ดวงตาคู่คมของเมฆาที่สะท้อนอยู่ในความสลัวของห้องสตูดิโอ ไม่ได้ฉายแววโกรธเกรี้ยวอย่างที่รินรดานึกหวาดกลัว แต่กลับนิ่งสนิท... นิ่งเสียจนเธอนึกถึงผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงกระเพื่อม ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด
“คุณกำลังมองหาอะไรอยู่หรือ ริน”
น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าก้องกังวานอยู่ในความเงียบงัน เมฆาไม่ได้ขยับตัวเข้าใกล้ เธอยังคงยืนพิงกรอบหน้าต่างฝั่งตรงข้าม แสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากถนนเบื้องล่างทาบทับลงบนโครงหน้าด้านข้าง เงาสะท้อนทอดยาวไปตามผนังห้องที่เต็มไปด้วยร่องรอยการปาดป้ายสีน้ำมัน
รินรดากลืนก้อนสะอื้นเหนียวหนืดลงคอ มือเรียวที่ยังคงกุมสมุดสเก็ตช์ปกหนังสีดำยับยู่ยี่สั่นเทาน้อยๆ ปลายนิ้วของเธอสัมผัสได้ถึงความชื้นของกระดาษและความหนาแน่นของกาวสันปกที่เสื่อมสภาพตามกาลเวลา สมุดเล่มนี้ไม่ใช่สมุดบันทึกธรรมดา แต่มันคือ "ร่องรอย"
“ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะล้ำเส้นค่ะ เมฆา” รินรดาพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แต่มันล้มเหลวไม่เป็นท่า “แค่... แค่ลมมันพัดกระดาษปลิวลงมา แล้วหน้าเปิดนั้นมัน...”
เมฆายังคงไม่ขยับ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของการยอมจำนนต่อโชคชะตาที่ถูกเปิดโปงเสียมากกว่า
“ความลับไม่มีในโลกหรอก ริน โดยเฉพาะความลับที่ถูกกักขังไว้ด้วยพู่กันเบอร์สิบสองและสีอะคริลิกสีเลือดหมู” เมฆาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ช้าๆ ราวกับผู้ล่าที่รู้ว่าเหยื่อไม่มีทางหนีพ้น “เปิดดูสิ... หน้าที่คุณเพิ่งเห็นเมื่อครู่ มันบอกอะไรคุณบ้างล่ะ”
ความกล้าหาญชั่ววูบผลักดันให้รินรดาก้มลงมองหน้ากระดาษที่เปิดค้างไว้ ภาพวาดในนั้นไม่ใช่ภาพวิวทิวทัศน์ ไม่ใช่ภาพหุ่นนิ่ง หรือแม้แต่ภาพร่างของนางแบบทั่วไป แต่มันคือภาพพอร์ตเทรตใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่ง... ผู้หญิงที่มีโครงหน้าคล้ายคลึงกับรินรดาราวกับถอดแบบออกมา แต่ดวงตาในภาพนั้นกลับเต็มไปด้วยหยดน้ำตาที่ถูกทับถมด้วยชั้นสีเทาหม่นหนาทึบ ราวกับต้องการกลบฝังความเจ็บปวดบางอย่างให้มิดชิด
และที่มุมกระดาษ มีลายมือหวัดๆ เขียนด้วยหมึกซึมสีดำสนิทว่า: *‘วันที่สีไม่เคยแห้งสนิท’*
รินรดาหายใจสะดุด ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นสู่กระดูกสันหลัง ภาพวาดนี้ถูกวาดขึ้นก่อนหน้าที่พวกเธอจะพบกันเสียอีก แล้วทำไม... ทำไมเมฆาถึงมีรูปของเธอ—หรือใครก็ตามที่เหมือนเธอ—ซ่อนไว้ในสมุดเล่มนี้?
