อัลเคมิสต์จอมขี้เกียจกับบรรณารักษ์พิทักษ์ดันเจี้ยน•ตอนที่ 3

สูตรผสมยาที่โลกไม่ต้องการ

ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
"เจ้า... มีกลิ่นอายของ *'กุญแจดอกนั้น'*... เจ้ามนุษย์ผู้ถือครองเศษเสี้ยวแห่งความจริง!" เสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วกระดูกดังขึ้น ท่ามกลางห้องโถงหินอับชื้นใต้ดันเจี้ยนโบราณ กลิ่นอายความตายแผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงใหญ่ของ 'โกลเลemผู้พิทักษ์โลหิต' มอนสเตอร์ระดับบอสเฝ้ายามที่มีเลเวลสูงถึงเจ็ดสิบห้า ร่างของมันทับซ้อนอยู่เบื้องหน้าแผ่นศิลาโบราณที่กั้นทางออกสุดท้ายเอาไว้ และเบื้องล่างของซากปรักหักพังนั้น เซเลสเทียกำลังทรุดกายลงคุกเข่า มือเรียวบางข้างหนึ่งกุมบาดแผลฉีกขาดบริเวณหัวไหล่จนละอองแสงสีฟ้าแห่งข้อมูลดิจิทัลรั่วไหลออกมาเป็นทางยาว สีหน้าของอาจารย์สาวลึกลับซีดเซียว ไร้ซึ่งความเยือกเย็นดั่งเช่นเคย แม้เธอจะเป็น NPC ระดับตำนาน แต่กฎของระบบโลกเสมือนจริง VRMMO แห่งนี้ก็ยังคงมีข้อจำกัด เมื่อพลังเวทมนตร์ถูกผนึกไว้โดยกลไกของดันเจี้ยน การเผชิญหน้ากับบอสสายแทงก์จึงกลายเป็นภาระอันหนักอึ้งเกินกว่าจะรับไหว "อาจารย์!" คิริอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงที่หลุดจากความสุขุมปกติ ดวงตาเรียวรีเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นหยดเลือดเสมือนจริงซึมผ่านชุดคลุมสีขาวของหญิงสาว เขามิใช่นักรบผู้กล้าที่จะชักดาบเข้าฟาดฟันกับอสูรกายตรงหน้าได้ คิริเป็นเพียงนักปรุงยาเลเวลยี่สิบสี่ผู้รักความสงบและมักจะเลือกทางเดินที่ใช้แรงน้อยที่สุดเสมอ ทว่า ในยามนี้ ทางเลือกที่ง่ายดายได้มลายหายไปสิ้น รอบตัวเขามีเพียงเสียงคำรามกึกก้องของบอส และเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาลงทุกทีของเซเลสเทีย "อย่าเข้ามา... เจ้าเด็กโง่..." เซเลสเทียกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด สายตาที่มองมายังเขามีทั้งความดื้อรั้นและความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความเย็นชา "นี่ไม่ใช่ภาระที่เลเวลอย่างเจ้าจะแบกรับไหว ถอยไปซะ..." "ถ้าผมถอย อาจารย์ก็คงกลายเป็นข้อมูลขยะที่ถูกรีเซ็ตไปพร้อมกับดันเจี้ยนนี้สิคะ" คิริสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่นไหว แม้ในใจจะตื่นตระหนกจนชีพจรในเกมเต้นรัวเกินร้อยห้าสิบครั้งต่อนาทีแล้วก็ตาม เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว สองก้าว จนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังหินเย็นเฉียบ สายตาคมกวาดมองสิ่งแวดล้อมรอบตัวอย่างรวดเร็ว สมองอันรวดเร็วของนักปรุงยาประมวลผลข้อมูลนับร้อยอย่างในเสี้ยววินาที ระบบเกม VRMMO นี้ไม่ได้มีแค่การโจมตีทางกายภาพ แต่มันคือโลกที่ขับเคลื่อนด้วยฟิสิกส์ เคมี และตรรกะของส่วนผสม หากเผชิญหน้ากันด้วยกำลัง เขาคงกลายเป็นฝุ่นผงในพริบตาเดียว แต่ถ้าใช้ 'สมอง' ล่ะก็... *โครม!