อัลเคมิสต์จอมขี้เกียจกับบรรณารักษ์พิทักษ์ดันเจี้ยน•ตอนที่ 2

บรรณารักษ์ในห้องสมุดฝุ่นเกาะ

ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
กลิ่นอับของกระดาษโบราณและฝุ่นผงที่ลอยวนอยู่ในแสงสว่างสลัวจากคบเพลิงเวทMสามารถทำให้คนสำลักได้ง่ายๆ แต่สำหรับคิริในตอนนี้ กลิ่นเหล่านั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่สุด ปัญหาที่แท้จริงคือรอยแยกของมิติขนาดเล็กที่กำลังสั่นพับๆ อยู่เบื้องหลังร่างในชุดเกราะบรรณารักษ์โบราณ ซึ่งสูงตระหง่านจนหัวกะโหลกสีหม่นเกือบจะชนเพดานห้องสมุดชั้นใต้ดิน "ยินดีต้อนรับสู่เขตห้ามเข้า... มนุษย์ผู้บังอาจเหยียบย่างเข้ามาในเขตกักเก็บประวัติศาสตร์ที่ถูกลืมเลือน" เสียงก้องกังวานเสียดสีกันเหมือนแผ่นโลหะขูดขีดดังลอดออกมาจากกรามของมังกรกระดูก ตัวเกราะสีดำสนิทประดับด้วยอักษรเวทมนตร์โบราณที่เรืองแสงสีม่วงเรื่อๆ แรงกดดันระดับยูนีคบอสแผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นน้ำวน บีบให้อากาศในปอดของคิริเบาบางลงจนเขาต้องก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ส้นรองเท้าบู๊ตหนหนังกระทบเข้ากับชั้นหนังสือเก่าคร่ำคร่าจนเกิดเสียงดังสนั่นในความเงียบ คิรินัยน์ตากระตุกเล็กน้อย เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองอันรวดเร็วของนักปรุงยาเลเวลต่ำเริ่มคำนวณอัตราความรอดในหัวอย่างบ้าคลั่ง *หนีเหรอ?* เป็นไปไม่ได้ ความเร็วเคลื่อนที่ของบอสระดับนี้ต่อให้ใส่รองเท้าติดสปริงก็ยังเร็วกว่าเขาถึงสามเท่า *สู้เหรอ?* น้ำยาพิษเลเวลสิบสองในกระเป๋ากางเกงคงทำอะไรเกราะเวทโบราณนั่นไม่ได้แม้แต่รอยข่วน มีแต่จะทำให้มันโมโหแล้วส่งเขากลับไปนอนนับเวลาเกิดใหม่ที่จุดเซฟ ในจังหวะที่คิริกำลังคิดหาข้ออ้างหรือทางหนทีไล่ที่ "ใช้พลังงานน้อยที่สุด" อยู่นั้นเอง ประตูไม้บานใหญ่ที่ปิดตายมานานนับร้อยปีก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง เงาร่างระหงในชุดคลุมสีเทาเข้มเดินน่องเข้ามาอย่างเชื่องช้า แต่กลับสร้างความรู้สึกราวกับทุกย่างก้าวของเธอกำลังควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจทุกคนในห้อง เซเลสเทียปรายตามองโครงกระดูกยักษ์ด้วยแววตาเรียบเฉย ราวกับมันเป็นเพียงแค่ฝุ่นผงบนโต๊ะทำงาน เธอหยุดยืนอยู่ห่างจากคิริเพียงแค่เอื้อมมือ และใช้ดวงตาสสีฟ้าใสราวกับกระจกแก้วคู่นั้นกวาดมองเด็กหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า "ดูเหมือนว่าเจ้าหนูนักปรุงยาจอมขี้เกียจ จะมีความสามารถพิเศษในการหาเรื่องใส่ตัวได้เก่งกว่าการผสมโพชั่นเสียอีกนะคะ" น้ำเสียงเรียบเรื่อยติดจะเยਨชาเล็กน้อยดังขึ้น แต่มันกลับทำให้บรรยากาศอันตึงเครียดผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด คิริพ่นลมหายใจยาวเหยียด ยืดตัวตรงขึ้นพร้อมกับปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าอย่างไม่รีบร้อน "แหม อาจารย์เซเลสเทียครับ... เอ๊ย หมายถึงค่ะ" เขาแก้คำสรรพนามในลำคอทันทีที่เหลือบไปเห็นสายตาคมกริบที่ส่งสัญญาณเตือน "ฉันแค่เดินหลงทางมาหาวัตถุดิบทำปุ๋ยเร่งโตเฉยๆ เองนะคะ ใครจะไปรู้ว่าห้องสมุดรกร้างนี่จะมีบอสเฝ้าประตูระดับโหดหินขนาดนี้ซ่อนอยู่" "หลงทาง?" เซเลสเทียทวนคำ มุมปากหยักขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "เขตห้ามเข้าชั้นใต้ดินระดับสิบของหอคอยเวทมนตร์โบราณ มีป้ายเตือนติดไว้ตัวโตเท่าฝาบ้านว่าอันตรายถึงชีวิต... หรือว่าตำราเรียนเวทมนตร์พื้นฐานของกิลด์นักผจญภัย