“ไอ้ของที่นายหัวถืออยู่ในมือน่ะ... มันจะเปลี่ยนชีวิตที่นี่ไปตลอดกาลเลยใช่ไหมครับ?”
ผมวางจอบในมือลง ปักมันแน่นลงในผืนทรายผสมดินร่วนที่ผมพยายามพลิกฟื้นมาตลอดทั้งสัปดาห์ สายตาจับจ้องไปที่วัตถุรูปทรงประหลาดห่อด้วยผ้าเก่าคร่ำคร่า ซึ่งนายหัวสิงห์เพิ่งขุดขึ้นมาจากหลุมใต้โคนต้นมะพร้าวใหญ่เมื่อครู่
นายหัวสิงห์ไม่ตอบในทันที ชายร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีซีดจนแทบกลายเป็นสีขาวขุ่นค่อยๆ คลายผ้าห่อออกช้าๆ นิ้วหยาบกร้านที่ผ่านการจับเชือกเรือและบังคับพวงมาลัยฝ่าคลื่นลมมานับครั้งไม่ถ้วนสั่นน้อยๆ เขานิ่งเงียบไปนานราวกับจะรวบรวมสมาธิ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผม สายตาที่เคยมั่นคงดุดันดั่งขุนเขา กลับไหวระริกเหมือนผิวน้ำยามมีพายุเข้า
“ตะวัน... นายรู้ไหมว่าทำไมปู่ฉันถึงหวงพื้นที่แถบนี้หนักหนา ทั้งที่มันเป็นแค่เนินทรายเค็มๆ ที่ปลูกอะไรก็ตายหมด”
เขาวางวัตถุนั้นลงบนโขดหินข้างตัว มันเป็นตลับโลหะทรงกลมลวดลายแปลกตา คล้ายกับตราประทับของคนเดินเรือโบราณ
“ผมไม่ทราบครับ แต่นายหัวกำลังจะบอกว่า ที่ผมพยายามจะปลูกผักสลัดและพริกตรงนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องของการทำสวนตามอำเภอใจใช่ไหมครับ?”
“มันคือ ‘แผนที่’” นายหัวสิงห์พูดเสียงต่ำ “ไม่ใช่แผนที่สมบัติพรรค์นั้นหรอก แต่มันคือแผนที่การจัดการน้ำและดินของเกาะนี้ ที่ตระกูลเราพยายามซ่อนไว้ไม่ให้คนนอกที่จ้องจะเข้ามาทำรีสอร์ตฉกฉวยไป... แต่น่าเสียดาย ที่ไอ้พวกที่ตามหาของชิ้นนี้ มันไม่ได้หายไปไหนเลย”
ผมรู้สึกได้ถึงอากาศที่รอบกายเย็นลงวูบหนึ่ง กลิ่นไอทะเลที่เคยหอมสดชื่น กลับกลายเป็นกลิ่นเหม็นอับของความลับที่ถูกฝังไว้ใต้ดิน นายหัวสิงห์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขามองไปรอบๆ สวนผักที่ผมเพิ่งแบ่งโซนไว้ด้วยเศษไม้เก่าๆ—โซนผักสลัดบัตเตอร์เฮดที่ต้องการน้ำนิ่งสงบ และโซนพริกขี้หนูสวนที่ต้องการแดดจัด
“รื้อพวกนี้ออกก่อนเถอะตะวัน” เขาเอ่ยเรียบๆ
“รื้อ? นายหัวหมายความว่ายังไงครับ? ผมเตรียมแปลงไว้ดีแล้วนะ ความชื้นกำลังพอดี ดินที่ผมปรุง...”
“ถ้าปลูกตรงนี้ตามตำราของนาย นายจะไม่ได้เก็บเกี่ยวผักสักต้นหรอก” นายหัวสิงห์ขัดขึ้น น้ำเสียงเข้มงวดแต่แฝงด้วยความหวังดี “ไอ้คนพวกนั้นมันกำลังจ้องดูเราอยู่จากหลังแนวหินนั่น ถ้าเราไม่เริ่มวางผังใหม่ตาม ‘ทิศทางลมและแรงดันน้ำ’ ที่ตลับนี้บอก เราจะกลายเป็นแค่คนปลูกผักที่สูญเปล่า... นายอยากให้แรงกายที่เสียไปกลายเป็นแค่ปุ๋ยให้พวกมัน หรืออยากจะเป็นคนเดียวที่งัดข้อกับพวกมันได้?”
ผมจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขา เห็นความจริงจังที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ความเงียบงันปกคลุมพื้นที่ไร่ผักชั่วขณะ มีเพียงเสียงคลื่นกระทบฝั่งที่ฟังดูดุดันกว่าทุกวัน
“นายหัวบอกว่าให้ผมแบ่งโซนใหม่...” ผมสูดหายใจลึก พยักหน้าช้าๆ ก่อนจะเดินไปหยิบจอบขึ้นมาอีกครั้ง “ถ้าอย่างนั้น ผมขอถามหน่อยเถอะ ในเมื่อนายหัวรู้กลไกของพื้นที่นี้มาตลอด ทำไมถึงปล่อยให้ผมลองผิดลองถูกมาตั้งหลายวัน?”
นายหัวสิงห์แค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ใจผมเต้นผิดจังหวะ
“เพราะฉันอยากรู้ว่าคนอย่างนาย... จะมีความอดทนพอที่จะคู่ควรกับความลับนี้ไหมไงล่ะ ตะวัน”
ผมเริ่มลงมือขุดตามคำแนะนำของเขา เราปรับโซนการปลูกใหม่ จากเดิมที่คิดว่าจะเน้นสวยงามและเป็นระเบียบตามแบบฉบับเชฟฝรั่งเศส ผมต้องปรับเปลี่ยนเป็นการวางผังแบบ ‘ซ่อนพราง’ ผักสลัดถูกย้ายไปอยู่ในจุดที่ลมทะเลพัดผ่านเบาที่สุดโดยมีแนวพุ่มไม้กั้น ส่วนพริกถูกปลูกสลับกับพืชล้มลุกชนิดอื่นเพื่อพรางตาจากสายตาของผู้บุกรุก
เราทำงานกันจนตะวันคล้อยต่ำ แสงสีส้มทองอาบไปทั่วผืนทราย ผมเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผากด้วยหลังมือ รู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่แสนสุขใจ แต่ในขณะที่ผมกำลังจะปักต้นกล้าต้นสุดท้ายลงดิน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูทหลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินหลังแนวต้นมะพร้าว
ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของนายหัวสิงห์แน่นอน
นายหัวสิงห์หยุดชะงัก เขารีบคว้าตลับโลหะนั่นไว้ในกำมือทันที สายตาเขามองตรงไปยังเงาดำที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงสนธยา ชายฉกรรจ์สามคนในชุดสีเข้ม ท่าทางไม่เป็นมิตร เดินตรงเข้ามาหาเราด้วยท่าทีคุกคาม
“นายหัวสิงห์... ดูเหมือนของที่ขุดขึ้นมานั่น จะส่งสัญญาณให้พวกเราชัดเจนเกินไปนะ” คนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าและเย็นชา
ผมยืนขึ้น เตรียมจะขยับเข้าไปข้างๆ นายหัวสิงห์ ทว่านายหัวกลับยกมือห้ามผมไว้เบาๆ สายตาของเขายังคงจ้องไปที่คนกลุ่มนั้น แต่สิ่งที่ทำให้ผมใจหล่นไปที่ตาตุ่ม คือการที่นายหัวสิงห์ค่อยๆ ยื่นตลับโลหะนั่นส่งมาให้ผมในจังหวะที่ไม่มีใครเห็น
“ตะวัน... วิ่งไปที่เรือ แล้วอย่าหันหลังกลับมาเด็ดขาด” เขาพึมพำเสียงแผ่ว “ถ้าฉันไม่ได้ตามไปภายในห้านาที ให้เปิดลิ้นชักลับใต้พวงมาลัย... แล้วทำตามรหัสในนั้นทันที”
เขาก้าวออกไปเผชิญหน้ากับคนกลุ่มนั้นเพียงลำพัง ทิ้งให้ผมยืนงงอยู่กับตลับปริศนาในมือ ขณะที่คนพวกนั้นเริ่มชักอาวุธที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อออกมาช้าๆ ท่ามกลางความมืดมิดที่กำลังเข้าปกคลุมเกาะแห่งนี้
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นนี้ หวังว่าจะถูกใจนักอ่านทุกท่านนะครับ ลมทะเลพัดรักจะรอพบกับทุกท่านในตอนถัดไปครับ
ลมหายใจใต้เงาคลื่น: เมนูรักจากปลายด้ามขวาน•ตอนที่ 6
รื้อฟื้นไร่ผัก
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจใต้เงาคลื่น: เมนูรักจากปลายด้ามขวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!