* โกลเลemผู้พิทักษ์โลหิตไม่รอให้พวกเขาได้วางแผน มันเหวี่ยงหมัดมหึมาที่ทำจากหินแกรนิตผสมแร่เหล็กกล้าพุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ แรงลมจากการเหวี่ยงหมัดสร้างคลื่นกระแทกจนฝุ่นตลบอบอวล คิริกระโดดหลบฉากไปทางซ้ายอย่างเฉียดฉิว แรงปะทะทำให้เศษหินกระเด็นบาดแก้มของเขาจนขึ้นตัวเลขสีแดง `-342` บนหัว "ชิ แรงเยอะเป็นบ้าเลย..." คิริสบถเบาๆ ในลำคอ มือซ้ายควานเข้าไปในกระเป๋าคาดเอวใบย่อมที่เต็มไปด้วยขวดแก้วสารพัดขนาด นี่คือคลังแสงส่วนตัวของเขา—สถานที่ที่คนอื่นมองว่าเป็นแหล่งรวมขยะไร้ค่า เช่น น้ำตาเงือกปลอม, เมือกสไลด์รสส้ม, และผงสปoresของเห็ดเรืองแสงที่หมดอายุ เขานำขวดแก้วสามใบออกมาวางเรียงกันบนพื้นอย่างเร่งรีบ ใบแรก: *น้ำยาหล่อลื่นความหนืดสูง* (ไอเทมขยะที่ใช้ลดแรงเสียดทานพื้นถนน) ใบที่สอง: *สารสกัดจากรากไม้พิษอัมพาต* (พิษระดับต่ำที่ปกติใช้ได้แค่กับมอนสเตอร์เลเวลต่ำกว่าสิบ) ใบที่สาม: *เอสเซนส์ไฟป่าบริสุทธิ์* (วัตถุดิบติดไฟง่ายที่นักผจญภัยมักใช้ก่อกองไฟแก้หนาว) เซเลสเทียที่มองดูการกระทำของลูกศิษย์ผ่านม่านฝุ่นขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ "เจ้ากำลังจะทำอะไร? ของพวกนั้น... ต่อให้เอาไปปาใส่หัวมัน ก็คงทำได้แค่จั๊กจี้เท่านั้นแหละ" "ใครบอกว่าจะเอาไปปาใส่หัวมันล่ะคะ" คิริยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางวิกฤตนั้นมีความเจ้าเล่ห์และมั่นอกมั่นใจอย่างประหลาด "ผมจะทำสิ่งที่โลกใบนี้... หรือแม้แต่โปรแกรมเมอร์ผู้สร้างมันขึ้นมา ก็คงคาดไม่ถึงเหมือนกัน" นิ้วเรียวเปิดจุกไม้ก๊อกของขวดทั้งสามออกพร้อมกันอย่างคล่องแคล่ว อาศัยทักษะติดตัวระดับมาสเตอร์ *'การผสมผสานสารเคมีฉับพลัน'* (Rapid Alchemy Synthesis) ที่ปกติสายอาชีพนักปรุงยาไม่ค่อยมีใครอัปเลเวลกันเพราะเปลืองทรัพยากร คิริเทของเหลวทั้งสามชนิดลงในภาชนะหินทรงกรวยที่กะเทาะออกมาจากพื้นถ้ำอย่างรวดเร็ว *ฟู่—!* ปฏิกิริยาระหว่างน้ำยาหล่อลื่นความหนืดสูงกับเอสเซนส์ไฟป่าก่อให้เกิดความร้อนสูงในเสี้ยววินาที ทว่า ก่อนที่มันจะระเบิดควันพวยพุ่ง คิริก็เทสารสกัดจากรากไม้พิษอัมพาตลงไปผสมเพื่อหน่วงปฏิกิริยาเคมีไม่ให้ระเบิดออกสู่อากาศ แต่เป็นการบีอัดอานุภาพทั้งหมดให้กลายเป็นก๊าซพิษความดันสูงที่มีคุณสมบัติเกาะติดพื้นผิวและนำไฟฟ้าในตัว! "รับนี่ไปหน่อยเถอะค่ะ เจ้ากองหินเดินได้!" คิริซัดภาชนะหินนั้นออกไปสุดแรงเกิด มันพุ่งตรงไปยังรอยแยกบริเวณข้อต่อหัวเข่าของโกลเลemผู้พิทักษ์โลหิตพอดีเป๊ะ ราวกับจับวาง *ฉ่าาาา—!