“ถ้าคุณจะระบายความโกรธด้วยการละเลงสีแดงสดลงบนผ้าใบผืนนี้เพียงเพื่อกลบเกลื่อนความกลัวในใจ ก็ช่วยทำมันให้สมบูรณ์แบบหน่อยได้ไหมคะ รินรดา”
เสียงทุ้มต่ำของเมฆาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในสตูดิโอ กลิ่นน้ำมันลินสีดและกลิ่นอายความอึดอัดลอยอบอวลจนแทบหายใจไม่ออก รินรดาชะงักพู่กันในมือที่สั่นเทา สีแดงชาดที่เธอเพิ่งปาดลงไปบนผืนผ้าใบดูราวกับบาดแผลฉกรรจ์ที่ไม่มีวันสมาน เธอไม่ได้หันไปมองคนพูด แต่สายตาจับจ้องไปที่เงาสะท้อนของเขาในกระจกบานใหญ่ด้านข้าง
เมฆายืนกอดอกพิงขอบประตู ดวงตาคู่นั้น—ดวงตาที่มักจะมองเห็นความมืดมิดในโลกใบนี้ได้ลึกซึ้งกว่าใคร—กำลังจ้องมองเธอราวกับจะทะลุเข้าไปถึงรอยร้าวในวิญญาณ
“ความกลัวเหรอคะ?” รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก มือที่ถือพู่กันตกลงข้างตัวอย่างหมดแรง “คุณพูดเหมือนกับว่าคุณรู้จักฉันดีนักหนา ทั้งที่จริงๆ แล้ว... คุณก็แค่คนที่ชอบยืนมองคนอื่นพังทลายจากมุมมืดเท่านั้นแหละค่ะ”
เมฆาไม่ตอบโต้ทันที เขาก้าวเดินเข้ามาใกล้จนรินรดารู้สึกถึงไออุ่นจากร่างสูงใหญ่ที่ขยับเข้ามาใกล้พื้นที่ส่วนตัว กลิ่นยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นสีอะคริลิกประจำตัวเขามันทำให้เธอใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก ไม่ใช่เพราะความรักอย่างที่เคยเป็น แต่เป็นความรู้สึกประดักประเดิดที่เหมือนคนถูกจับได้ไล่ทัน
เขาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ บังคับให้เธอหันกลับมาเผชิญหน้า
“ฉันไม่ได้มองให้คุณพัง รินรดา” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าในแววตานั้นกลับไหวระริกเหมือนผิวน้ำที่ถูกโยนก้อนหินลงไป “ฉันกำลังมองดูคุณพยายามทำลายทุกอย่างที่สร้างมา เพราะกลัวว่าถ้าวันหนึ่งผลงานของคุณมันเปล่งประกายขึ้นมาจริงๆ... คุณจะไม่มีใครที่คู่ควรจะยืนเคียงข้างในแสงสว่างนั้นอีก”
คำพูดนั้นจี้ลงไปตรงจุดเปราะบางที่สุดในใจเธอ รินรดาพยายามดึงข้อมือออก แต่เขากลับกระชับแน่นขึ้น ความเงียบระหว่างคนสองคนยืดยาวจนเกือบจะกลายเป็นเสียงกรีดร้องในหัวใจของหญิงสาว
“คุณรู้อะไรไหมเมฆา?” รินรดากระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือ “พ่อเคยพูดเสมอว่าสีที่สวยที่สุดคือสีที่ไม่มีใครมองเห็น... สีของความว่างเปล่า ภาพวาดของฉันทุกภาพมันว่างเปล่ามาตลอด จนกระทั่งคุณเข้ามา และตอนนี้ ฉันแค่อยากจะลบภาพนั้นทิ้ง เพื่อที่ฉันจะได้ไม่ต้องเห็นว่าตัวเองกลายเป็นสีอะไรเมื่ออยู่ใกล้คุณ”
เมฆานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาสบตากับเธอ แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงจนเกือบจะเปราะบาง “ถ้าอย่างนั้น ก็ลองแต่งแต้มสีใหม่ดูสิ... ไม่ใช่เพื่อเขา ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อตัวคุณเอง”
