"ถ้าการปรากฏตัวของเธอคือจิ๊กซอว์ที่ขาดหายไป งั้นภาพวาดของฉันก็คงเป็นได้แค่เศษขยะที่ถูกทิ้งไว้ข้างทางสินะคะ"
เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแฝงไปด้วยความเย็นชาที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ หญิงสาวร่างสูงโปร่งตรงหน้า—คนที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะได้พบในหอศิลป์ส่วนตัวของเมฆา—เพียงแค่ยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูราวกับงานศิลปะชั้นเลิศที่แฝงไปด้วยพิษร้าย เธอไม่ได้ตอบโต้ แต่กลับขยับเข้าไปใกล้เมฆามากขึ้นจนไหล่ของทั้งคู่แทบจะเกยกัน
เมฆานิ่งงัน ดวงตาคมกริบของเขาคู่นั้นดูไร้ที่ว่างให้รินรดา เขาไม่ได้ถอยห่าง และไม่ได้เอื้อมมือมาคว้าเธอไว้ ความเงียบในห้องโถงกว้างที่เคยอบอวลไปด้วยกลิ่นสีน้ำมัน กลับกลายเป็นกรงขังที่บีบคั้นลมหายใจจนรินรดารู้สึกเหมือนปอดกำลังถูกสูบอากาศออกไปจนหมด
"ริน... อย่าเพิ่งใช้อารมณ์ตัดสินสิ่งที่เห็นเลยค่ะ" เมฆาเอ่ยขึ้น เสียงของเขาต่ำและนิ่งสนิท ราวกับน้ำที่นิ่งสงบแต่ลึกล้ำจนน่ากลัว
"อารมณ์งั้นหรือคะ?" รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแห้งผาก เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามหาเงาสะท้อนของความรักที่เขาเคยพร่ำบอก แต่สิ่งที่พบกลับเป็นเพียงกำแพงหนาเตอะที่เขาก่อขึ้นใหม่ "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่คุณพยายามประคองสีสันในภาพวาดของฉัน ไม่ใช่เพราะคุณอยากให้ฉันมีตัวตน แต่เพราะคุณแค่อยากรอ... รอวันที่ภาพวาดนี้จะสมบูรณ์ด้วยสีของคนอื่นใช่ไหมคะ?"
หญิงสาวปริศนาที่ยืนเคียงข้างเมฆาขยับตัวเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ลอยมากระทบจมูกรินรดาช่างขัดแย้งกับกลิ่นสีเทอร์เพนไทน์ที่เธอยึดมั่น มันเป็นกลิ่นของความสำเร็จที่ถูกแลกมาด้วยบางอย่างที่รินรดาไม่รู้จัก และเธอก็ไม่อยากรู้จัก
"คุณลืมไปแล้วหรือรินรดา" หญิงสาวคนนั้นเอ่ยขึ้น เสียงของเธอหวานละมุนราวกับน้ำผึ้งอาบยาพิษ "ว่าจุดเริ่มต้นของศิลปิน ไม่ได้อยู่ที่ความรัก แต่มันอยู่ที่การยอมรับความจริง... ความจริงที่ว่าต่อให้พู่กันจะดีแค่ไหน ถ้าคนถือมันไม่มีค่าพอ ผลงานนั้นก็เป็นได้แค่รอยเปื้อน"
รินรดากำพู่กันในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธออยากจะสะบัดสีใส่ใบหน้าที่หยิ่งยโสนั่น แต่เธอกลับทำได้เพียงยืนตัวสั่น น้ำตาแห่งความอัปยศไหลรินผ่านแก้มลงมาเป็นหยดเล็กๆ เธอไม่ได้โกรธคนตรงหน้าเท่ากับโกรธตัวเองที่หลงเชื่อในคำลวงที่เมฆาวาดฝันให้
"เมฆา... บอกฉันมาคำเดียว" รินรดาเค้นเสียงถาม ทั้งที่รู้ดีว่าคำตอบอาจจะทำลายทุกอย่างที่เธอเคยมี "ภาพวาดในห้องนิรภัยนั่น คือรูปของเธอคนนี้ใช่ไหมคะ? ไม่ใช่ภาพของฉัน อย่างที่คุณเคยสัญญาไว้ว่าจะเป็นแรงบันดาลใจชิ้นสุดท้ายในชีวิตของคุณ"
เมฆาหลับตาลงชั่วขณะ ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายในดวงตาคู่นั้นเปลี่ยนไป มันไม่มีความสงสาร ไม่มีร่องรอยของความอาวรณ์เหลืออยู่อีกเลย เขาหันไปมองภาพร่างบนขาตั้งที่ถูกคลุมด้วยผ้าใบสีดำสนิท ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง
"รินรดา... บางครั้งเราก็ต้องยอมทำลายสิ่งที่งดงามที่สุด เพื่อให้ได้มาซึ่งความจริงที่ถาวรกว่า" เขาตอบ พร้อมกับก้าวเข้ามาหาเธอหนึ่งก้าว แต่ทว่ามือที่เอื้อมมาไม่ได้จะปลอบประโลม เขากลับคว้าต้นแขนเธอไว้แน่น แล้วกระซิบถ้อยคำที่ทำให้โลกทั้งใบของรินรดาดิ่งลงสู่เหว
"คุณไม่ได้เป็นแค่ศิลปินที่คุณอยากจะเป็นหรอกค่ะ แต่คุณคือเหยื่อ... เหยื่อที่ฉันจงใจเลือกมา เพื่อใช้เป็นสีสันในการรังสรรค์ผลงานชิ้นสุดท้ายให้เธอคนนี้"
ทันใดนั้นเอง หญิงสาวปริศนาคนนั้นก็หยิบรีโมทขนาดเล็กขึ้นมา แล้วกดปุ่มเพียงครั้งเดียว ไฟในหอศิลป์ทั้งหมดดับวูบลง เหลือเพียงแสงเลเซอร์เส้นบางที่ส่องสว่างขึ้นกลางห้อง เผยให้เห็นภาพวาดที่ซ่อนอยู่หลังม่านดำ แต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่ภาพพอร์ตเทรตอย่างที่คาดไว้ มันคือภาพวาดของ 'รินรดา' ในวันที่เธอกำลังร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดจากการถูกหลอกลวง... ซึ่งถูกวาดเสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่วันที่เธอยังไม่ได้พบกับเมฆาด้วยซ้ำ!
รินรดาหยุดหายใจไปชั่วขณะเมื่อเห็นวันที่บนมุมภาพ มันคือวันที่เธอยังไม่รู้จักเขาคนนี้... นี่คือโศกนาฏกรรมที่ถูกวางแผนไว้ตั้งแต่ก่อนที่เธอจะก้าวเข้ามาในชีวิตของเขาเสียอีก
หวังว่ารี้ดที่รักจะร่วมเดินทางไปกับรอยพู่กันของรินรดาจนถึงหน้าสุดท้ายนะคะ ขอบพระคุณจากใจค่ะ ดอกเดซี่ริมทาง
นิทรรศการรักในรอยพู่กันสีหม่น•ตอนที่ 25
บทที่ 25
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิทรรศการรักในรอยพู่กันสีหม่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!