ไม่ได้สอนวิธีสะกดตัวอักษรให้เธอดูรึไงคะ" ก่อนที่คิริจะได้แก้ตัว มังกรกระดูกในชุดเกราะบรรณารักษ์ก็ส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ ดาบเล่มโตในมือถูกยกขึ้นชี้ตรงมาที่พวกเขาทั้งสอง แรงกดดันพุ่งสูงขึ้นจนฝุ่นบนพื้นลอยเคว้งคว้าง "ผู้บุกรุก... ฝ่าฝืนกฎแห่งหอคอย บทลงโทษคือความตายและการถูกลบชื่อออกจากสารบบเวทมนตร์" ดวงตาสีฟ้าของเซเลสเทียหรี่ลงเล็กน้อย เธอยกมือขึ้นแตะที่ปกเสื้อคลุมของตัวเอง ท่าทางสบายๆ นั้นขัดแย้งกับรัศมีเวทมนตร์สีเงินยวงที่เริ่มแผ่ขยายออกมารอบตัวเธอจนพื้นหินใต้เท้าแตกร้าวเป็นรอยแยกเล็กๆ "ถ้าไม่อยากถูกแบนไอดีและรีเซ็ตเลเวลกลับไปเป็นศูนย์ล่ะก็... จงเงียบแล้วฟังให้ดีค่ะ คิริ" เซเลสเทียกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด "ทางเลือกของเธอมีแค่สองทาง หนึ่งคือสู้กับมันแล้วตายอยู่ที่นี่ กับสอง... ทำตามคำสั่งของฉันเพื่อแลกกับการชดใช้ความผิดฐานบุกรุก" คิริกะพริบตาปริบๆ เขาเหล่มองบอสตรงหน้าสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของอาจารย์สาวลึกลับ แม้ปากจะบอกว่ารักความสงบและขี้เกียจเกินกว่าจะรับงานยากๆ แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกชัดเจนว่าตัวเลือกที่สองคือหนทางเดียวที่จะทำให้เขาไม่ต้องเสียเวลาเก็บเลเวลใหม่เป็นสัปดาห์ "โอเคๆ ยอมแพ้ค่ะ ฉันเลือกทางที่สอง... ว่าแต่อภินันทนาการครั้งนี้ อาจารย์มีแผนอะไรล่ะคะที่จะไม่ต้องออกแรงเยอะ?" คิริถอนหายใจยาว ยอมยกมือขึ้นยอมแพ้อย่างจำยอม เซเลสเทียไม่ได้ตอบคำถามทันที เธอก้าวออกไปยืนขวางหน้าคิริไว้ครึ่งก้าว ร่ายเวทมนตร์บทสั้นๆ ที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อนออกจากริมฝีปาก แสงสีทองสว่างวาบขึ้นในความมืด พร้อมกับหน้าต่างระบบสีฟ้าใสที่เด้งขึ้นตรงหน้าคิริโดยไม่มีปุ่มให้ปฏิเสธ [ระบบแจ้งเตือน: ท่านได้รับภารกิจลับระดับ SSS - "ชำระล้างหอคอยแห่งความทรงจำที่ถูกลืม"] [เงื่อนไขภารกิจ: ร่วมมือกับบรรณารักษ์แห่งอดีตกาลเพื่อค้นหาความจริงเบื้องหลังการล่มสลายของห้องสมุดในเวลาจำกัด 24 ชั่วโมง] [บทลงโทษหากล้มเหลว: ลบตัวละครถาวร (Permadeath) และหักแต้มชื่อเสียงในเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมด] คิริอ่านข้อความเหล่านั้นแล้วหน้าซีดเผือก เลเวลศูนย์ที่อุตส่าห์ไต่มาด้วยความยากลำบากกำลังจะปลิวหายไปในพริบตาถ้าทำพลาด แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงกระซิบแผ่วเบาจากเซเลสเทียก็ดังขึ้นข้างหู พร้อมกับปลายนิ้วเรียวที่แตะลงบนไหล่ของเขาเพื่อส่งผ่านพลังงานเวทมนตร์อุ่นวาบ "อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ... เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ ต่างหากล่ะคะ" ดวงตาของมังกรกระดูกเบิกกว้างขึ้นในความมืด ประกายไฟสีม่วงในเบ้าตาดับวับลงชั่วขณะ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงระฆังแห่งความตายจะเอ่ยชื่อแปลกประหลาดออกมาจากกรามที่ขยับช้าๆ "เจ้า... มีกลิ่นอายของ *'กุญแจดอกนั้น'*... เจ้ามนุษย์ผู้ถือครองเศษเสี้ยวแห่งความจริง!" -------------------------------------------------- ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความป่วนและปริศนาในโลกกว้างใหญ่นี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลเคมิสต์จอมขี้เกียจกับบรรณารักษ์พิทักษ์ดันเจี้ยน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%