เขาปล่อยข้อมือเธอราวกับกลัวว่าความร้อนจากร่างกายของเขาจะแผดเผาผิวเนียนนุ่มนั้น รินรดาหันกลับไปมองผ้าใบที่เต็มไปด้วยสีแดงเปรอะเปื้อน มันดูโหดร้ายและงดงามในคราวเดียวกัน เธอหยิบแปรงขึ้นมาอีกครั้ง มือที่สั่นเทาเริ่มนิ่งลง แต่จังหวะหัวใจกลับเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
ขณะที่เธอกำลังจะลงพู่กันอีกครั้ง เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าของเมฆาก็ดังขัดจังหวะขึ้น เขาเดินออกไปที่ระเบียง ทิ้งให้เธอยืนอยู่ท่ามกลางกลิ่นสีและเงาของตัวเอง รินรดาแอบเดินตามไปอย่างเงียบเชียบ เพราะเสียงที่ลอดผ่านกระจกหน้าต่างออกมานั้นเป็นเสียงที่เธอคุ้นเคยดี... เสียงของมารดาของเธอ
“ใช่ครับ ผมกำลังดูแลเธออยู่... ไม่ต้องห่วงครับ เรื่องที่ตกลงกันไว้ ผมจัดการเรียบร้อยแล้ว เธอไม่มีทางรู้ความจริงเรื่องภาพวาดชุดสุดท้ายนั่นหรอกครับ”
รินรดาตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมาต่อหน้าต่อตา ภาพวาดชุดสุดท้ายที่เธอเชื่อว่ามันคือจิตวิญญาณของเธอ... แท้จริงแล้วเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมที่คนเหล่านี้เล่นกันมาตลอดงั้นหรือ?
เมฆาหันกลับมาและชะงักไปเมื่อเห็นเธอยืนอยู่ตรงนั้น โทรศัพท์ในมือเขาร่วงลงบนพื้นพรม เสียงของมันดังชัดเจนในความเงียบ รินรดาจ้องมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ความโกรธความเสียใจปะปนกันจนกลายเป็นความชาหนึบที่หัวใจ
“ภาพวาดชุดนั้น... มันคืออะไรกันแน่คะ เมฆา?” เธอถามด้วยเสียงที่เรียบเย็นที่สุดเท่าที่เคยทำมา ก่อนจะก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว “แล้วตัวตนของฉันในสายตาคุณ... เป็นแค่สีที่ยังระบายไม่เสร็จ หรือเป็นแค่สีที่ไม่มีวันได้อยู่ในนิทรรศการของคุณกันแน่คะ?”
เมฆาอ้าปากจะพูด แต่คำพูดกลับจุกอยู่ที่ลำคอ เมื่อหญิงสาวร่างเล็กอีกคนก้าวเข้ามาจากโถงทางเดินข้างหลังเธอ—คนที่ควรจะอยู่ต่างประเทศและไม่มีวันกลับมา—หญิงสาวที่มีใบหน้าเหมือนกับรินรดาทุกประการ ยกเว้นเพียงดวงตาที่เย็นชาและรอยยิ้มที่เหมือนกับปีศาจร้ายที่หลุดออกมาจากภาพวาดสีหม่น
“พี่รินรดาคะ... ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” หญิงสาวคนนั้นเอ่ย พร้อมกับสายตาที่จ้องมองเมฆาอย่างสื่อความหมาย “ดูเหมือนว่าความลับที่พี่เก็บไว้... จะเริ่มเน่าเฟะจนได้กลิ่นแล้วนะคะ”
หวังว่าทุกตัวอักษรจะงดงามและสั่นสะเทือนหัวใจของนักอ่านทุกท่านนะคะ ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันค่ะ - ดอกเดซี่ริมทาง
นิทรรศการรักในรอยพู่กันสีหม่น•ตอนที่ 22
บทที่ 22
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิทรรศการรักในรอยพู่กันสีหม่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!