเป็นหลุมโคลน รองเท้าที่ผมสวมมาลื่นไถลจนผมเซถลาไปกระแทกกับกอผักสลัดที่ผมเพิ่งปลูกไว้เมื่อวาน ทั้งหมดถูกพายุพัดจนราบคาบ หยาดฝนกระแทกผิวหนังจนเจ็บแสบไปหมด ผมพยายามพยุงตัวขึ้น แต่ความหนาวเหน็บเริ่มกัดกินเข้าไปถึงกระดูก นี่มันไม่ใช่สโลว์ไลฟ์อย่างที่ผมวาดฝันไว้... นี่มันนรกชัดๆ
ผมคลานไปจนถึงใต้ถุนเรือนไม้ใกล้ชายหาด แอบซ่อนตัวอยู่หลังกองไม้เก่าๆ ลมพายุพัดเรือประมงลำใหญ่ของนายหัวสิงห์ให้โยกคลอนกระทบกันดังลั่น มันเป็นจังหวะที่น่ากลัวพอๆ กับเสียงปืน ผมมองกลับไปทางบ้านพัก เห็นเพียงความมืดมิดที่ว่างเปล่า การต่อสู้นั้นจบลงแล้วหรือยัง? หรือนายหัวสิงห์กำลังตกอยู่ในอันตราย?
“บ้าจริง...” ผมสบถเบาๆ มือที่สั่นเทาหยิบตลับปริศนาขึ้นมาดูอีกครั้งภายใต้แสงฟ้าแลบ ผมพยายามเปิดมัน แต่มันกลับล็อกแน่นหนาเหมือนผนึกจากโบราณกาล
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็เหยียบลงบนพื้นดินแฉะใกล้กับที่ผมซ่อนตัว ผมกลั้นหายใจแทบขาด พยายามหดตัวให้เล็กลงที่สุด กลิ่นน้ำมันเครื่องและกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาปะทะจมูก—กลิ่นของนายหัวสิงห์
“ถ้าจะนั่งสั่นอยู่ตรงนั้นจนเป็นไข้หวัดตาย ก็เชิญอยู่ต่อเถอะครับ” น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นดังขึ้นเหนือหัว ผมเงยหน้าขึ้นมอง เห็นร่างสูงใหญ่ของนายหัวสิงห์ยืนตระหง่านอยู่กลางสายฝน เสื้อของเขาขาดวิ่นที่ช่วงไหล่ เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาเป็นทางบนผิวเข้ม
“คุณ... คุณเป็นอะไรไหม?” ผมละล่ำละลักถาม ลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเลจนตัวโงนเงน
เขาไม่ตอบ แต่คว้าแขนผมแน่น มือของเขาหยาบกร้านแต่ให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด แรงดึงของเขาพาผมเดินฝ่าพายุกลับไปยังตัวบ้านที่พังยับเยินจากแรงลม เมื่อเข้ามาในตัวบ้าน เขากดผมให้นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า ก่อนจะโยนผ้าขนหนูผืนหนาลงบนหัวผม
“เช็ดตัวซะ เดี๋ยวจะไม่สบาย” เขาพูดสั้นๆ ก่อนจะเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาวางไว้ตรงหน้า “ทำไมคุณถึงไม่ฟังผม? บอกให้หนีไปที่เรือ ทำไมต้องมานั่งแช่ฝนอยู่ตรงนี้?”
“แล้วคุณล่ะ? ทำไมต้องสู้กับพวกนั้นคนเดียว?” ผมสวนกลับ ความโกรธปนความกังวลพุ่งพล่านในอก ผมแย่งสำลีจากมือเขามาเช็ดแผลที่โหนกแก้มให้เขาเบาๆ มือผมยังคงสั่น แต่เขากลับนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น
“เพราะที่นี่คือบ้านของผม และคุณ... คือคนที่ผมต้องดูแล” เขาพูดเสียงเบาจนแทบกลืนไปกับเสียงฝน สายตาของเขามองลึกเข้ามาในดวงตาผม มีบางอย่างในแววตานั้น—ความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งกร้าว—ที่ทำให้ผมหยุดหายใจไปชั่วขณะ
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องครัวที่มีเพียงเสียงฝนตกกระทบหลังคาสังกะสีดังเปาะแปะ ผมกำลังจะเอ่ยถามถึงตลับปริศนาที่ยังคงวางอยู่บนโต๊ะ แต่จังหวะนั้นเอง ไฟฟ้าในบ้านก็ดับวูบลงสนิท ทิ้งให้เราทั้งคู่อยู่ในความมืดที่หนาวเหน็บ
“อย่าขยับ” เสียงนายหัวสิงห์กระซิบข้างหูผมในความมืด พร้อมกับความรู้สึกเย็นวาบที่ปลายคอ เมื่อผมสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างที่เย็นเฉียบและคมกริบ จ่ออยู่ที่ลำคอของผมจากด้านหลัง
ไม่ใช่ฝีมือของนายหัวสิงห์แน่นอน... เพราะตอนนี้มือทั้งสองข้างของเขา กำลังจับไหล่ผมแน่นเพื่อป้องกันไม่ให้ผมหันกลับไปมอง
“มีคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านเราครับตะวัน... และดูเหมือนเขาจะไม่ได้มาเพื่อทักทาย”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุนี้ไปกับผมและนายหัวสิงห์นะครับ
ลมหายใจใต้เงาคลื่น: เมนูรักจากปลายด้ามขวาน•ตอนที่ 7
พายุจางๆ
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจใต้เงาคลื่น: เมนูรักจากปลายด้ามขวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!