นิทรรศการรักในรอยพู่กันสีหม่น•ตอนที่ 23

บทที่ 23

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
"ถ้าคุณยังจะตวัดพู่กันด้วยความกลัวแบบนั้น ภาพนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเศษผ้าเช็ดสีหรอกค่ะรินรดา" เสียงทุ้มต่ำของเมฆาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในสตูดิโอ กลิ่นน้ำมันลินสีดและกลิ่นสีอะคริลิกอบอวลจนเกือบจะหายใจไม่ออก รินรดาชะงักมือที่กำลังลงน้ำหนักสีเทาหม่นลงบนผืนผ้าใบ เธอไม่ได้หันไปมองเจ้าของเสียง แต่สัมผัสได้ถึงเงาร่างที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง ออร่าความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มไม่ได้ทำให้เธอหวาดกลัวเท่ากับความจริงที่เขาเพิ่งพูดออกมา รินรดาแค่นยิ้มบางๆ ที่มุมปาก พลางวางพู่กันเบอร์ห้าลงบนถาดสี "แล้วคุณต้องการอะไรล่ะคะเมฆา? ต้องการให้ฉันละเลงสีสดจัดจ้านลงไป เหมือนภาพวาดที่เคยทำให้พ่อภูมิใจ หรือต้องการให้ฉันกรีดเลือดตัวเองลงบนผืนผ้า เพื่อให้มันดู 'สมจริง' ตามมาตรฐานที่คุณตั้งไว้" เมฆาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงลมหายใจ เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องไปยังรอยแตกร้าวบนเนื้อสีที่รินรดาเพิ่งวาดเสร็จ "ความกลัวไม่เคยสร้างศิลปะที่ทรงพลัง มีแต่ศิลปะที่พยายามซ่อนความตายไว้ภายใต้ความสวยงามต่างหากที่ฉันรังเกียจ... คุณกำลังโกหกตัวเองอยู่ รินรดา คุณกำลังวาดภาพเพื่อรอรับคำชม ไม่ใช่เพื่อปลดปล่อยสิ่งที่มันกัดกินคุณอยู่ข้างใน" รินรดาหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนหวานบัดนี้วาวโรจน์ด้วยความรุ่มร้อนที่ถูกสะกดไว้ เธอเอื้อมมือไปคว้าแก้วน้ำล้างพู่กันที่วางอยู่ใกล้ที่สุด แล้วสาดมันเข้าใส่ผืนผ้าใบอย่างแรง! น้ำสีเทาขุ่นคลั่กไหลย้อยลงมาเหมือนคราบน้ำตาบนใบหน้าของรูปวาดที่ไม่มีชื่อ "พอใจหรือยังคะ!" รินรดาตะโกน ความสั่นเครือในน้ำเสียงไม่ได้มาจากความโกรธ แต่มาจากความอ่อนแอที่เธอกลั้นไว้ไม่อยู่ "คุณเข้ามาในชีวิตฉัน มาตั้งคำถามกับพู่กันของฉัน มาพังทลายโลกใบเล็กๆ ที่ฉันสร้างขึ้นด้วยความพยายามทั้งหมดที่มี... คุณคิดว่าคุณเป็นใครถึงมีสิทธิ์ทำลายทุกอย่างเพียงเพราะมันไม่ตรงใจคุณ!" เมฆานิ่งไป แววตาที่เคยแข็งกร้าวไหววูบเพียงชั่วครู่ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยที่น่าสะพรึงกลัว เขาเดินอ้อมมาข้างหน้า แล้วคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น ไม่ใช่การกระทำที่รุนแรง แต่หนักแน่นจนเธอขยับไปไหนไม่ได้ "ฉันไม่ได้ทำลายโลกของคุณ" เขาพูดช้าๆ น้ำเสียงนั้นแผ่วเบาจนเหมือนกระซิบ "ฉันแค่กำลังช่วยให้คุณเห็นว่า โลกที่คุณสร้างขึ้นมาน่ะ... มันพังทลายไปตั้งแต่วันที่คุณตัดสินใจวาดภาพโดยไม่ใช้หัวใจแล้วต่างหาก รินรดา คุณจำได้ไหมว่าทำไมคุณถึงเริ่มวาดรูป? ไม่ใช่เพื่อรางวัล ไม่ใช่เพื่อการยอมรับ แต่เพราะคุณต้องการ 'ตะโกน' ออกมาผ่านสีสัน... แต่ตอนนี้คุณกำลังกลายเป็นแค่หุ่นเชิดของความคาดหวังที่ไม่มีวันจบสิ้น" รินรดาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองที่ถูกรัวไม่เป็นจังหวะ คำพูดของเขามันจี้ตรงจุดที่เธอพยายามซ่อนไว้เสมอมา ความเจ็บปวดจากการสูญเสียตัวตนในงานศิลปะที่เธอยึดถือเป็นชีวิตจิตใจ "แล้วคุณล่ะเมฆา..." เธอรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายถามกลับ "คุณเก่งนักเรื่องการอ่านใจคนอื่น แต่คุณเคยลองอ่านใจตัวเองบ้างไหม? ว่าที่ต้องมาทำตัวเย็นชาใส่ฉัน เพราะคุณแค่กลัว... กลัวว่าถ้าวันหนึ่งคุณเริ่มรู้สึกกับใครสักคน คุณจะต้องสูญเสียเขาไปเหมือนกับ 'เธอคนนั้น' ใช่ไหม?" อากาศในห้องดูเหมือนจะถูกสูบออกไปจนหมด เมฆาชะงัก กรามของเขาขบแน่นจนนูนเด่นชัด เขาสะบัดมือเธอออกราวกับถูกไฟลวก ก่อนจะถอยห่างออกไปยืนหน้าบานหน้าต่างที่มองเห็นท้องฟ้าสีตะกั่วในยามค่ำคืน "อย่าได้แตะต้องเรื่องนั้น" เขาเตือนเสียงต่ำ "คุณไม่รู้อะไรเลย" "ฉันรู้ว่าคุณเจ็บ!" รินรดาไม่ยอมแพ้ เธอก้าวตามไปยืนเคียงข้างเขา แม้ระยะห่างจะยังคงมีอยู่ "และฉันก็รู้ว่าความเจ็บปวดนั้นนั่นแหละที่เป็นวัตถุดิบชั้นดีที่สุดในการสร้างงานศิลปะที่แท้จริง แต่คุณกลับทิ้งมันลงถังขยะ และเอาแต่สร้างภาพวาดที่ไร้วิญญาณขึ้นมาเพื่อตบตาตัวเอง... คุณกับฉันเราต่างกันตรงไหนคะ? เราต่างก็เป็นแค่จิตรกรที่กำลังหลงทางในรอยพู่กันของตัวเอง" เมฆาหันมามองเธอ สายตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้เย็นชาเหมือนก่อน แต่มันเต็มไปด้วยความสับสนที่น่าเวทนา เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นเหมือนจะสัมผัสใบหน้าของเธอ แต่เขากลับชะงักงันกลางคัน ในจังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูสตูดิโอดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มันไม่ใช่เสียงเคาะที่เป็นจังหวะปกติ แต่มันรัวและหนักแน่นเหมือนคนกำลังร้อนใจ รินรดาและเมฆาหันไปมองที่ประตูพร้อมกัน ประตูไม้บานเก่าถูกผลักเปิดออกโดยคนที่เธอไม่ได้คาดคิดว่าจะได้พบในเวลานี้... ใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองของ 'ผู้หญิงในภาพวาดที่เขาสูญเสียไป' คนนั้น กำลังยืนจ้องมองมาที่พวกเขาจากกรอบประตู "เมฆา... ในที่สุดฉันก็หาคุณเจอเสียที" ร่างนั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบ เข่าของรินรดาทรุดลงกับพื้นเมื่อความจริงที่เธอกลัวที่สุดกำลังยืนเด่นอยู่ตรงหน้า ในขณะที่เมฆาทำได้เพียงยืนแข็งค้าง เหมือนโลกทั้งใบของเขาหยุดหมุนลงอีกครั้ง ขอขอบคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยพู่กันในบทที่ 23 นี้ไปพร้อมกับเดซี่นะคะ - ดอกเดซี่ริมทาง
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิทรรศการรักในรอยพู่กันสีหม่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%