"น้ำมันเครื่องตัวนี้เกรดดีที่สุดที่ผมพอจะหามาได้ ถ้าคุณยังรั้นจะใช้ของถูกๆ แบบเดิม ระวังเถอะ... วันไหนเครื่องยนต์กลางทะเลตายขึ้นมา อย่ามานั่งทำหน้าหงอยให้ผมลากเรือกลับฝั่งก็แล้วกัน"
เสียงทุ้มต่ำของนายหัวสิงห์ดังขึ้นพร้อมกับแรงกระแทกของประแจในมือที่วางลงบนพื้นเรือไม้ เสียงนั้นหนักแน่นพอๆ กับสายตาที่จ้องมองมายังตะวัน ชายหนุ่มผู้ซึ่งในเวลานี้ไม่ได้สวมผ้ากันเปื้อนเชฟสีขาวสะอาดตาอย่างที่เคย แต่กลับอยู่ในชุดเสื้อยืดสีซีดและกางเกงเลเปื้อนคราบจาระบี
ตะวันไม่ได้โต้ตอบทันที เขาใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ก่อนจะยันกายลุกขึ้นจากตำแหน่งเครื่องยนต์เรือหางยาวลำน้อยที่ดัดแปลงจนแทบจำสภาพเดิมไม่ได้ "ผมไม่ได้อยากประหยัดจนตัวตายหรอกนะนายหัว แต่ถ้าผมจะเริ่มธุรกิจ 'บริการส่งอาหารริมเล' ผมก็ต้องคำนวณต้นทุนให้รอบคอบที่สุด... เราไม่ใช่เรือประมงที่ออกไปคว้าเงินล้านจากอวนลาก เราเป็นแค่ร้านอาหารเคลื่อนที่บนเกลียวคลื่นเท่านั้น"
นายหัวสิงห์แค่นหัวเราะในลำคอ สายตามองลึกไปในดวงตาของตะวัน ราวกับจะค้นหาความมุ่งมั่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเหนื่อยล้า "ธุรกิจส่งอาหาร? ตะวัน... คุณมันบ้า คนบนเกาะนี้เขาหากินกับปลาสดๆ ในตะกร้า ทำไมต้องให้คนมาพายเรือส่งกับข้าวฝรั่งเศสถึงหน้าบ้าน? คุณคิดว่าความสบายมันแลกมาด้วยความอร่อยได้จริงๆ เหรอ"
"มันไม่ใช่แค่เรื่องความสบาย แต่มันคือการสร้างประสบการณ์" ตะวันตอบเสียงเรียบ แต่แววตาเป็นประกายคมกริบ "ผมเบื่อการรอคอยในร้านอาหารที่คนมานั่งจ้องจะกินแล้วรีบไป ผมอยากให้รสชาติของผมไปถึงมือคนในเวลาที่เขาต้องการที่สุด... บนหาดทรายส่วนตัว ในเรือขณะที่เขากำลังตกปลา หรือแม้แต่บนโขดหินที่ไม่มีใครกล้าปีนขึ้นไป"
ตะวันขยับตัวไปหยิบกล่องเก็บอุณหภูมิที่ดัดแปลงขึ้นเองมาวางบนที่นั่งไม้ของเรือ เขาเปิดฝากล่องออก กลิ่นหอมฟุ้งของ 'แกงกะหรี่ทะเลกะทิสด' ที่ปรุงด้วยเทคนิคฝรั่งเศสแต่ใช้วัตถุดิบจากเรือของนายหัวสิงห์ฟุ้งกระจายออกมาตัดกับกลิ่นเค็มของไอทะเลอย่างรุนแรง
นายหัวสิงห์นิ่งไปครู่หนึ่ง กลิ่นอาหารนั้นยั่วยวนเกินกว่าคนปากแข็งจะปฏิเสธได้ เขาหยิบช้อนคันเล็กขึ้นมาตักชิมเพียงนิดเดียว รสสัมผัสที่ซับซ้อนแต่เข้าถึงง่ายทำเอาเขานิ่งงันไปพักใหญ่ รสเผ็ดร้อนของเครื่องแกงใต้ที่ละมุนด้วยความมันของกะทิและกลิ่นอายของอาหารทะเลสดใหม่ มันไม่ใช่แค่กับข้าว แต่มันคือศิลปะที่ตะวันบรรจงสร้างขึ้น
