ลมหายใจใต้เงาคลื่น: เมนูรักจากปลายด้ามขวาน•ตอนที่ 2

กลิ่นดินกลิ่นทะเล

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
"คุณจะทิ้งมันไว้แบบนี้จริงๆ หรือครับ?" เสียงทุ้มต่ำของนายหัวสิงห์ดังก้องขึ้นเหนือความเงียบของกระท่อมไม้ริมหาด ร่างสูงใหญ่ในเสื้อกล้ามสีซีดที่เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ บนหัวไหล่ ยืนกอดอกพิงกรอบประตูสายตาคมกริบของเขากำลังจ้องมองกองขยะพลาสติกและเศษอวนเก่าที่ตะวันเพิ่งกวาดมากองไว้ข้างบ้าน ตะวันเช็ดเหงื่อที่ไหลเข้าตาด้วยหลังมือ ก่อนจะวางจอบที่ยืมมาจากโรงเรือนข้างๆ ลงบนพื้นดินที่แห้งแตกระแหง เขาสูดลมหายใจลึก กลิ่นไอเค็มของทะเลปะทะเข้ากับกลิ่นดินจางๆ ที่เพิ่งถูกพรวน "ผมกำลังจะจัดการครับ แต่มันยากกว่าที่คิดเยอะเลยนะ พื้นที่ตรงนี้เหมือนถูกทิ้งร้างมานานหลายปี" "ที่นี่ไม่ใช่ร้านอาหารหรูในเมืองกรุง ที่คุณแค่นิ้วดีดสั่งคนงานได้ ตะวัน" สิงห์ก้าวเข้ามาใกล้ พื้นไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดตามน้ำหนักตัวของเขา "ดินตรงนี้เค็มจัด ถ้าไม่รู้จักวิธีปรับสภาพ ต่อให้คุณเป็นเชฟมิชลินมาจากไหน ก็ไม่มีทางปลูกอะไรขึ้น" ตะวันนิ่งไป มือที่เปื้อนดินของเขาบีบด้ามจอบแน่น เขาไม่ได้ต้องการคำวิจารณ์ในแง่ร้าย เขาแค่ต้องการความสงบที่หลบหนีมา แต่คำพูดของชายตรงหน้ากลับสะกิดบางอย่างในใจ "ผมรู้ครับว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ทำงานเดิมของผม และผมก็ไม่ได้ต้องการให้ใครมาช่วยสอนว่าต้องทำอย่างไรถ้าคนคนนั้นไม่ได้เต็มใจจะช่วยตั้งแต่แรก" สิงห์เลิกคิ้วข้างหนึ่ง มุมปากหนากระตุกเป็นรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก "ปากกล้าดีนี่" สิงห์ไม่พูดเปล่า เขาเดินตรงเข้าไปที่สวนผักรกร้าง มือหยาบกร้านเอื้อมหยิบดินขึ้นมาขยี้บนฝ่ามือ ก่อนจะโปรยลงพื้นราวกับกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่าง "พรุ่งนี้เช้า น้ำลงสุด ช่วงเวลานั้นแหละที่ดินแถบนี้จะหายใจ ถ้าคุณอยากปลูกผักออร์แกนิกตามที่คุยโวไว้ ก็เตรียมตัวให้พร้อม... อย่าให้ผมเห็นคุณนอนตื่นสายเหมือนคนอ่อนแอ" ตะวันมองตามแผ่นหลังกว้างของนายหัวประมงที่เดินจากไปท่ามกลางแสงสนธยาที่เปลี่ยนท้องฟ้าเป็นสีม่วงอมแดง เขาถอนหายใจออกมาอย่างยาวเหยียด ชีวิตที่ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีตู้เย็นหรู ไม่มีเตาอบควบคุมอุณหภูมิแม่นยำ มันช่างโดดเดี่ยวและขัดสน แต่ในความขัดสนนั้น เขากลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่หายไปนาน... ความรู้สึกของการเริ่มต้นจากศูนย์ ค่ำคืนนั้น ตะวันนั่งอยู่หน้ากระท่อม แสงจากตะเกียงน้ำมันเพียงดวงเดียวทำให้เห็นผีเสื้อกลางคืนบินวนไปมา เขาไม่ได้ทำอาหารเลิศหรูเหมือนก่อน ทว่ามื้อเย็นวันนี้คือปลาทูสดที่นายหัวสิงห์โยนทิ้งไว้ให้หน้าบ้านตอนบ่าย กับข้าวสวยที่หุงด้วยหม้อดินเผา กลิ่นหอมของเนื้อปลาสดๆ ที่ย่างบนเตาถ่านมันช่างซื่อตรงและชัดเจน เขากินเงียบๆ ท่ามกลางเสียงคลื่นที่กระทบหาดทรายเป็นจังหวะ ราวกับเสียงหัวใจของเกาะแห่งนี้กำลังเต้นไปพร้อมกับเขา