"ทิ้งมันซะ ริน... ก่อนที่กลิ่นดินปืนจะแปดเปื้อนผืนผ้าใบของเธอไปตลอดกาล"
เสียงแหบพร่าของเมฆากระซิบชิดใบหู ท่ามกลางความมืดมิดที่โอบล้อมห้องสตูดิโอเก่าใจกลางย่านศิลปะ รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบด้วยกรงเล็บที่มองไม่เห็น มือของเธอที่สั่นเทาอยู่ภายในกระเป๋าเสื้อโค้ทสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของเหล็กกล้าที่แฝงไออุ่นจากมือนิรนามก่อนหน้านี้ มันไม่ใช่พู่กัน ไม่ใช่สี แต่เป็นอาวุธที่หนักอึ้งเกินกว่าจิตรกรอย่างเธอจะแบกรับไว้ในใจ
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามบังคับกล้ามเนื้อที่แข็งเกร็งให้คลายออก เธอไม่ได้ดึงวัตถุชิ้นนั้นออกมา แต่เลือกที่จะค่อยๆ ขยับตัวหันกลับไปเผชิญหน้ากับร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงมุมมืดของห้อง แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านหน้าต่างบานสูงฉาบลงบนใบหน้าของเมฆา ทำให้แววตาที่ปกติมักจะเย็นชาคู่นั้น ดูราวกับจะแตกสลาย
"คุณรู้อยู่แล้วใช่ไหมคะ ว่าใครเป็นคนวางมันไว้" รินรดาถาม น้ำเสียงของเธอสั่นเครือแต่ทว่าหนักแน่นในคราวเดียวกัน "เมฆา... ความมืดที่คุณเฝ้าปกปิดมันไว้ตลอดเวลา นี่คือสิ่งที่มันเรียกร้องเหรอคะ?"
เมฆาไม่ตอบ เขาเพียงแต่ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ระยะห่างที่เคยมีกลับลดน้อยลงจนเธอรับรู้ได้ถึงลมหายใจที่แผ่วเบา เขาเอื้อมมือมาแตะที่ข้อมือของรินรดาอย่างเบามือ นิ้วเรียวยาวของเขาขยับไล้ไปตามเส้นเลือดที่เต้นตุบอยู่ใต้ผิวหนังที่ซีดเผือด
"ความงามของศิลปะที่แท้จริง มักมาพร้อมกับราคาที่ต้องจ่ายเสมอ" เมฆากล่าวพลางทอดสายตามองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว "เธออยากรู้ไหมว่าสีแดงที่สดที่สุดบนโลกใบนี้ ไม่ได้มาจากหลอดสีในสตูดิโอ... แต่มันมาจากหัวใจของคนที่กล้าจะเดิมพันทุกอย่าง เพื่อรักษาความลับที่ถูกฝังไว้ใต้ภาพวาดเหล่านั้น"
รินรดานิ่งงัน คำพูดของเขาราวกับมีดกรีดลงบนความทรงจำที่เธอพยายามลบเลือน ภาพวาดในอดีตที่พ่อของเธอเคยวาดไว้... ภาพที่เขามักจะบอกว่ามันคือ 'ผลงานชิ้นเอก' บัดนี้เธอกลับเริ่มสงสัยว่า ภายใต้ชั้นสีน้ำมันหนาเตอะเหล่านั้น มีร่องรอยของความโหดร้ายซ่อนอยู่หรือไม่
"คุณไม่ได้ช่วยฉันไว้เพราะความสงสาร แต่คุณกำลังดึงฉันเข้าสู่เกมของใครบางคน" รินรดาแค่นยิ้ม มือที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อกำปืนแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว "ถ้าฉันดึงมันออกมาตอนนี้ แล้วจ่อไปที่อกของคุณ... คุณจะยังพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบแบบนี้อยู่ไหมคะ?"
คำถามนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเงียบสงัดลงจนได้ยินเพียงเสียงเข็มนาฬิกาที่ดังสะท้อนก้อง เมฆาไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน เขากลับเป็นฝ่ายโน้มตัวลงมาจนหน้าผากเกือบจะแตะกัน ความร้อนจากร่างกายเขาประทะกับความเย็นเยียบในใจของรินรดา
"ทำสิ" เมฆาท้าทาย นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้น "ถ้าหากการลั่นไกจะทำให้สีในภาพวาดของเธอหยุดซีดจาง และทำให้เธอได้เห็นเฉดสีที่แท้จริงของโลกใบนี้... ก็จงทำ"
รินรดากลั้นหายใจ หัวใจของเธอเต้นระรัวจนเจ็บหน้าอก เธอไม่ใช่ฆาตกร และเธอก็ไม่ใช่เหยื่อที่ไร้ทางสู้ แต่ในวินาทีนี้ โลกของจิตรกรสาวกลับพังทลายลงตรงหน้า ความจริงที่เธอเฝ้าตามหาตลอดหลายปีมานี้ กำลังจะถูกเปิดเผยผ่านลำกล้องปืนที่สั่นไหวอยู่ภายใต้ชายเสื้อโค้ทตัวโคร่ง
"ริน ฟังนะ" เมฆาเปลี่ยนโทนเสียงเป็นกระซิบที่อ่อนโยนจนน่าใจหาย "สิ่งที่อยู่ในกระเป๋าเธอ ไม่ใช่ปืนสำหรับปลิดชีพใคร แต่มันคือตราประทับของ 'สมาคมผู้พิทักษ์เฉดสี' พวกเขาไม่ได้ต้องการชีวิตเธอ... พวกเขาต้องการภาพวาดชิ้นสุดท้ายที่พ่อของเธอทิ้งไว้ ซึ่งมันถูกซ่อนอยู่หลังภาพ 'นิทรรศการรัก' ของเธอเอง"
โลกทั้งใบของรินรดาดูเหมือนจะหมุนคว้าง ภาพวาดที่เธอภูมิใจที่สุด ภาพที่เธอเฝ้าถนอมและปกป้องดั่งดวงใจ กลับกลายเป็นภาชนะเก็บงำความลับระดับชาติที่เธอไม่เคยล่วงรู้
ทว่าในตอนนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากหน้าประตูสตูดิโอ ประตูไม้บานเก่าถูกผลักออกอย่างแรงจนกระแทกผนังเสียงดังสนั่น แสงไฟฉายจากบุคคลลึกลับในชุดสีดำกราดส่องเข้ามาในห้องจนตาพร่ามัว
"พบตัวแล้ว... ทั้งคู่" เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับเสียงขึ้นลำกล้องปืนที่ล้อมรอบพวกเขาไว้ทุกทิศทาง
เมฆาคว้าตัวรินรดาไปหลบหลังบีบี เขาหยิบพู่กันด้ามหนึ่งขึ้นมาแล้วตวัดไปที่ผืนผ้าใบเปล่าข้างตัว ทันใดนั้น หมึกสีดำที่ไหลออกมาจากพู่กันกลับกลายเป็นควันหนาทึบที่ตลบอบอวลไปทั่วห้องในชั่วพริบตา
ในความวุ่นวายนั้น รินรดารู้สึกถึงมือของเมฆาที่คว้าข้อมือเธอไว้แน่น
"วิ่งไปที่ช่องหน้าต่างหลังห้อง อย่าหันกลับมามอง... จนกว่าเธอจะได้ยินเสียงนกหวีดสีเงิน" เขากระซิบพลางผลักเธอไปอีกทาง
รินรดาวิ่งฝ่าความมืดออกไป หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาจากอก เธอปีนขึ้นไปบนขอบหน้าต่างที่มองออกไปเห็นเพียงความมืดมิดของตรอกแคบๆ แต่ก่อนที่เธอจะกระโดดลงไป แสงจากไฟฉายดวงหนึ่งก็ส่องมาที่ใบหน้าของเธอชัดๆ
"รินรดา... หยุดเถอะ ลูกหนีความจริงไม่ได้หรอก" เสียงที่คุ้นเคยที่สุดดังก้องมาจากกลุ่มคนในความมืด มันเป็นเสียงของพ่อ... คนที่เธอคิดว่าตายจากโลกนี้ไปแล้ว!
ขอบคุณที่เดินทางมากับดอกเดซี่นะคะ บทต่อไปเตรียมตัวรับแรงกระแทกกับความจริงที่โหดร้ายยิ่งกว่าเดิมได้เลยค่ะ
นิทรรศการรักในรอยพู่กันสีหม่น•ตอนที่ 33
บทที่ 33
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิทรรศการรักในรอยพู่กันสีหม่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!