"ถ้ามันไม่อร่อย ผมคงถีบคุณตกทะเลไปแล้ว" นายหัวสิงห์พูดพลางวางช้อนลงช้าๆ พลางหันไปมองท้องทะเลที่เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีครามเข้ม "แต่ถ้าจะเอาเรือลำนี้ออกไปส่งของในวันที่คลื่นลมแรงแบบวันนี้ คุณต้องมีทักษะการคัดท้ายที่มากกว่าการหั่นผัก... ขึ้นเรือมา ผมจะสอนวิธีอ่านร่องน้ำให้ ก่อนที่ลูกค้าคนแรกของคุณจะไม่ได้กินอาหาร แต่จะได้กินน้ำเค็มแทน"
ตะวันยิ้มรับ นี่คือสิ่งที่เขาหลงใหลในตัวผู้ชายคนนี้ ความเย็นชาที่ปกคลุมอยู่ภายนอกมักจะซ่อนความใจดีและประสบการณ์ชีวิตที่หาไม่ได้ในตำราอาหารเล่มไหน
ตลอดช่วงบ่าย ทั้งสองคนแล่นเรือหางยาวลำเล็กฝ่ากระแสคลื่นที่เริ่มซัดแรงขึ้น ตะวันเรียนรู้ที่จะบาลานซ์น้ำหนักเรือไปพร้อมกับการประคองกล่องอาหารไม่ให้หกเลอะเทอะ พวกเขาแวะส่งตามจุดต่างๆ ทั้งชาวประมงที่ทำงานหนักบนเรือใหญ่ ทั้งนักท่องเที่ยวที่ติดเกาะหนีความวุ่นวาย คำชมและรอยยิ้มที่ได้รับกลับมาคือรางวัลที่ล้ำค่ากว่าดาวมิชลินที่ตะวันเคยได้รับในอดีต
เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลงจนกลายเป็นสีส้มอมชมพู เรือหางยาวก็มุ่งหน้ากลับสู่ฝั่ง ทว่าบรรยากาศกลับเงียบงันลงอย่างประหลาด นายหัวสิงห์หยุดเรือลงกลางร่องน้ำแคบๆ ก่อนจะถึงท่าเรือ เขาหันมามองตะวันด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป
"ตะวัน... มีเรื่องหนึ่งที่ผมยังไม่ได้บอกคุณ" นายหัวสิงห์พูดเบาๆ ราวกับกลัวคลื่นลมจะได้ยิน "เรือที่แล่นตามหลังเรามาตั้งแต่ช่วงบ่าย ไม่ใช่เรือตรวจการของทางการ แต่เป็นเรือของกลุ่มคนที่มีปัญหากับธุรกิจสัมปทานชายฝั่ง... และผมมั่นใจว่าพวกเขาไม่ได้ตามมาเพื่อสั่งข้าวกล่องของคุณ"
ทันใดนั้น เสียงเครื่องยนต์เรือปริศนาที่ดังแว่วอยู่ไกลๆ ก็เร่งจังหวะขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับแสงไฟสปอร์ตไลท์จากเรือลำนั้นที่ส่องวาบเข้ามาทางท้ายเรือของพวกเขาอย่างจงใจ ความเงียบสงบที่ตะวันพยายามสร้างขึ้นมาตลอดทั้งวันถูกทำลายลงด้วยเงาดำที่กำลังโถมเข้าใส่จากความมืดมิดของผืนน้ำ
ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก นายหัวสิงห์คว้าแขนตะวันไว้แน่น "ก้มลง! อย่าให้พวกเขาเห็นหน้าคุณชัดๆ แล้วจับพังงาไว้ให้มั่น ถ้าเราไม่รอดไปถึงฝั่งในสามนาทีนี้ อาหารของคุณคงได้เป็นมื้อสุดท้ายจริงๆ"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันไออุ่นไปกับลมทะเลพัดรักนะครับ แล้วพบกันในบทถัดไปครับ
ลมหายใจใต้เงาคลื่น: เมนูรักจากปลายด้ามขวาน•ตอนที่ 41
บริการส่งอาหารริมเล
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจใต้เงาคลื่น: เมนูรักจากปลายด้ามขวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!