นิทรรศการรักในรอยพู่กันสีหม่น•ตอนที่ 7

ภาพจำลองความฝัน

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
เสียงทุบประตูหนักหน่วงจากภายนอกดังสนั่นก้องห้องสตูดิโอแคบๆ ราวกับค้อนเหล็กที่กำลังทุบลงกลางอกของรินรดา แรงสั่นสะเทือนนั้นส่งผ่านเนื้อไม้เก่าคร่ำคร่าจนกรอบรูปที่แขวนเรียงรายบนผนังแกว่งไกว ฝุ่นผงละอองเล็กๆ ร่วงหล่นลงมาอาบไล้บนเส้นผมและไหล่ลาดของเธอโดยที่เธอแทบไม่รู้สึกตัว "รินรดา! พ่อบอกให้เปิดประตูไง! เลิกขังตัวเองกับความเพ้อเจ้อพวกนี้แล้วออกมารับความจริงสักที!" เสียงตะคอกของบิดาเจือด้วยความเกรี้ยวกราดและผิดหวัง มันคือเสียงเดียวกับที่คอยหลอกหลอนเธอยามหลับใหล เสียงที่บอกว่าทุกสิ่งที่เธอสร้างสรรค์เป็นเพียงแค่ความไร้สาระ เป็นความล้มเหลวที่รอวันพังทลาย รินรดานั่งนิ่งอยู่หน้าเฟรมผ้าใบขนาดใหญ่ มือเรียวบางที่เปื้อนคราบสีน้ำมันสีเทาและสีครามยังคงถือพู่กันขนกระรอกเบอร์สิบคาไว้ นิ้วมือของเธอกำด้ามไม้แน่นจนข้อต่อขาวซีด ดวงตากลมโตเหม่อมองผืนผ้าใบตรงหน้าซึ่งเวลานี้ถูกละเลงด้วยเฉดสีที่เธอไม่ได้ตั้งใจจะวาดมันขึ้นมาตั้งแต่แรก ไม่มีเสียงตอบรับจากริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง รินรดารู้ดีว่าการเปิดประตูออกไปไม่เคยช่วยให้อะไรดีขึ้น มีเพียงคำพิพากษาและสายตาที่มองผลงานของเธอเป็นแค่ "งานอดิเรกไร้ค่า" เท่านั้น ทว่า ในวินาทีที่ความกดดันถาโถมเข้าใส่จนหน้าอกไหววาย มือข้างที่ถือพู่กันกลับขยับไปเองอย่างอิสระ ราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่างมาสลัดความกลัวออกไปจนหมดสิ้น พู่กันจุ่มลงในจานสีอย่างไร้ทิศทาง ก่อนจะตวัดลากเส้นแรกบนผ้าใบขาวโพลน *ปาด... วาด... และเกลี่ย* มันไม่ใช่สีเทาหม่นหมองแห่งความกดดันแบบเดิม แต่เป็นสีฟ้าครามลึกล้ำผสมผสานกับสีเทาอมม่วงราวกับท้องฟ้าก่อนพายุฝนจะซัดสาด สัมผัสแรกของปลายพู่กันบนเนื้อผ้าใบให้ความรู้สึกอุ่นวาบในกระแสเลือด รินรดาไม่รู้ตัวเลยว่าเธอกำลังวาดอะไร สมองของเธอว่างเปล่าจากเสียงทุบประตูด้านนอก เหลือเพียงภาพความทรงจำเลือนรางของดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้น—ดวงตาของเมฆา ชายหนุ่มผู้เงียบขรึมที่มักจะมองโลกผ่านมุมมองอันโดดเดี่ยว เส้นสายโค้งเว้าเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเชื่องช้า ลวดลายของกลุ่มก้อนเมฆหนาทึบที่ซ้อนทับกันอย่างซับซ้อน แต่ทว่ากลับพลิ้วไหวและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน รินรดาไล่ระดับน้ำหนักมืออย่างแม่นยำ ราวกับเธอกำลังใช้นิ้วมือสัมผัสกับโครงหน้าและแผ่นหลังกว้างของเขา เมฆหมอกเหล่านั้นค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นรูปร่างของชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางสายฝน แต่มันกลับไม่ดูเศร้าหมอง... กลับกัน มันเต็มไปด้วยความรู้สึกโหยหาและอบอุ่นอย่างประหลาด เธอกำลังวาดเขา... เมฆา