“ถ้าฝีมือมีค่าแค่การลอกเลียนความหม่นหมองของคนอื่น ก็จงใช้มีดนั่นกรีดมันทิ้งเสียตั้งแต่วันนี้”
เสียงของเมฆาแหบพร่า ทว่าคมกริบราวกับใบมีดที่เขากำลังถืออยู่ในมือ รินรดายืนตัวแข็งทื่อ ผ้าใบผืนหยาบที่เขากระชากโยนมาให้ยังคงตกอยู่แทบเท้า กลิ่นน้ำมันลินซีดและสีอะคริลิกเข้มข้นอบอวลอยู่ในอากาศจนแทบหายใจไม่ออก เธอจ้องมองชายตรงหน้า—จิตรกรผู้มีดวงตาประหนึ่งก้นบึ้งของมหาสมุทรที่ไม่มีใครหยั่งถึง
“ฉันไม่ได้ลอกเลียน” เธอตอบกลับ เสียงสั่นไหวเล็กน้อยแต่แฝงด้วยความรั้น “ฉันแค่... กำลังมองหาความหมายที่ฉันทำหายไป”
เมฆาไม่ตอบ เขาเพียงขยับเข้ามาใกล้จนรินรดาสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ปลายนิ้วของเขาที่เปื้อนคราบสีแดงเข้มดุจเลือดแห้งกร้านแตะลงบนมุมผ้าใบที่ขาดวิ่น ก่อนจะลากผ่านพื้นผิวขรุขระนั้นอย่างเชื่องช้า
“ความหมายไม่ได้หายไปไหน รินรดา มันแค่ถูกกดทับด้วยความกลัวของเธอ” เขาเงยหน้าขึ้น จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “เธอกลัวว่าถ้าสีสันของเธอชัดเจนเกินไป ครอบครัวที่แสนสมบูรณ์แบบนั่นจะมองเห็นตัวตนที่เน่าเฟะข้างในหรือไง?”
คำพูดนั้นจี้เข้าที่แผลสด รินรดารู้สึกเหมือนถูกกระชากหน้ากากที่เธอพยายามสวมใส่มาตลอดชีวิตออกไปจนหมดสิ้น เธอทรุดลงนั่งกับพื้นสตูดิโอที่เย็นเยียบ สายตาเหลือบไปเห็นร่องรอยการตวัดพู่กันของเมฆาบนกำแพง—มันไม่ใช่ภาพวาดที่สวยงามตามขนบ แต่มันคือ ‘ความเจ็บปวดที่จับต้องได้’ แต่ละรอยหยัก แต่ละเฉดสีเทาหม่นที่ซ้อนทับกัน มันสั่นสะเทือนอารมณ์จนเธอเกือบจะลืมหายใจ
เธอก้มลงหยิบมีดจานสีที่เมฆาทิ้งไว้ข้างๆ สัมผัสเย็นเยียบของโลหะทำให้เธอได้สติ เธอไม่ได้ใช้มันกรีดผ้าใบ แต่กลับใช้ปลายคมของมันขูดเอาสีบนพาเลตต์ที่แห้งกรังของเขาออกมาผสมใหม่ มือของเธอเริ่มสั่นน้อยลง สัญชาตญาณศิลปินที่หลับใหลถูกปลุกให้ตื่นด้วยแรงกระตุ้นบางอย่าง
“สอนฉันสิ” เธอเอ่ยออกมาโดยไม่มองหน้าเขา “สอนให้ฉันรู้ว่า ความมืดมิดในใจของเธอน่ะ... มันผสมออกมาเป็นสีอะไร”
เมฆาชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มจางๆ ที่ไร้ความสุขปรากฏขึ้นบนมุมปาก เขานั่งลงข้างๆ เธอ ทิ้งระยะห่างเพียงไม่กี่เซนติเมตรจนรินรดาสัมผัสได้ถึงจังหวะการหายใจของเขา เขาเอื้อมมือมาครอบมือของเธอที่ถือมีดจานสีไว้แน่น ความอบอุ่นที่ส่งผ่านจากผิวหนังทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ
“เริ่มจากสีดำ” เขาพึมพำ น้ำเสียงเปลี่ยนไปจนดูอ่อนโยนอย่างประหลาด “ไม่ใช่สีดำที่เกิดจากการผสมสีมั่วๆ แต่คือสีดำที่เกิดจากความเสียดาย... สีดำของวันที่เธอตัดสินใจจะยอมแพ้”
