นิทรรศการรักในรอยพู่กันสีหม่น•ตอนที่ 14

การปะทะกันของเฉดสี

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
“คุณไม่ได้กำลังวาดภาพเพื่อสื่อสารความจริง แต่นี่มันคือการพยายามปกปิดความเน่าเฟะในใจคุณต่างหาก รินรดา!” เสียงของเมฆาดังสะท้อนก้องไปทั่วสตูดิโอขนาดกว้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นน้ำมันลินสีดและกลิ่นสีอะคริลิกเข้มข้น รินรดาชะงักมือที่กำลังตวัดแปรงลงบนเฟรมผ้าใบสีเทาหม่น หยาดสีขาวขุ่นหยดลงบนพื้นไม้เป็นจุดเล็กๆ ราวกับน้ำตาที่ไม่มีใครมองเห็น เธอวางพู่กันลงอย่างสั่นเทา ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับคนตรงหน้าที่ดูเหมือนจะกลายเป็นคนแปลกหน้าที่เธอไม่เคยรู้จัก เมฆายืนกอดอก แววตาของเขาที่เคยนุ่มนวลราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืน บัดนี้กลับเย็นชาดั่งน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย สายตาเขากวาดมองผลงานที่รินรดาเพิ่งวาดเสร็จ ซึ่งมันคือภาพของหญิงสาวที่ถูกพันธนาการด้วยเส้นด้ายสีแดงท่ามกลางทุ่งดอกไม้ที่ไร้สีสัน “คุณมีสิทธิ์อะไรมาตัดสินงานของฉัน...” รินรดาแค่นเสียงตอบ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือแต่แฝงไปด้วยความแข็งกร้าว “ที่ฉันวาดแบบนี้ เพราะนั่นคือสิ่งที่ฉันเห็น! คุณต่างหากที่หลอกตัวเองมาตลอดว่าโลกนี้มันสวยงามด้วยสีสันที่คุณสร้างขึ้นมาบังหน้า!” เมฆาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดน้อยลงจนน่าอึดอัด เขาคว้าสมุดสเก็ตช์ภาพของรินรดาที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา แล้วเปิดไปหน้าที่เขาเพิ่งค้นพบเมื่อครู่—หน้าที่รินรดาแอบวาดรูป 'ครอบครัว' ที่มีใบหน้าว่างเปล่าและรอยร้าวที่แตกกระจาย “ความจริงมันเจ็บปวดเสมอ รินรดา” เขาโยนสมุดลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น “ผมยอมรับว่าผมเคยสูญเสีย และผมเลือกที่จะแต่งแต้มสีสันให้โลกที่มันมืดมนนี้ดูมีชีวิตขึ้นมาเพื่อให้เรายังมีแรงหายใจต่อไป แต่คุณ... คุณกำลังใช้ศิลปะเป็นหลุมหลบภัย คุณไม่ไว้ใจใคร แม้กระทั่งตัวคุณเอง!” รินรดาถลันเข้าหาเขา ดวงตาของเธอแดงก่ำ “ฉันไม่ไว้ใจใคร? ใช่! เพราะคนที่ฉันไว้ใจที่สุดกลับกลายเป็นคนหักหลังฉันโดยการขุดคุ้ยบาดแผลที่ฉันพยายามจะปิดมันไว้! คุณไม่ได้ต้องการช่วยให้ฉันดีขึ้น คุณแค่ต้องการความสะใจที่ได้เห็นฉันพังทลายลงมาเป็นชิ้นๆ เหมือนกับชีวิตคุณใช่ไหมล่ะ?” คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดลงไปที่หัวใจของเมฆา เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ทว่าดวงตาของเขากลับไร้ซึ่งความขบขัน “ถ้าผมพัง... ก็เป็นเพราะคุณนั่นแหละที่เป็นคนดึงผมลงไป และถ้าคุณคิดว่าการเก็บงำความลับไว้จะช่วยให้คุณรักษาใจตัวเองได้ละก็... เชิญอยู่กับความหม่นหมองของคุณต่อไปเถอะ” รินรดาคว้าแก้วน้ำล้างพู่กันที่มีสีน้ำเงินเข้มจัดสาดใส่เฟรมภาพวาดตรงหน้าจนทุกอย่างเละเทะ สีเลอะเทอะกระเด็นเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าของเธอและเขา มันคือการปะทะกันของเฉดสีที่ไม่มีวันเข้ากันได้ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องสตูดิโออีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนทั้งสองที่สอดประสานกันท่ามกลางความแตกสลาย เธอไม่ได้อยากให้เรื่องเป็นแบบนี้ เธอไม่ได้อยากให้ความเปราะบางที่เธออุตส่าห์เก็บรักษาไว้ต้องมาถูกคนคนนี้ขยี้จนแหลกเหลว แต่ในยามที่เธอเงยหน้าขึ้นมองแววตาของเมฆา รินรดากลับเห็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเกรี้ยวกราดนั้น—มันคือความห่วงใยที่บิดเบี้ยวจนน่ากลัว “คุณรู้ไหมเมฆา... ว่าทำไมภาพของฉันถึงไม่มีสีสัน?” รินรดาถามเสียงแผ่ว พลางหยิบเศษผ้าขึ้นมาเช็ดคราบสีออกจากมือ “เพราะในวินาทีที่ฉันเริ่มเชื่อใจคุณ ฉันถึงได้รู้ว่าสีที่สวยงามที่สุดที่ฉันเคยเห็นมาตลอดชีวิต... มันเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาที่คุณปรุงแต่งขึ้นมาเพื่อหลอกล่อให้ฉันเดินเข้าหาหายนะ” เมฆานิ่งอึ้งไป เขาเอื้อมมือออกไปจะแตะไหล่ของเธอ แต่แล้วก็ชะงักค้างไว้กลางอากาศ ราวกับกลัวว่าหากสัมผัสไปแล้ว ความสัมพันธ์ที่แตกร้าวนี้นั้นจะไม่มีวันประสานกลับคืนมาได้อีกเลย เขาหันหลังเดินไปที่ประตูสตูดิโอ ก่อนจะหยุดนิ่งเหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่าง เขาส่งเสียงทุ้มต่ำที่ไม่เหลือเค้าของความโกรธทิ้งท้ายไว้ “ถ้าคุณคิดว่านั่นคือสิ่งที่คุณเห็น... งั้นผมก็ไม่มีอะไรจะพูดต่อ แต่ก่อนที่คุณจะตัดสินคนอื่น รินรดา... ลองย้อนกลับไปดูภาพร่างสุดท้ายในสมุดเล่มนั้นดูให้ดีว่าใครกันแน่ที่ทิ้งรอยพู่กันสีแดงชาดเอาไว้บนรูปของคุณ... ในคืนวันที่คุณจำอะไรไม่ได้เลย” รินรดานิ่งงัน หัวใจเต้นแรงราวกับกลองรบเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เธอรีบคว้าสมุดสเก็ตช์กลับมาเปิดไปยังหน้าที่ถูกเมฆากล่าวถึง มือของเธอสั่นจนแทบถือไม่อยู่เมื่อเห็นรอยแต้มสีแดงสดที่เป็นรูปทรงของดอกไม้ที่เธอไม่เคยรู้จัก—และที่ขอบกระดาษนั้น มีข้อความสั้นๆ เขียนด้วยลายมือที่เธอคุ้นตาที่สุดในชีวิต แต่มันไม่ใช่ลายมือของเมฆา มันคือลายมือของคนที่ตายไปแล้ว... คนที่เป็นต้นเหตุของทุกความเงียบงันในชีวิตเธอ และในขณะนั้นเอง เสียงเคาะประตูสตูดิโอดังขึ้นอย่างหนักหน่วง ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยคนที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะปรากฏตัวขึ้นมา ณ ที่แห่งนี้ ความลับที่เธอพยายามซ่อนไว้กำลังจะถูกเปิดโปง หรือนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของหายนะครั้งใหม่กันแน่? ดอกเดซี่ริมทางหวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะยังคงส่งกำลังใจให้กับรินรดาและเมฆาในตอนต่อไปนะคะ แล้วพบกันใหม่ค่ะ
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิทรรศการรักในรอยพู่กันสีหม่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%