ทุกย่างก้าวในวันนี้เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ การถอนหญ้า การพรวนดินด้วยตัวเองทำให้มือของเขาพอง แต่ความปวดร้าวกลับเปลี่ยนเป็นความภาคภูมิใจเล็กๆ ในใจ ทว่า ความสงบสุขก็อยู่ได้ไม่นาน... ขณะที่ตะวันกำลังจะดับตะเกียงเพื่อเข้านอน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังแว่วมาจากทางชายหาด ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่มันเป็นจังหวะการเดินของคนกลุ่มใหญ่ที่ดูไม่เป็นมิตรนัก แสงไฟฉายส่องกราดไปมาทั่วบริเวณ ก่อนจะหยุดลงที่หน้ากระท่อมของเขา ตะวันขยับตัวลุกขึ้นยืน หัวใจเต้นรัวด้วยสัญชาตญาณระแวดระวัง เขาไม่ได้ล็อกประตูบ้าน เพราะที่นี่ไม่มีอะไรให้ขโมย นอกจากความเงียบและผักสดสองสามต้นที่เพิ่งลงดิน "ออกมา... พ่อเชฟ!" เสียงตะคอกหยาบโลนดังขึ้น พร้อมกับร่างของชายฉกรรจ์สามคนที่มีรอยสักเต็มตัวเดินเข้ามาในเขตสวนผักของเขา "ใครอนุญาตให้มึงมาขุดดินแถวนี้ห๊ะ? ที่ดินผืนนี้คนของนายหัวสิงห์เขาห้ามแตะต้อง... แต่ดูท่าทางมึงคงไม่รู้สินะว่ามึงกำลังเหยียบย่ำ 'สมบัติ' ของใครอยู่!" ตะวันก้าวออกมาเผชิญหน้า มือขวากำด้ามจอบไว้แน่น "ที่นี่เป็นที่ดินของรัฐ ผมมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง" "เอกสารงั้นรึ?" ชายคนกลางหัวเราะร่วน ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้จนตะวันได้กลิ่นเหล้าคลุ้ง "ที่นี่กฎหมายมีไว้ใช้แค่บนฝั่ง ส่วนที่เกาะแห่งนี้... นายหัวสิงห์ไม่ใช่เจ้าของชีวิตมึงหรอก แต่พวกกูนี่แหละที่จะเป็นคนสอนให้มึงรู้ว่า การอยู่ที่นี่มันต้องแลกด้วยอะไร!" หนึ่งในนั้นชักมีดพับออกมาจากเอว แสงจันทร์กระทบใบมีดคมกริบจนเกิดประกาย ตะวันถอยหลังไปหนึ่งก้าว ชนเข้ากับผนังกระท่อมอย่างจัง ความหวาดกลัวเริ่มแล่นเข้าสู่กระดูกสันหลัง ทว่าทันใดนั้นเอง... ปัง! เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดจากความมืดทางด้านหลังต้นมะพร้าววิลันดา กระสุนเฉี่ยวไหล่ของหัวหน้าแก๊งจนเลือดสาดซัด ทุกอย่างหยุดชะงัก ชายสามคนนั้นหันไปมองต้นเสียงด้วยความตื่นตระหนก "ใครที่แตะต้องคนของกู..." เสียงนิ่งสนิทของนายหัวสิงห์ดังขึ้นจากความมืด พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่เดินออกมาจากเงาไม้ ในมือถือปืนลูกซองยาวที่ดูน่าเกรงขาม "คืนนี้ต้องฝังร่างไว้ที่พื้นดินที่พวกมึงอ้างว่าเป็นสมบัติของพวกมึงเอง!" สิงห์เดินเข้ามาหยุดข้างกายตะวัน สายตาของเขาไม่ได้มองตะวัน แต่กลับจ้องเขม็งไปที่กลุ่มคนแปลกหน้าด้วยแววตาดุร้ายที่ตะวันไม่เคยเห็นมาก่อน ตะวันถึงกับตัวสั่นเมื่อรับรู้ได้ว่า... ภายใต้ความเงียบขรึมของชายคนนี้ มันมีอะไรที่อันตรายและดำมืดซ่อนอยู่มากกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้หลายเท่า ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทเริ่มต้นของการผจญภัยนี้นะครับ ครั้งหน้าเราจะมาดูกันว่าตะวันจะรับมือกับความลับที่นายหัวสิงห์ซ่อนไว้อย่างไร ลมทะเลพัดรักจะพาทุกคนไปพบกับความจริงในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจใต้เงาคลื่น: เมนูรักจากปลายด้ามขวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%