เขาบังคับมือเธอให้ตวัดสีลงบนผืนผ้าใบ รอยสีที่เกิดขึ้นนั้นหยาบกระด้างและดิบเถื่อน แต่มันกลับดู ‘มีชีวิต’ อย่างน่าประหลาด รินรดารู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นปราดไปทั่วร่าง เมื่อแสงแดดสายที่เล็ดลอดผ่านช่องหน้าต่างบานแคบตกกระทบลงบนผืนผ้าใบพอดี รอยสีที่เธอกับเขาร่วมกันสร้างดูราวกับกำลังเต้นระบำในความมืดมนนั้น
เธอเห็นภาพตัวเองในกระจกเงาที่สะท้อนจากเศษกระจกบนผนัง—ดวงตาของเธอมีประกายที่ต่างออกไป มันไม่ใช่ดวงตาของลูกสาวที่คอยทำตามคำสั่งอีกต่อไป แต่มันคือสายตาของจิตรกรที่กำลังค้นพบภาษาส่วนตัว
“ทำไม...” รินรดาถามเสียงเบา “ทำไมถึงยอมให้ฉันเข้าใกล้ขนาดนี้ ทั้งที่เธอเกลียดการมีตัวตนของคนอื่น?”
เมฆาเงียบไปนานจนเธอคิดว่าเขาจะไม่ตอบ แต่แล้วเขาก็ขยับตัวออกห่างช้าๆ ทิ้งให้ความเย็นกลับมาเข้ายึดพื้นที่อีกครั้ง “เพราะในผืนผ้าใบที่เธอกำลังวาด... ฉันเห็นเงาของคนที่ฉันเคยรักในวันที่เขายังมีลมหายใจ”
คำพูดนั้นราวกับมีค้อนทุบลงกลางใจ รินรดาหันไปหาเขา แต่จังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูสตูดิโอดังขึ้นอย่างรุนแรง ไม่ใช่จังหวะการเคาะของคนคุ้นเคย แต่เป็นเสียงที่แสดงถึงความเร่งร้อนและอำนาจที่คุ้นเคยจนน่าขนลุก
บานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างของหญิงวัยกลางคนที่ดูสง่างามและเย็นชาในชุดสูทสีขาวสะอาดตาก้าวเข้ามา แววตาของเธอประหนึ่งใบมีดที่กราดมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งที่รินรดาและชายหนุ่มที่ยังคงนั่งเปื้อนสีอยู่บนพื้น
“รินรดา กลับบ้านเดี๋ยวนี้” เสียงเย็นเยียบนั้นประกาศกร้าว “แกกำลังทำให้ตระกูลเราเสื่อมเสียด้วยการมาคลุกคลีกับคนวิกลจริตที่วาดรูปด้วยเศษเดนพวกนี้”
รินรดาหันไปมองเมฆาที่ยังคงนิ่งเงียบ ดวงตาของเขาไม่ได้มีความโกรธแค้น มีเพียงความว่างเปล่าที่ลึกซึ้งกว่าเดิม แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากปฏิเสธ เมฆาก็ลุกขึ้นยืนแล้วหยิบมีดจานสีเล่มนั้นขึ้นมา เขาเดินไปตรงหน้าผู้มาเยือนคนใหม่ด้วยท่าทีที่คาดเดาไม่ได้
“การวาดรูปด้วยเศษเดน อาจจะดีกว่าการใช้ชีวิตที่ว่างเปล่าในกรอบทองคำที่แตกร้าวไปแล้ว” เขากล่าวพลางยิ้มเย็นที่มุมปาก “คุณควรจะบอกเธอสักทีนะ ว่าภาพวาดชิ้นสุดท้ายที่พ่อของเธอทิ้งไว้ก่อนจะจากไป... ทำไมมันถึงไม่มีสีเลยสักหยดเดียว”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านรอยพู่กันไปกับดอกเดซี่ริมทางนะครับ แล้วพบกันตอนหน้าครับ
นิทรรศการรักในรอยพู่กันสีหม่น•ตอนที่ 3
เมื่อแสงแดดกระทบผืนผ้าใบ
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิทรรศการรักในรอยพู่กันสีหม่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!