นิทรรศการรักในรอยพู่กันสีหม่น•ตอนที่ 27

บทที่ 27

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
“คุณกำลังจะบอกว่า ความงดงามที่ฉันพยายามจะสื่อสาร มันเป็นเพียงแค่การโกหกตัวเองอย่างนั้นหรือคะ เมฆา?” รินรดาวางพู่กันลงบนจานสีจนเกิดเสียงกระทบกันเบาๆ แต่มันดังก้องในความเงียบงันของสตูดิโอที่เต็มไปด้วยกลิ่นน้ำมันสนและสีอะคริลิก เธอมองร่างสูงโปร่งที่ยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่างบานใหญ่ แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนด้านนอกสะท้อนให้เห็นเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างที่ดูเย็นชาของเขา เมฆาไม่ตอบในทันที เขาค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ผืนผ้าใบที่เธอกำลังลงมือวาด ‘ภาพเหมือน’ ของเขาเอง แต่มันกลับเป็นภาพที่บิดเบี้ยวด้วยสีเทาและฟ้าหม่น เขาใช้ปลายนิ้วเกลี่ยผ่านหยดสีที่ยังไม่แห้งสนิท สัมผัสนั้นเบาหวิวราวกับขนนก แต่แฝงไปด้วยความกดดันที่รินรดาแทบหยุดหายใจ “ไม่ใช่การโกหกหรอกค่ะริน... แต่มันคือการพยายามซ่อนความตายไว้ภายใต้ความสวยงาม” เขาหันกลับมามองเธอ ดวงตาคู่นั้นลึกซึ้งราวกับบ่อน้ำที่ไม่มีวันเห็นก้น “คุณวาดภาพนี้เพื่อที่จะลืมความจริงใช่ไหมว่า วันที่ฉันสูญเสียทุกอย่างไป สีที่ฉันเห็นในโลกใบนี้ มันไม่ได้สดใสแบบที่คุณพยายามระบายลงไปในภาพนี้เลย” รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังเริ่มสั่นไหว เธอพยายามรักษาความนิ่งเงียบเอาไว้ แต่หัวใจกลับเต้นรัวราวกับกลองรบ “ฉันไม่ได้หนีความจริงค่ะ ฉันแค่อยากเติมสีสันให้กับโลกที่ขาดหายไปของคุณ... หรือนั่นคือสิ่งที่คุณรังเกียจในตัวฉันคะ?” “ผมไม่ได้รังเกียจ...” เขาขยับเข้ามาใกล้จนรินรดาสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา “ผมแค่กลัว... กลัวว่าถ้าคุณระบายสีลงไปในใจผมจนเต็มแล้ว วันหนึ่งเมื่อสีเหล่านั้นจืดจางลง คุณจะทิ้งผมไว้กับสีเทาที่ผมคุ้นเคยเพียงลำพัง” คำพูดของเขาเหมือนมีดกรีดลงบนความรู้สึกของหญิงสาว รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงหน้า แววตาของเธอสั่นระริกด้วยหยาดน้ำตาที่คลอหน่วย เธอเคยคิดว่าเธอเป็นฝ่ายเยียวยา แต่ดูเหมือนว่าที่ผ่านมา เธอเองต่างหากที่โหยหาการยอมรับจากคนแปลกหน้าอย่างเขาจนยอมสละตัวตนไปเกือบหมด “เราต่างก็เป็นจิตรกรที่วาดภาพลงบนใจของกันและกันไม่ใช่หรือคะ?” เธอเอ่ยเสียงสั่น “คุณวาดความอ้างว้างใส่ใจฉัน และฉันก็วาดความหวังใส่ใจคุณ... ทำไมคุณถึงมองว่านั่นคือความพ่ายแพ้ล่ะคะ” เมฆานิ่งไปครู่ใหญ่ เขายกมือขึ้นหมายจะแตะแก้มเธอ แต่กลับชะงักค้างไว้กลางอากาศ ราวกับว่ามีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางระหว่างเขากับเธอเอาไว้ เขาถอนหายใจออกมาแผ่วเบา เป็นเสียงถอนหายใจที่หนักอึ้งไปด้วยความเหนื่อยล้าของวิญญาณ “เพราะคนอย่างผมไม่เหมาะกับความหวังค่ะริน... ยิ่งคุณพยายามวาดภาพอนาคตของเราให้งดงามเท่าไหร่ ความจริงที่ผมต้องเผชิญในตอนท้ายก็จะยิ่งมืดมิดขึ้นเท่านั้น” เขาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ระยะห่างนั้นทำให้อากาศในห้องดูเบาบางลงอย่างน่าประหลาด รินรดารู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนขอบเหว ภาพวาดบนผืนผ้าใบตรงหน้าเริ่มดูพร่าเลือน สีหม่นที่เธอจงใจเลือกใช้กลับกลายเป็นสีที่สะท้อนความจริงในใจเธอออกมาจริงๆ “ถ้าอย่างนั้น... ถ้าความหวังของเรามันเป็นพิษ” รินรดาเริ่มขยับมือหยิบเกรียงวาดภาพขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เธอไม่ได้จะแตะลงบนผ้าใบ “เรามาทำลายภาพวาดนี้ทิ้งกันไหมคะ? ลบทุกอย่างที่เราพยายามสร้างขึ้นมา ให้มันเหลือเพียงรอยสีที่เปรอะเปื้อน แล้วเราจะได้เริ่มต้นใหม่ในแบบที่ไม่ต้องมีการโกหกอีกต่อไป” เมฆาจ้องมองเกรียงวาดภาพในมือเธอ ดวงตาของเขาฉายแวววูบไหวเพียงครู่เดียวก่อนจะกลับมาเรียบเฉย “คุณทำได้จริงๆ หรือคะรินรดา? คุณกล้าที่จะทำลายภาพวาดที่สวยงามที่สุดในชีวิตคุณเพียงเพื่อจะปลดปล่อยตัวคุณเองจากอดีตของผมงั้นหรือ?” เขายื่นมือออกมาวางทับบนมือของเธอที่ถือเกรียงไว้แน่น สัมผัสจากฝ่ามือของเขาเย็นเยียบแต่กลับหนักแน่นจนเธอไม่กล้าขยับ เธอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากฝ่ามือของเขาที่ส่งผ่านมาถึงมือของเธอ “ฉันจะทำค่ะ... หากนั่นคือทางเดียวที่เราจะมองเห็นกันจริงๆ” ขณะที่รินรดากำลังจะกรีดเกรียงลงบนผืนผ้าใบเพื่อทำลายทุกอย่างที่เธอสร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรง เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงและเร่งเร้าจนทั้งคู่สะดุ้งตัวโยน “ริน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าเธอยังอยู่ข้างในนั้น!” เสียงผู้หญิงที่คุ้นเคยและเป็นปมลึกในใจของรินรดาดังขึ้นจากด้านนอก ประตูบานใหญ่ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนบานพับแทบหักลง ร่างของมารดาของเธอยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูมีน้ำหนักน่ากลัว “แม่?” รินรดาอุทานออกมาพร้อมกับปล่อยเกรียงหลุดจากมือ เสียงเกรียงกระทบพื้นไม้ดังลั่นไปทั่วห้อง มารดาของเธอกวาดสายตามายังภาพวาดที่ยังไม่เสร็จ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปหยุดที่เมฆาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยามและเย็นชา ก่อนจะโยนซองเอกสารลงบนกองสีบนโต๊ะ “หยุดเล่นขายของกับคนแปลกหน้าได้แล้วรินรดา... เพราะสิ่งที่อยู่ในซองนี้ จะทำให้เธอรู้ว่าความรักที่เธอเพ้อฝันถึงตลอดมา มันเป็นเพียงแค่กับดักที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อทำลายชื่อเสียงตระกูลเราตั้งแต่วันแรกที่เขาเหยียบเข้ามาในชีวิตเธอ!” หวังว่ารี้ดที่รักจะร่วมเดินทางไปกับรอยพู่กันที่กำลังจะแตกสลายของรินรดาและเมฆาจนถึงหน้าสุดท้ายนะคะ ขอบพระคุณจากใจค่ะ ดอกเดซี่ริมทาง
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิทรรศการรักในรอยพู่กันสีหม่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%