* เสียงปฏิกิริยาทางเคมีดังสนั่นราวกับน้ำมันเดือดราดลงบนกองไฟ กลุ่มควันสีเขียวอมม่วงพุ่งทะยานขึ้นสู่เพดานถ้ำทันที ก๊าซพิษความดันสูงซึมซาบเข้าสู่รอยต่อของแผ่นโลหะและกลไกเฟืองภายในร่างของบอสอย่างรวดเร็ว แรงเสียดทานที่ลดลงจากน้ำยาหล่อลื่นทำให้ข้อต่อของมันลื่นไถลผิดรูป ผสานเข้ากับพิษอัมพาตที่กัดกินระบบจ่ายพลังงานเวทมนตร์ภายใน โกลเลemผู้พิทักษ์โลหิตที่กำลังจะเหวี่ยงหมัดซ้ำ ชะงักกึกทันที ดวงตาสีแดงฉานที่เคยเปล่งประกายด้วยความเกรี้ยวกราดเริ่มกะพริบถี่ๆ ร่างมหึมาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เสียงเฟืองบด ขยับเข้าหากันดัง *กริ๊กๆๆ* ก่อนที่มันจะสูญเสียการทรงตัวและทรุดฮวบลงกระแทกพื้นถ้ำจนเกิดแผ่นดินไหวขนาดย่อม *ตึงงงง!* ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของคิริที่ยืนยันว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่ เซเลสเทียเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย เปลือกตาที่เคยปิดลงด้วยความอ่อนล้าเปิดขึ้นเพื่อมองดูเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยความตกตะลึงระคนทึ่ง เธออยู่ในโลกนี้มานาน ผ่านการต่อสู้มานับไม่ถ้วน เห็นนักรบผู้เก่งกาจใช้ดาบและเวทมนตร์ทำลายล้างบอสมานักต่อนัก ทว่า... การใช้ปฏิกิริยาเคมีพื้นฐานระดับอนุบาลมาพลิกสถานการณ์โค่นบอสเลเวลเจ็ดสิบห้าลงได้ด้วยตัวคนเดียว นี่คือสิ่งที่แม้แต่ตำนานบทไหนก็ไม่เคยบันทึกไว้ "เจ้า... ทำได้ยังไงกัน?" เสียงของเซเลสเทียแผ่วเบa ขณะเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มที่ยืนปาดเหงื่ออยู่ข้างกาย "วิทยาสาธารณูปโภคพื้นฐานผสมกับความขี้เกียจไม่อยากวิ่งหนีไงคะอาจารย์" คิริยิ้มแห้งๆ พลางยื่นมือไปประคองร่างบางให้ลุกขึ้นยืน "เรารีบไปกันเถอะค่ะ ก่อนที่เจ้ากองหินนี่จะรีบูัตระบบตัวเองขึ้นมาใหม่" ทว่า ในวินาทีที่มือของคิริสัมผัสกับปลายนิ้วเย็นเฉียบของเซเลสเทียนั้นเอง หน้าต่างแจ้งเตือนสีแดงฉานที่มีลวดลายอักษรโบราณอันวิจิตรตระการ ก็เด้งพรวดขึ้นกลางอากาศตรงหน้าของเขาทั้งสองโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย [ระบบตรวจพบการแทรกแซงรหัสต้นกำเนิด (Source Code Intervention)] [เงื่อนไขลับถูกปลดล็อก: ท่านได้ใช้ 'ไอเทมประดิษฐ์นอกเหนือระบบ' เอาชนะผู้พิทักษ์แห่งความจริง] [ปลดล็อกภารกิจระดับ SSS: 'ผู้ถือครองกุญแจผู้บิดเบือนกฎแห่งทวีป'] [คำเตือนจากระบบส่วนกลาง: สิ่งที่ท่านเพิ่งปรุงขึ้นมา... ไม่ได้เป็นเพียงแค่ยาพิษ แต่มันคือสิ่งแปลกปลอมที่กำลังดึงดูด 'ผู้มาเยือน' จากมิติที่สามให้ลืมตาตื่นขึ้น...] เสียงระฆังเตือนภัยดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งดันเจี้ยน พร้อมกับพื้นที่ใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางห้องโถง และจากความมืดมิดนั้น... ดวงตานับร้อยคู่ก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นพร้อมกัน -------------------------------------------------------------- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความป่วนในโลกแฟนตาซีใบนี้ พบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลเคมิสต์จอมขี้เกียจกับบรรณารักษ์พิทักษ์ดันเจี้ยน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%