"ถ้ามึงจะเอาโฉนดที่ดินผืนนี้ไปปูโต๊ะกินข้าว กูว่ามันราคาแพงเกินไปหน่อยนะนายหัว"
เสียงแหบพร่าแต่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งของชายแปลกหน้าในชุดสูทลินินราคาแพงขัดกับบรรยากาศของอู่เรือไม้เก่าๆ ดังขึ้น ท่ามกลางกลิ่นคาวปลาและไอเค็มที่อบอวลไปทั่วบริเวณ ตะวันวางตะกร้าผักสลัดที่เพิ่งเก็บจากแปลงลงบนพื้นไม้อย่างแผ่วเบา สายตาของเขาจับจ้องไปยังชายคนนั้นที่กำลังเขี่ยปลายรองเท้าหนังราคาแพงลงบนพื้นไม้กระดานที่เปื้อนคราบน้ำมันเครื่อง
นายหัวสิงห์นั่งอยู่บนลังไม้เก่าๆ มือหนากร้านจากการจับเชือกเรือกำลังเหลาไม้ขัดลำเรือด้วยมีดพับเล่มคม เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือนเลยแม้แต่นิดเดียว ราวกับว่าชายในชุดสูทเป็นเพียงฝุ่นผงที่ลอยมากับลมทะเลเท่านั้น
"ที่ดินตรงนี้ไม่ได้มีไว้ขาย" นายหัวสิงห์ตอบสั้นๆ เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นสะเทือนไปถึงอกของผู้ฟัง "และยิ่งไม่ได้มีไว้ให้พวกใส่สูทมาเดินเหยียบย่ำให้พื้นเรือผมสกปรกด้วย"
ชายแปลกหน้าหัวเราะในลำคอ เขาดึงซองเอกสารออกมาวางบนโต๊ะไม้ที่เต็มไปด้วยเศษไม้ "โลกมันเปลี่ยนไปแล้วนายหัว เกาะที่สงบเงียบแบบนี้กำลังจะเป็นสมบัติชิ้นใหม่ของกลุ่มทุนระดับประเทศ โรงแรมหรูระดับหกดาวจะถูกสร้างขึ้นแทนที่ป่าโกงกางเน่าๆ พวกนี้ ผมให้ราคาที่นายหัวสามารถไปใช้ชีวิตราชาที่กรุงเทพฯ ได้โดยไม่ต้องกลัวจมน้ำตายกลางทะเลอีกต่อไป"
ตะวันเดินเข้าไปใกล้ ยืนเคียงข้างนายหัวสิงห์ กลิ่นอายของคนทำสวนที่คลุกคลีกับดินและทะเลมานานทำให้เขามีความมั่นใจที่ต่างจากชายในสูท "คุณคงไม่เข้าใจหรอกครับว่าทำไมคนถึงเลือกจะอยู่ที่นี่"
ชายแปลกหน้าปรายตามองตะวัน "อดีตเชฟฝรั่งเศสที่หนีความพ่ายแพ้มาปลูกผักกินเองสินะ? คุณน่ะเหรอจะเข้าใจคำว่า 'กำไรมหาศาล'"
"ผมเข้าใจดีกว่าใครครับ" ตะวันยิ้มบางๆ แต่แววตาเย็นเยียบ "กำไรของผมคือการที่คนในเกาะมีกิน มีใช้ ไม่ต้องดิ้นรนไปขายชีวิตให้ใครเพื่อเงินก้อนเดียวจบ"
นายหัวสิงห์วางมีดในมือลง เสียงเหล็กกระทบไม้ดัง 'กริ๊ก' แผ่วเบา แต่มันกลับทำให้ชายในชุดสูทชะงักไปครู่หนึ่ง นายหัวลุกขึ้นยืน ร่างกายสูงใหญ่กำยำบดบังแสงอาทิตย์จนเกิดเป็นเงาทอดยาวทับร่างของอีกฝ่าย "กลับไปบอกเจ้านายของมึงนะ ว่าถ้ายังส่งคนมาป้วนเปี้ยนแถวนี้อีก ครั้งหน้ากูจะไม่ใช่คนคุยด้วย แต่จะเป็น 'ทะเล' ที่จะคุยกับมึงเอง"
ชายคนนั้นขบกรามแน่น หยิบเอกสารกลับใส่ซองด้วยความฉุนเฉียว "อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน คนอย่างพวกมึงมันก็แค่ปลาติดแหที่รอวันถูกเชือด"
เมื่อรถคันหรูแล่นออกไปจากท่าเรือทิ้งไว้เพียงฝุ่นควัน นายหัวสิงห์ก็ถอนหายใจยาว ก่อนจะหันมามองตะวัน "มันเริ่มขยับตัวแรงขึ้นเรื่อยๆ ตะวัน ที่ดินข้างๆ แปลงผักนาย พวกมันกว้านซื้อไปเกือบหมดแล้ว"
ตะวันกอดอก มองไปยังแนวป่าโกงกางที่เขียวขจี "พวกมันต้องการที่ดินติดทะเล เพื่อสร้างท่าจอดเรือส่วนตัว... ถ้าที่ตรงนั้นหายไป ระบบนิเวศรอบเกาะจะพังพินาศหมด ทั้งปลา ทั้งผักที่ผมปลูก ถ้าสารเคมีจากไซต์ก่อสร้างไหลลงน้ำ ทุกอย่างที่พวกเราสร้างมาก็จะจบลง"
"ผมจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น" นายหัวสิงห์วางมือบนไหล่ตะวัน สัมผัสที่หนักแน่นนั้นทำให้ตะวันรู้สึกถึงความปลอดภัย แม้ความขัดแย้งกำลังจะปะทุขึ้นในไม่ช้า
ค่ำคืนนั้น บนดาดฟ้าเรือของนายหัวสิงห์ กลิ่นย่างกุ้งสดหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ ตะวันกำลังย่างกุ้งแชบ๊วยตัวโตที่เพิ่งได้มาจากอวนเช้านี้ ราดด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ดที่เขาปรุงเอง นายหัวสิงห์จิบเหล้าท้องถิ่นพลางมองออกไปในความมืดของมหาสมุทรที่ไร้แสงไฟจากฝั่ง
"นายเคยสงสัยไหม ว่าทำไมเจ้านายของคนพวกนั้นถึงอยากได้เกาะนี้หนักหนา ทั้งที่จริงๆ แล้วยังมีที่อื่นอีกตั้งมากมาย" ตะวันเอ่ยขึ้นขณะพลิกกุ้งบนตะแกรง
"เพราะความโลภน่ะสิ บางทีมันไม่ได้มองเห็นแค่ที่ดิน แต่มันมองเห็น 'อะไรบางอย่าง' ที่ซ่อนอยู่ใต้เงาคลื่นตรงนี้ด้วย" นายหัวสิงห์ตอบพลางหรี่ตาลง
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณวิทยุจากเรือลำข้างๆ ที่จอดเทียบท่าก็ดังขึ้นด้วยความโกลาหล นายหัวสิงห์รีบคว้าเครื่องรับสัญญาณมาแนบหู ใบหน้าเข้มขรึมเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในเสี้ยววินาที
"นายหัว! แย่แล้ว! คนงานที่เฝ้าที่ดินแปลงท้ายเกาะโทรมาบอกว่า... มีเรือขนของลึกลับมาจอดเทียบฝั่ง และพวกมันกำลังขุดอะไรบางอย่างที่หน้าหาด!"
ตะวันวางตะเกียบในมือลงทันที หัวใจเขารัวเร็วกว่าเสียงคลื่นที่ซัดกระทบข้างเรือ พวกเขาทั้งสองสบตากันด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจว่า สิ่งที่พวกมันตามหาอาจไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่มันคือความลับที่ถูกฝังมานานกว่าร้อยปีใต้หาดทรายแห่งนี้
"ไปกันเถอะตะวัน" นายหัวสิงห์คว้าไฟฉายกระบอกใหญ่ "ถ้าปล่อยให้มันขุดเจอ... เกาะนี้จะไม่เหลือความสงบอีกต่อไป"
และในขณะที่ทั้งสองกำลังก้าวลงจากเรือ เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นจากในเงามืดด้านหลังเรือ ร่างของชายวัยกลางคนที่ตะวันคุ้นเคยดีเดินออกมาจากเงามืด เขาคือผู้ใหญ่บ้านที่ทุกคนเคารพ แต่ในมือของเขากลับถือซองเอกสารตราประทับสีแดงฉาน... ซึ่งเป็นสิทธิ์ขาดในการสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดบนเกาะภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ลมหายใจใต้เงาคลื่น" มาถึงตอนที่ 29 นี้ด้วยความรักนะครับ
ลมหายใจใต้เงาคลื่น: เมนูรักจากปลายด้ามขวาน•ตอนที่ 29
ศัตรูทางธุรกิจแฝงตัว
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจใต้เงาคลื่น: เมนูรักจากปลายด้ามขวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!