รินรดาระบายสีลงบนส่วนที่เป็นดวงตาของภาพอย่างเผลอไผล ดวงตาที่แม้จะว่างเปล่าในสายตาคนทั่วไป แต่เธอกลับมองเห็นประกายแสงระยิบระยับซ่อนอยู่ข้างใน ภาพวาดนั้นมีชีวิตชีวาขึ้นมาทีละน้อย ทุกรอยพู่กันเปรียบเสมือนจังหวะการเต้นของหัวใจที่สั่นไหว เธอหลุดเข้าไปในห้วงเวลาอีกมิติหนึ่ง ที่ซึ่งเสียงทุบประตูด้านนอกกลายเป็นเพียงเสียงกระซิบแผ่วเบาจากโลกใบอื่น "ริน! พ่อเตือนครั้งสุดท้ายนะ ถ้าเธอไม่เปิด..." เสียงของบิดาขาดหายไปในลำคอ พร้อมกับเสียงบิดกลอนประตูดัง *แกร๊ก!* รินรดาสะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกกว้างเมื่อตระหนักว่าเธอลืมลงกลอนสำรองไว้! บานประตูไม้ถูกผลักกระแทกเปิดผางอย่างแรง แรงลมจากการกระชากทำให้กระดาษร่างภาพปลิวว่อนไปทั่วห้อง กลิ่นอับของความโกรธเกรี้ยวแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำมันสน ร่างท้วมของบิดาก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าแดงก่ำจากโทสะ แต่ทันทีที่สายตาของเขาปะทะเข้ากับภาพวาดบนเฟรมผ้าใบกลางห้อง ฝ่ายนั้นก็ชะงักง้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ความโกรธในแววตาของชายสูงวัยถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงพริงเพริด ริมฝีปากที่อ้าเตรียมจะต่อว่าอ้าค้างอยู่แค่นั้น รินรดานั่งตัวแข็งทื่อ หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอกำพู่กันในมือแน่นจนสั่นเทา ไม่อาจแม้แต่จะหันไปสบตากับบิดาที่กำลังจ้องมองผลงานชิ้นเอกที่เธอเพิ่งสร้างขึ้นจากก้นบึ้งของหัวใจ "นี่มัน... ภาพอะไรกัน..." เสียงของบิดาสั่นพร่าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ก่อนที่รินรดาจะได้เอื้อnคำใดแก้ตัว เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากโถงทางเดินด้านนอก เป็นเสียงฝีเท้าที่ไม่ใช่ของคนในบ้านหลังนี้ และจังหวะก้าวรวดเร็วนั้นกำลังมุ่งตรงมายังห้องสตูดิโอของเธออย่างไม่เกรงกลัวใคร รินรดาหันขวับไปมองที่หน้าประตูด้วยความระทึกใจ และลมหายใจของเธอก็แทบจะหยุดสะะดุดลงตรงนั้น เมื่อเงาร่างสูงโปร่งคุ้นตาปรากฏขึ้นตรงกรอบประตู เมฆายืนอยู่ที่นั่น... ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นไม่ได้มองมาที่บิดาของเธอ แต่มันกำลังจดจ้องตรงมาที่ภาพวาด "เมฆา" บนผืนผ้าใบของเธอด้วยแววตาไหวระริกที่อ่านไม่ออก "ผมบอกคุณแล้ว..." เมฆาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มกังวาน ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด "ว่าสีของเธอ... ไม่ได้จืดจางอย่างที่ใครเขาคิดหรอก" ************************************************** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่เดินทางมาถึงบทนี้ด้วยหัวใจที่เต้นไปพร้อมกับปลายพู่กันของรินรดานะคะ - ดอกเดซี่ริมทาง
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิทรรศการรักในรอยพู่กันสีหม่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%