“คุณ... รู้จักฉันก่อนที่เราจะเจอ ‚กันที่นิทรรศการนั้นเหรอ เมฆา?” รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย หยาดน้ำตาคลอหน่วยด้วยความสับสนและหวาดระแวงระคนกัน
เมฆาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือถึง กลิ่นอายเฉพาะตัว—กลิ่นน้ำมันสนผสมกับความอับชื้นของกระดาษเก่า—ลอยอบอวลอยู่รอบตัวศิลปินรุ่นพี่ เมฆายื่นมือเรียวยาวออกมาช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะลงบนสันสมุดสเก็ตช์ที่รินรดากำลังถืออยู่ แรงกดเบาๆ นั้นทำให้รินรดาไม่กล้าแม้แต่จะขยับเขยื้อน
“บางครั้ง รินอา...” เสียงกระซิบของเมฆานุ่มนวลราวกับเสียงถอนหายใจ “คนเราไม่ได้เพิ่งพบกันครั้งแรกในวันที่เราสบตากันหรอกนะ บางคน... ถูกวาดลงในความทรงจำตั้งแต่วันที่เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขาหน้าตาเป็นอย่างไร”
คำพูดนั้นคลุมเครือและชวนให้หัวใจสั่นไหว รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหว มองลงไปเบื้องล่างคือหมอกหนาทึบที่ไม่รู้ว่ามีอะไรรออยู่ แต่ความอยากรู้อยากเห็นกลับมีมากกว่าความกลัว
“อธิบายให้ฉันฟังที เมฆา อย่าพูดจาให้ฉันต้องคิดไปเองแบบนี้เลย...” เสียงของเריรดาขาดหายไปเมื่อปลายนิ้วของเมฆาเลื่อนขึ้นมาแตะที่คางของเธอเบาๆ บังคับให้เธอแหงนเงยขึ้นรับสายตาที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายที่ยังไม่ได้ถูกเล่า
ดวงตาคู่นั้น... ในยามนี้ช่างเปราะบางและเวิ้งว้างเหลือเกิน เมฆาไม่ได้ถอยหนี แต่กลับโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มของรินรดา ระยะห่างระหว่างพวกเธอลดลงจนเหลือเพียงช่องว่างแห่งความลังเลใจ
“ถ้าฉันเล่า...” เมฆากระซิบชิดริมฝีปากของรินรดา “คุณอาจจะไม่อยากหยิบพู่กันขึ้นมาวาดรูปอีกเลยไปตลอดชีวิตก็ได้นะ ริน”
“ทำไมล่ะคะ...?”
“เพราะคุณไม่ใช่แค่จิตรกรที่เดินเข้ามาในห้องนี้... แต่คุณคือคนที่ถือพู่กันแต้มสีสุดท้ายลงในภาพวาดที่ฉันพยายามจะลืมมาตลอดหลายปี”
ประโยคสุดท้ายทิ้งน้ำหนักลงกลางใจของรินรดาจนเธอแทบหยุดหายใจ สมุดสเก็ตช์ในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นห้องเสียงดัง *ตุบ* กระดาษภายในดีดเปิดออกไปอีกหน้า เผยให้เห็นภาพร่างสุดท้ายที่ถูกซ่อนไว้ลึกที่สุด... ภาพวาดมือสองข้างที่กำลังกุมพู่กันเล่มเดียวกันไว้แน่น โดยมีหยดสีแดงฉานไหลรินลงมาจากปลายนิ้ว ราวกับเลือดที่เกิดจากบาดแผลของการสร้างสรรค์งานศิลปะ
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้อ้าปากถามความหมายของภาพนั้น เสียงเคาะประตูดังปึงปังจากด้านนอกก็ทำลายความเงียบงันลงอย่างไม่ใยดี ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ถูกล็อกไว้จากด้านใน
*แกรก... แกรก!*
“เมฆา! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าเธอยังอยู่ในนั้น!” เสียงตะโกนของผู้หญิงคนหนึ่งดังแทรกเข้ามาในความมืด ร้อนรนและเกรี้ยวกราดจนรินรดาสสะดุ้งสุดตัว
เมฆาผละออกจากรินรดาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าที่เคยสุขุมกลับซีดเผือดลงในเสี้ยววินาที ดวงตาคู่นั้นมองไปที่ประตูก่อนจะหันกลับมามองรินรดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก—สายตาที่เธอนึกไม่ถึงว่าคนอย่างเมฆาจะมีมัน
“ซ่อนตัวในตู้เสื้อผ้า เร็วเข้า!” เมฆากระซิบเสียงลอดไรฟัน พร้อมกับดันตัวรินรดาให้ถอยหลังไปทางมุมห้องมืดสนิท
—ดอกเดซี่ริมทาง
นิทรรศการรักในรอยพู่กันสีหม่น•ตอนที่ 5
รอยร้าวที่ซ่อนอยู่
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิทรรศการรักในรอยพู่กันสีหม่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!